วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

""นอร์ทอีส แซ่บสะเด็ด... เผ็ดฉ่า" สักการะหลวงพ่อชินประทานพร สนุกสุขสันต์กับการล่องแพ สัมผัสเกาะเซจู @ กาญจนบุรี บูชาพญานาค ณ ถ้ำนาคา วัดแก่งคอย

"นอร์ทอีส แซ่บสะเด็ด... เผ็ดฉ่า" สักการะหลวงพ่อชินประทานพร สนุกสุขสันต์กับการล่องแพ สัมผัสเกาะเซจู @ กาญจนบุรี บูชาพญานาค ณ

ถ้ำนาคา วัดแก่งคอย










บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์จากยางพารา ยางสังเคราะห์ อาทิเช่น ยางแผ่นรมควัน ยาง compound และยางรูปแบบอื่นที่คล้ายกัน รวมทั้งบริษัทในเครือประกอบธุรกิจทางด้านการเกษตร เพื่อจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ จัดกิจกรรม "นอร์ทอีส แซ่บสะเด็ด... เผ็ดฉ่า" ซึ่งเป็นทริปที่ 2 ที่พาพนักงานมาสนุกสนานประจำปี เพื่อเป็นขัวญกำลังใจและเป็นการพักผ่อนให้แก่พนักงาน พาเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรีและสระบุรี โดยมีคุณเกศนรี จองโชติศิริกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการตลาด ควบคุมคุณภาพ ของบริษัทฯ ร่วมเดินทางด้วย มี หจก. วี.เอ. แอร์ ทิกเกตแอนด์ทราเวล สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย เป็นผู้ดำเนินการพาเที่ยว และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกาญจนบุรีร่วมสนับสนุน













กิจกรรม "นอร์ทอีส แซ่บสะเด็ด... เผ็ดฉ่า" ในครั้งนี้ ก่อนออกเดินทางคณะนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ทุกคนได้ทำการตรวจ ATK ทุกคน และขณะเดินทางก็ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

คณะของเราเริ่มเดินทางออกจากบริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) จ.บุรีรัมย์ เมื่อตอนค่ำ ถึง จ.นครปฐมในตอนเช้าตรู่ แวะทำธุระส่วนตัวและรับประทานอาหารเช้า ณ เดอะศาลายา อ.พุทธมณฑล สถานที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจด้วยสุนทรียภาพการพักผ่อนผสานความรื่นรมย์ที่ไม่เหมือนใคร หลังจากทานอาหารเช้าจนมีพลังเดินทางต่อ ก็ออกเดินทางไปสักการะ "หลวงพ่อชินประทานพร" ที่วัดถ้าเสื้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เมื่อไปถึงวัดแล้ว พวกเราต้องเดินขึ้นบันไดที่มีความสูงถึง 159 ขั้นจะถึงจะถึงด้านบน แต่มีพวกเราบางคนเห็นว่ามีรถไฟฟ้า เลยทำให้พวกเราสบายนั่งรถไฟฟ้าไปกันดีกว่า (ค่าบำรุงไฟฟ้าท่านละ 10  บาท รวมขาไปและกลับแล้ว) แต่มีบางคนอยากออกกำลังก็เดินขึ้นบันไดกัน เมื่อนั่งรถไฟฟ้าไปถึงยอดเขาด้านบนแล้ว พวกเราก็ต้องตกตะลึงกับความใหญ่โตและสวยงามของหลวงพ่อชินประทานพรที่ตั้งเด่นเป็นสง่าถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี มีพุทธลักษณะปางประทานพรที่สวยงามวิจิตร เพราะตัวองค์พระประดับด้วยโมเสดสีทองทั้งองค์ พวกเราเลยทำบุญดอกไม้ธูปเทียนมากราบสักการะขอพรท่านเป็นสิริมงคล จากนั้นพวกเราก็เดินไปยังพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท เป็นพระเจดีย์สีอิฐทั้งองค์ เมื่อเดินวนขึ้นไปแต่ละชั้นจะเห็นว่า แต่ละชั้นประดิษฐานพระพุทธรูปต่างๆ มากมาย เดินจนถึงชั้นบนสุดก็เป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย พวกเรากราบนมัสการพระพระบรมสารีริกธาตุเสร็จแล้ว ก็เดินกลับลงไปด้านล่างเพื่อเข้าถ้ำเสือ ซึ่งเป็นถ้ำขนาดเล็กอยู่บริเวณเชิงเขาด้านล่าง ภายในประดิษฐานพระประจำวันเกิดและเจ้าแม่กวนอิม









กราบขอพรเป็นสิริมงคลแล้ว พวกเราก็เดินทางไปชมความใหญ่โตของต้นจามจุรียักษ์ อ.ด่านมะขามเตี้ย อีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของกาญจนบุรี  เป็นต้นไม้อายุเก่าแก่มากกว่า 100 ปี ขนาด 10  คนโอบ แผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่โตมโหฬารเป็นที่น่าอัศจรรย์ รัศมีทรงพุ่มเฉลี่ย 25.87 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางร่มเงาประมาณ 51.75  เมตร ความสูงจากพื้นดินถึงยอด 20 เมตร มี ซึ่งในปัจจุบันจะหาชมต้นไม้ขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ยากมาก  พวกเราเดินชมความยิ่งใหญ่ของกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ที่แผ่ออกไปบนสะพานไม้ที่สร้างขึ้นมาวนรอบต้นไม้  เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินไปเหยียบรากต้นไม้หรือขูดขอโชคตามความเชื่อ แล้วก็ได้เวลาอาหารกลางวัน มื้อนี้เราทานกันที่ ร้านอาหารครัวอนงค์












หลังสัมผัสความใหญ่โตของต้นจามจุรี ก็เดินทางไปชมสะพานข้ามแม่น้ำแคว หรือทางรถไฟสายมรณะ สร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยใช้แรงงานเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรและกรรมกรชาวเอเชียที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มาสร้าง เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า ปัจจุบันเส้นทางนี้ไปสุดปลายทางที่บ้านท่าเสาหรือสถานีน้ำตก ระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกเป็นระยะทางประมาณ 77 กิโลเมตร ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเดินรถบนเส้นทางนี้ทุกวัน และรถไฟขบวนพิเศษสายกรุงเทพฯ-น้ำตก ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ โดยจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากที่สุดจะเป็นช่วงโค้งมรณะที่ถ้ำกระแซ เพราะช่วงนี้ทางรถไฟจะเป็นสะพานโค้งแม่น้ำแควน้อยเลียบหน้าผายาวประมาณ 400 เมตรที่ดูน่าหวาดเสียว หลังจากถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกแล้ว ก็เดินทางไปรับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารครัวผักหวาน ทานกันจนอิ่ม ก็สมควรแก่เวลาในการเดินทางเข้าที่พัก โรงแรม ไมค้า รีสอร์ท กาญจนบุรี เป็นโรงแรมท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่น มีแม่น้ำแควใหญ่ไหลผ่าน บรรยากาศดี ห้องพักสะอาด ที่สำคัญบริการประทับใจสุดๆ


















เช้าวันใหม่ วันนี้พวกเราจะได้เดินทางไปยังเกาะเซจู ประเทศเกาหลี แต่ไม่ได้ไปถึงต่างประเทศนะ แต่เป็นเกาหลี@เมืองกาญจนบุรี นั่นคือสวนวอน แด ซอง ในซอยเก้าแสนรีสอร์ท ถ.กาญจนบุรี-ไทรโยค อยู่เลยตัวเมืองกาญจนบุรีมาประมาณ 20 กว่า กม.  เป็นสถานที่พักผ่อนท่ามกลางหุบเขาล้อมรอบ ที่สร้างตกแต่งผสมผสานให้เหมือนเกาหลีโบราณผสมผสานกับสวนดอกไม้สีสันหลากหลายที่แข่งขันกันชูช่ออวดความสวยงาม (ดอกไม้สีสวยของที่นี่จะมีให้ชมตลอดทั้งปี โดยจะหมุนเวียนสลับผลัดเปลี่ยนชนิดและสีสันไปเรื่อยๆ ไม่ซ้ำกัน จึงเที่ยวได้ลอดทั้งปี) ในสวนก็จะมีการดีไซน์ออกแบบให้เป็นจุดถ่ายรูปเซลฟี่หลายจุดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้สีขาวกลางทุ่ง บัลลังก์ดอกไม้ บันไดสู่สวรรค์ ตัดกับทัศนียภาพแห่งขุนเขาที่มีสีเขียวชอุ่มเป็นฉากหลัง ภายในยังมีศาลากว้างที่คล้ายบ้านเกาหลีแบบโบราณที่เป็นเอกลักษณ์ และ ทอลฮารูบัง” หรือหินปู่ หนึ่งสัญลักษณ์ของเกาะเชจู เป็นรูปปั้นที่ทำมาจากหินลาวาสลัก ที่ชาวเกาะเชจู เชื่อว่าเป็นรูปปั้นที่ทำหน้าที่พิทักษ์คุ้มครองชาวบ้านและสถานที่ต่างๆ โดยมักจะมีผู้มาขอพรในเรื่องต่างๆ อาทิ ถ้าต้องการให้ร่ำรวยให้ลูบที่ท้อง ถ้าอยากมีคู่ให้ลูบที่หัวหรือหมวก ถ้าอยากได้ลูกสาวให้ลูบหู และถ้าอยากได้ลูกชายให้ลูบจมูก นอกจากนี้ถ้าใครอยากใส่ชุดฮันบก ที่นี่เขาก็มีให้เช่านะจ๊ะ ไหนๆ มาแล้วพวกเราก็ต้องถ่ายรูปไปอวดกันสักหน่อยว่าไปเที่ยวเกาะเซจู ประเทศเกาหลีมา เพราะถ้าไม่บอกใครว่าเป็นเเกาะเซจู เกาหลี@เมืองกาญจนบุรีแล้วละก็ เหมือนไปเกาหลีจริงๆ อ๋อลืมบอกไปค่าบริการเข้าชมสวนคนละ 70 บาท แต่ใช้ได้ตลอดทั้งปีเลย









ถ่ายรูปเซลฟี่ที่เกาหลีกันจนจุใจ ก็เดินทางต่อไปที่ถ้ำกระแซ ถ้ำนี้เคยเป็น ที่พักของเชลยศึก เมื่อครั้งสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะจากไทยไปพม่า และภายในถ้ำยังมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ด้วย หลังจากสักการะขอพรพระพุทธรูในถ้ำเรียบร้อย ก็เดินไปถ่ายรูปจุดที่สวยที่สุดของทางรถไฟสายมรณะ เป็นรางรถไฟสะพานโค้งเลียบแม่น้ำแควน้อยยาวประมาณ 400 เมตร เลียบหน้าที่มีความสูง มองลงไปด้านล่างทำหวาดเสียวขาสั่นนิดๆ แต่ก็ต้องใจกล้าเพราะอยากได้ภาพสวยๆ กลับมาเป็นที่ระลึก แล้วก็ได้เวลาอาหารเที่ยง มื้อนี้แวะทานกันที่ร้านอาหารชานชาลา













แล้วก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอยนั่นคือการล่องแพเปียก กิจกรรมสุดคลาสสิค อิสรเสรีกับกับการเล่นน้ำ ล่องแพอย่างสบายอารมณ์ไปตามกระแสอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางธรรมชาติสองฟากฝั่งของแม่น้ำแควใหญ่ที่ร่มรื่นสวยงาม ปิดท้ายวันด้วยความมันส์ ฟินไปกับงานปาร์ตี้ "นอร์ทอีส แซ่บสะเด็ด... เผ็ดฉ่า" โดยมีคุณเกศนรี จองโชติศิริกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการตลาด ควบคุมคุณภาพ ของบริษัทฯ เป็นประธานเปิดงาน สนุกสุดเหวี่ยงกับงานเลี้ยงสังสรรค์ที่สนุกสนานท่ามกลางมิตรภาพที่แสนอบอุ่น คละเคล้าเสียงเพลงหลายเวอร์ชั่น แถมได้รางวัลจากบริษัทฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกาญจนบุรี ติดมือกลับบ้านอีกด้วย













วันสุดท้ายแห่งการพักผ่อน พวกเราก็เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี เดินทางกลับบุรีรัมย์ ระหว่างทางซื้อของฝากที่ร้านแก้ว อ.ท่าม่วง ที่ขึ้นชื่อติดไม้ติดมือ ได้แก่ ขนมชั้น ทองม้วนสด มะขามกวน แวะทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารนพรัตน์ จากนั้นเดินทางผ่าน จ.สระบุรี เลยแวะเที่ยวตลาดหัวปลี อ.เฉลิมพระเกียรติ เป็นตลาดชุมชน Otop ที่อยู่ในสวนท่ามกลางธรรมชาติ อากาศโปร่งโล่งสบาย มีร้านค้าจากชุมชนจำนวน 100 ร้านค้า ที่ผ่านการฝึกอบรมในการใส่ใจสุขภาพและสุขอนามัย มีอาหาร ขนมอร่อย ปรุงสุกสดใหม่ให้ลิ้มลอง พืชผักสมุนไพรปลอดภัย ไอศกรีม เครื่องจักสาน งานหัตถกรรม ของใช้ ของที่ระลึก เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และสินค้าแปรรูป ผลิตภัณฑ์เกษตรชุมชน เพื่อให้นักท่องเที่ยวผู้มาเยือนมีความสุข มีสุขภาพที่ดี






ปิดท้ายทริปนี้ที่วัดแก่งคอย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เป็นวัดที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2330 เดิมชื่อว่า วัดแร้งคอย เพราะมีต้นไม้ใหญ่ไม่กี่ต้นริมแม่น้ำป่าสักด้านหลังวัดที่มีอายุมากเป็นร้อยปีเป็นที่อยู่ของอีแร้ง ชาวบ้านจึงเรียกว่าวัดแร้งคอย ต่อมาทางราชการได้ทำการตั้งชื่อวัดเป็นทางการว่า วัดจมูสโมสร” แล้วเปลี่ยนมาเป็น "วัดแก่งคอย"  พวกเรามาที่นี่เพื่อมาความวิจิตรของ “ถ้ำนาคา” วังพญานาค หนึ่งใน Unseen ที่สวยงามตระการตา ภายในตกแต่งเป็นถ้ำใต้บาดาลจำลอง เป็นที่อยู่อาศัยของพญานาค มีประติมากรรมกรรมพญานาคและพ่อปู่ศรีสุทโธ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของชาวไทยที่มีความเชื่อในเรื่องของพญานาค ภายในประดับประดาด้วยหลอดไฟหลากสี ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในถ้ำใต้น้ำที่ดูลึกลับและศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ภายในวัดยังมีพระธาตุเจดีย์ศรีป่าสัก เป็นเจดีย์องค์ใหญ่สีขาวตัดขอบทอง ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ที่ให้เราได้กราบสักการะ ภายในองค์เจดีย์มีจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่อง พุทธชาดกและตำนานเทวดาต่างๆ สวยงามมากทีเดียว รอบๆ ระเบียงคดขององค์พระธาตุเจดีย์ประดิษฐานพระพุทธรูปหินทรายปางประจำวันเกิดเรียงรายกันโดยจะมีโอ่งใส่น้ำพร้อมแก้วใบเล็กวางไว้ข้างๆ พระพุทธรูปประจำวันเกิดทุกองค์เพื่อให้ประชาชนรดน้ำขอพร และอนุสาวรีย์ผู้ประสบภัยทางอากาศ สงครามโลกครั้งที่สอง ที่ด้านบนติดตั้งลูกระเบิดปรมาณูที่ถูกทิ้งลงมาในคราวสงคราม เมื่อเหตุการณ์สงบลงชาวบ้านจึงเก็บมารวบรวมไว้กับข้าวของอื่น ๆ จนได้นำมาสร้างเป็นอนุสาวรีย์ในที่สุด ซ้ายมือของอนุสาวรีย์มีแท่นหินอ่อนสลักตัวอักษรจีนโบราณ เป็นแท่นที่ระลึกถึงวิญญาณทหารญี่ปุ่น ชื่อว่านายซากุโร กายิโมโตะและคณะอีก 17 นาย ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์การทิ้งระเบิดดังกล่าว สนุกสนานกับทริปนี้เป็นที่เรียบร้อย ก็ได้เวลาเดินทางกลับบุรีรัมย์โดยสวัสดิภาพ

                                                                                             เรื่อง / ภาพ... อนุรักษ์ มงคลชัยประทีป

 

 

 



วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

สเปรย์พ่นจมูก VirX ป้องกันและยับยั้งการติดเชื้อไวรัส มีความปลอดภัยสูงสุด มีจำหน่ายแล้วในไทย

สเปรย์พ่นจมูก VirX ป้องกันและยับยั้งการติดเชื้อไวรัส มีความปลอดภัยสูงสุด มีจำหน่ายแล้วในไทย

ในปัจจุบัน เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ไวรัสเกิดใหม่หลายสายพันธุ์และสายพันธุ์ย่อย เช่น Alpha, Beta, Delta, Omicron และ BA.2 สายพันธุ์ย่อย (sublineages) เป็นต้น การฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 และเข็มกระตุ้นยังคงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดความรุนแรงและอัตราการเสียชีวิต แต่อาจไม่สามารถลดอัตราการติดเชื้อ COVID-19 ได้ การแพร่กระจายของสายพันธุ์ใหม่ สถิติผู้ติดเชื้อ COVID-19 มากกว่า 480 ล้านคนทั่วโลก และรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวัน กว่าสองหมื่นคน การระบาดในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 จนถึงปัจจุบัน ยังคงมีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 26,700 รายต่อวัน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 รายต่อวัน พบว่าคนส่วนใหญ่ติดเชื้อ B.1.1.529 หรือ Omicron พบว่าสายย่อยของ Omicron นั้นติดต่อได้ง่ายมาก แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และดื้อต่อระบบภูมิคุ้มกัน โดยที่ผู้ป่วยที่ได้รับวัคซีนครบโดสและได้รับการกระตุ้นครั้งที่ 4 ยังคงติดเชื้ออยู่

ไนตริกออกไซด์ (NO) เป็นก๊าซที่ผลิตขึ้นเองตามธรรมชาติจากหลอดเลือด เป็นสารสื่อประสาทที่กระตุ้นระบบอัตโนมัติ ลดการหดตัวของหลอดเลือด ขยายหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ขยายถุงลม และลดภาวะขาดออกซิเจน นอกจากนี้ ไนตริกออกไซด์ (NO) ยังยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส ยับยั้งการแบ่งตัวของ SARS-CoV-2 ลดการอักเสบ และเร่งการสมานแผล สำหรับไนตริกออกไซด์แบบสูดดม (iNO) ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูงในปอด ปอดบวมน้ำ อาการหายใจลำบาก และอาการตัวเขียวของทารกแรกเกิด เป็นต้น เนื่องจากความสามารถของไนตริกออกไซด์ในการฆ่าเชื้อไวรัส (virucidal) โดยการทำลาย S-โปรตีนและทำลายโปรตีเอสของไวรัส ทำให้รูปร่างเปลี่ยนแปลงไปทำให้ไม่สามารถจับกับตัวรับเซลล์ในเซลล์ของมนุษย์และเข้าสู่เซลล์ของร่างกาย ทำให้ไม่สามรถขยายตัวด้วยการแบ่งตัวได้

การศึกษาวิจัยโดย Winchester และคณะนักวิจัย ระบุว่าผู้เข้าร่วม 80 ราย ที่ติดเชื้อโควิด-19 เพียงเล็กน้อย พบว่าการใช้สเปรย์ฉีดจมูกแบบผสม Hypromellose และ Nitric Oxide (HPM plus NO; หรือ NONS) ต่อเนื่องอย่างน้อย 5-6 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 8 วันการรักษา สามารถลดปริมาณไวรัส อาการดีขึ้น และลดระยะเวลาการติดเชื้อเมื่อเทียบกับยาหลอก Hypromellose สร้างฟิล์มเจลที่ช่วยเป็นตัวแทนนำส่งยา การฉีดพ่นไฮโปรเมลโลสจะเคลือบเยื่อเมือกในโพรงจมูกเพื่อเป็นการป้องกันทางกลไก ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจาย (ป้องกันการเคลื่อนตัว) และกรดซิตริกในสเปรย์ยับยั้งการแพร่กระจายของไวรัสและช่วยปล่อยไนตริกออกไซด์ ปริมาณไนตริกออกไซด์ที่ปล่อยออกมามีประสิทธิภาพในการยับยั้งการติดเชื้อไวรัสและปลอดภัยมาก ผลกระทบเดียวที่พบคือรู้สึกแสบเล็กน้อยเพียงวินาทีเดียวเท่านั้น  ไม่มีผลข้างเคียงที่มีนัยสำคัญหรือไม่พบผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

Nitric Oxide Nasal Spray + Hypromellose (NONS) เพื่อป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 ในบุคคลที่สัมผัสความเสี่ยงสูง การศึกษาย้อนหลัง (เปรียบเทียบ) ในการตั้งค่าทางคลินิก (การควบคุมการแพร่ระบาด) ที่แท้จริง NO plus HPM หรือที่เรียกว่า “NONS” (VirXTM) ได้รับการรับรองในประเทศไทยว่าเป็น เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อไวรัสผ่านเยื่อบุโพรงจมูก  ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ประสบกับการแพร่ระบาดของโรคในหมู่นักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัย เนื่องจากการกลับมาเรียนในวิทยาเขตองครักษ์อีกครั้ง  โรงพยาบาล ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คณะแพทยศาสตร์ร่วมกับมหาวิทยาลัยและคณะอื่น ๆ ในวิทยาเขตได้จัดทำแผน 'การทดสอบและติดตามเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด  บุคคลที่ใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงสูงจะถูกแยกออกในอาคารที่จัดตั้งขึ้นใหม่พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องเดี่ยวเป็นเวลา 7 วัน โดยที่ตรวจ ATK ในวันที่ 57และ 10 ก่อนกลับมาทำงาน/เรียน  ขวดสเปรย์พ่นจมูก NONS (VirX) ถูกบริจาคโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายให้กับมหาวิทยาลัย และได้รับการอนุมัติให้ใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อในหมู่นักศึกษาและเจ้าหน้าที่  บุคคลที่ใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงสูงได้รับแจ้งและเสนอให้ใช้โดยสมัครใจ  บุคคลที่ใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงสูงคือบุคคลที่ได้ติดต่อโดยตรงกับผู้ป่วย Covid-19 ที่ได้รับการยืนยัน ภายในระยะ 2 เมตรมากกว่า 5 นาทีโดยไม่สวมหน้ากาก ปกติแล้วจะเป็นเพื่อนร่วมห้องในหอพัก เพื่อนร่วมชั้น หรือเพื่อนร่วมทีมกีฬา  ผู้ตรวจสอบทำการวิเคราะห์ข้อมูลของนักศึกษามหาวิทยาลัย 1,039 คนที่รายงานว่าพวกเขาติดต่อใกล้ชิดกับผู้ป่วย COVID-19 ที่ได้รับการยืนยันทั้งที่อาคารกักกันแห่งใหม่และที่ที่พักของตนเอง  ในกลุ่มนี้  199 ราย ได้รับการยกเว้นเนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำ ขณะที่ 215 รายได้รับการยกเว้นเนื่องจากผลบวกจากชุดทดสอบ COVID-19 Antigen หรือ ATK ภายใน 24 ชั่วโมง  ดังนั้น จากอาสาสมัคร 625 คนในการประเมิน มี 203 รายที่ใช้ไนตริกออกไซด์พ่นจมูก (VirXTM) อย่างน้อย 4 ครั้งต่อวัน และอาสาสมัคร 422 รายไม่ได้ใช้ NONS อาสาสมัครทั้งหมดได้รับการทดสอบด้วย ATK ในวันที่ 5 และ 10 มีบันทึกอาการประจำวันเป็นส่วนหนึ่งของแบบสอบถาม ผลการศึกษาพบว่า จากผู้ป่วย 203 รายที่ใช้ NONS, 190 รายมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ และตรวจพบว่าติดเชื้อ 13 ราย คิดเป็นร้อยละ 6.4  และจากทั้งหมด 422 รายในกลุ่มควบคุม พบว่ามี 108 รายให้ผลเป็นบวกจากการตรวจ ATK และ จำนวน 314 รายให้ผลเป็นลบ อัตราการติดเชื้อเท่ากับร้อยละ 25.59 ที่ระดับที่เชื่อถือได้ของ p<0.0001 (ดูตารางที่ 1) โดยมีอัตราการติดเชื้อแยกจากกลุ่ม/คณะที่แยกได้ 6 กลุ่ม (ตารางที่ 2)

ผู้เข้าร่วม 70 คนจาก 203 คนที่ใช้ VirXTM (NONS) ตอบแบบสอบถามหรือ 34 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีรายงานภาวะแทรกซ้อนซึ่งคิดเป็น 85.7%11.4% มีอาการไม่พึงประสงค์เล็กน้อยจากอาการแสบร้อน/ระคายเคืองจมูก และ 2.9% ไม่แน่ใจว่ามีอาการของเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ใดๆ มีอาสาสมัคร 2 คนที่ต้องไปพบแพทย์ สาเหตุหนึ่งเกิดจากแผลในกระเพาะอาหารในกลุ่มบำบัด NONS อาสาสมัครอีกคนหนึ่งจากกลุ่มควบคุมที่ไม่ใช่ NONS พบว่ามีไข้ มีอาการแน่นหน้าอกและหายใจลำบาก เมื่อติดตามผลด้วยการเอ็กซ์เรย์ทรวงอกและประเมินระดับออกซิเจนในร่างกาย พบว่าทั้งหมดเป็นปกติ


การศึกษาย้อนหลังนี้ให้หลักฐานเชิงสังเกตการที่ดีเยี่ยมเกี่ยวกับลักษณะการป้องกันของ VirXTM (NONS) ในสภาพแวดล้อมจริง การศึกษานี้มีบทบาทสำคัญว่า NONS เป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกัน การแพร่กระจาย และการติดต่อของเชื้อ COVID-19

สเปรย์พ่นจมูก VirX ป้องกันและยับยั้งการติดเชื้อไวรัส มีความปลอดภัยสูงสุด มีจำหน่ายแล้วที่โรงพยาบาลเมดพาร์ค ถนนพระราม ร้านขายยา เอ็กซ์เทนชั่น เดอะพาร์ค ถนนพระราม โรงพยาบาลพริ้นสุวรรณภูมิ โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ โรงพยาบาลรามคําแหง สยามดิสคัฟเวอรี่ ร้านค้ายา เซฟดรัก ในเครือ DBMS ร้านขายยา เฮ็ลธตี้ช้อยซ์โดย รพ สมิตติเวช ร้านขายยา เฮ็ลธตี้แม็กซ์ Boot Watson ร้านขายยา ซี.เอส.วี. เมดิซีน และร้านขายยาฟาสซิโน

 

ในปัจจุบัน เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ไวรัสเกิดใหม่หลายสายพันธุ์และสายพันธุ์ย่อย เช่น Alpha, Beta, Delta, Omicron และ BA.2 สายพันธุ์ย่อย (sublineages) เป็นต้น การฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 และเข็มกระตุ้นยังคงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดความรุนแรงและอัตราการเสียชีวิต แต่อาจไม่สามารถลดอัตราการติดเชื้อ COVID-19 ได้ การแพร่กระจายของสายพันธุ์ใหม่ สถิติผู้ติดเชื้อ COVID-19 มากกว่า 480 ล้านคนทั่วโลก และรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวัน กว่าสองหมื่นคน การระบาดในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 จนถึงปัจจุบัน ยังคงมีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 26,700 รายต่อวัน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 รายต่อวัน พบว่าคนส่วนใหญ่ติดเชื้อ B.1.1.529 หรือ Omicron พบว่าสายย่อยของ Omicron นั้นติดต่อได้ง่ายมาก แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และดื้อต่อระบบภูมิคุ้มกัน โดยที่ผู้ป่วยที่ได้รับวัคซีนครบโดสและได้รับการกระตุ้นครั้งที่ 4 ยังคงติดเชื้ออยู่

ไนตริกออกไซด์ (NO) เป็นก๊าซที่ผลิตขึ้นเองตามธรรมชาติจากหลอดเลือด เป็นสารสื่อประสาทที่กระตุ้นระบบอัตโนมัติ ลดการหดตัวของหลอดเลือด ขยายหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ขยายถุงลม และลดภาวะขาดออกซิเจน นอกจากนี้ ไนตริกออกไซด์ (NO) ยังยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส ยับยั้งการแบ่งตัวของ SARS-CoV-2 ลดการอักเสบ และเร่งการสมานแผล สำหรับไนตริกออกไซด์แบบสูดดม (iNO) ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูงในปอด ปอดบวมน้ำ อาการหายใจลำบาก และอาการตัวเขียวของทารกแรกเกิด เป็นต้น เนื่องจากความสามารถของไนตริกออกไซด์ในการฆ่าเชื้อไวรัส (virucidal) โดยการทำลาย S-โปรตีนและทำลายโปรตีเอสของไวรัส ทำให้รูปร่างเปลี่ยนแปลงไปทำให้ไม่สามารถจับกับตัวรับเซลล์ในเซลล์ของมนุษย์และเข้าสู่เซลล์ของร่างกาย ทำให้ไม่สามรถขยายตัวด้วยการแบ่งตัวได้

การศึกษาวิจัยโดย Winchester และคณะนักวิจัย ระบุว่าผู้เข้าร่วม 80 ราย ที่ติดเชื้อโควิด-19 เพียงเล็กน้อย พบว่าการใช้สเปรย์ฉีดจมูกแบบผสม Hypromellose และ Nitric Oxide (HPM plus NO; หรือ NONS) ต่อเนื่องอย่างน้อย 5-6 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 8 วันการรักษา สามารถลดปริมาณไวรัส อาการดีขึ้น และลดระยะเวลาการติดเชื้อเมื่อเทียบกับยาหลอก Hypromellose สร้างฟิล์มเจลที่ช่วยเป็นตัวแทนนำส่งยา การฉีดพ่นไฮโปรเมลโลสจะเคลือบเยื่อเมือกในโพรงจมูกเพื่อเป็นการป้องกันทางกลไก ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจาย (ป้องกันการเคลื่อนตัว) และกรดซิตริกในสเปรย์ยับยั้งการแพร่กระจายของไวรัสและช่วยปล่อยไนตริกออกไซด์ ปริมาณไนตริกออกไซด์ที่ปล่อยออกมามีประสิทธิภาพในการยับยั้งการติดเชื้อไวรัสและปลอดภัยมาก ผลกระทบเดียวที่พบคือรู้สึกแสบเล็กน้อยเพียงวินาทีเดียวเท่านั้น  ไม่มีผลข้างเคียงที่มีนัยสำคัญหรือไม่พบผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

Nitric Oxide Nasal Spray + Hypromellose (NONS) เพื่อป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 ในบุคคลที่สัมผัสความเสี่ยงสูง การศึกษาย้อนหลัง (เปรียบเทียบ) ในการตั้งค่าทางคลินิก (การควบคุมการแพร่ระบาด) ที่แท้จริง NO plus HPM หรือที่เรียกว่า “NONS” (VirXTM) ได้รับการรับรองในประเทศไทยว่าเป็น เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อไวรัสผ่านเยื่อบุโพรงจมูก  ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ประสบกับการแพร่ระบาดของโรคในหมู่นักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัย เนื่องจากการกลับมาเรียนในวิทยาเขตองครักษ์อีกครั้ง  โรงพยาบาล ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คณะแพทยศาสตร์ร่วมกับมหาวิทยาลัยและคณะอื่น ๆ ในวิทยาเขตได้จัดทำแผน 'การทดสอบและติดตามเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด  บุคคลที่ใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงสูงจะถูกแยกออกในอาคารที่จัดตั้งขึ้นใหม่พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องเดี่ยวเป็นเวลา 7 วัน โดยที่ตรวจ ATK ในวันที่ 57และ 10 ก่อนกลับมาทำงาน/เรียน  ขวดสเปรย์พ่นจมูก NONS (VirX) ถูกบริจาคโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายให้กับมหาวิทยาลัย และได้รับการอนุมัติให้ใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อในหมู่นักศึกษาและเจ้าหน้าที่  บุคคลที่ใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงสูงได้รับแจ้งและเสนอให้ใช้โดยสมัครใจ  บุคคลที่ใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงสูงคือบุคคลที่ได้ติดต่อโดยตรงกับผู้ป่วย Covid-19 ที่ได้รับการยืนยัน ภายในระยะ 2 เมตรมากกว่า 5 นาทีโดยไม่สวมหน้ากาก ปกติแล้วจะเป็นเพื่อนร่วมห้องในหอพัก เพื่อนร่วมชั้น หรือเพื่อนร่วมทีมกีฬา  ผู้ตรวจสอบทำการวิเคราะห์ข้อมูลของนักศึกษามหาวิทยาลัย 1,039 คนที่รายงานว่าพวกเขาติดต่อใกล้ชิดกับผู้ป่วย COVID-19 ที่ได้รับการยืนยันทั้งที่อาคารกักกันแห่งใหม่และที่ที่พักของตนเอง  ในกลุ่มนี้  199 ราย ได้รับการยกเว้นเนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำ ขณะที่ 215 รายได้รับการยกเว้นเนื่องจากผลบวกจากชุดทดสอบ COVID-19 Antigen หรือ ATK ภายใน 24 ชั่วโมง  ดังนั้น จากอาสาสมัคร 625 คนในการประเมิน มี 203 รายที่ใช้ไนตริกออกไซด์พ่นจมูก (VirXTM) อย่างน้อย 4 ครั้งต่อวัน และอาสาสมัคร 422 รายไม่ได้ใช้ NONS อาสาสมัครทั้งหมดได้รับการทดสอบด้วย ATK ในวันที่ 5 และ 10 มีบันทึกอาการประจำวันเป็นส่วนหนึ่งของแบบสอบถาม ผลการศึกษาพบว่า จากผู้ป่วย 203 รายที่ใช้ NONS, 190 รายมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ และตรวจพบว่าติดเชื้อ 13 ราย คิดเป็นร้อยละ 6.4  และจากทั้งหมด 422 รายในกลุ่มควบคุม พบว่ามี 108 รายให้ผลเป็นบวกจากการตรวจ ATK และ จำนวน 314 รายให้ผลเป็นลบ อัตราการติดเชื้อเท่ากับร้อยละ 25.59 ที่ระดับที่เชื่อถือได้ของ p<0.0001 (ดูตารางที่ 1) โดยมีอัตราการติดเชื้อแยกจากกลุ่ม/คณะที่แยกได้ 6 กลุ่ม (ตารางที่ 2)

ผู้เข้าร่วม 70 คนจาก 203 คนที่ใช้ VirXTM (NONS) ตอบแบบสอบถามหรือ 34 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีรายงานภาวะแทรกซ้อนซึ่งคิดเป็น 85.7%11.4% มีอาการไม่พึงประสงค์เล็กน้อยจากอาการแสบร้อน/ระคายเคืองจมูก และ 2.9% ไม่แน่ใจว่ามีอาการของเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ใดๆ มีอาสาสมัคร 2 คนที่ต้องไปพบแพทย์ สาเหตุหนึ่งเกิดจากแผลในกระเพาะอาหารในกลุ่มบำบัด NONS อาสาสมัครอีกคนหนึ่งจากกลุ่มควบคุมที่ไม่ใช่ NONS พบว่ามีไข้ มีอาการแน่นหน้าอกและหายใจลำบาก เมื่อติดตามผลด้วยการเอ็กซ์เรย์ทรวงอกและประเมินระดับออกซิเจนในร่างกาย พบว่าทั้งหมดเป็นปกติ


การศึกษาย้อนหลังนี้ให้หลักฐานเชิงสังเกตการที่ดีเยี่ยมเกี่ยวกับลักษณะการป้องกันของ VirXTM (NONS) ในสภาพแวดล้อมจริง การศึกษานี้มีบทบาทสำคัญว่า NONS เป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกัน การแพร่กระจาย และการติดต่อของเชื้อ COVID-19

สเปรย์พ่นจมูก VirX ป้องกันและยับยั้งการติดเชื้อไวรัส มีความปลอดภัยสูงสุด มีจำหน่ายแล้วที่โรงพยาบาลเมดพาร์ค ถนนพระราม ร้านขายยา เอ็กซ์เทนชั่น เดอะพาร์ค ถนนพระราม โรงพยาบาลพริ้นสุวรรณภูมิ โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ โรงพยาบาลรามคําแหง สยามดิสคัฟเวอรี่ ร้านค้ายา เซฟดรัก ในเครือ DBMS ร้านขายยา เฮ็ลธตี้ช้อยซ์โดย รพ สมิตติเวช ร้านขายยา เฮ็ลธตี้แม็กซ์ Boot Watson ร้านขายยา ซี.เอส.วี. เมดิซีน และร้านขายยาฟาสซิโน

 

นักท่องเที่ยว ชื่นมื่นเที่ยว บินตรงเบตง "เบตง หรอยแรง แหล่งใต้ สไตล์นกแอร์" สายเที่ยวแนวรักษ์ธรรมชาติไม่ควรพลาด

นักท่องเที่ยว ชื่นมื่นเที่ยว บินตรงเบตง "เบตง หรอยแรง แหล่งใต้ สไตล์นกแอร์" สายเที่ยวแนวรักษ์ธรรมชาติไม่ควรพลาด

          บรรยากาศการท่องเที่ยวหลังการคลายล็อกโควิด-19 กลับมาคึกคักอีกครั้ง การเดินทางแบบบินตรงสู่ อ.เบตง จ.ยะลา เมืองธรรมชาติแสนงามแดนใต้  จึงถือได้ว่าเป็นแคมเปญที่น่าสนใจ สำหรับสายเที่ยวแนวรักษ์ธรรมชาติ

    เสน่ห์ของ อ.เบตง จ.ยะลา “เมืองในหมอก ดอกไม้งาม ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน” ต้นแบบเมืองท่องเที่ยวพึ่งพาตนเอง สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสมาคมส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยว (สธทท.) และบริษัทสายการบินนกแอร์ จำกัด(มหาชน) จัด แคมเปญ บินตรง เบตง "เบตง หรอยแรง แหล่งใต้ สไตล์นกแอร์"

           นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า พื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา เป็นหนึ่งในโครงการเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่ภาครัฐได้ผลักดันให้เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวแบบพึ่งพาตนเอง (Sustainable Development City) ซึ่งรัฐได้มีการส่งเสริมและพัฒนาให้แหล่งท่องเที่ยวเป็นที่รู้จักในระดับโลก  ส่วนหนึ่งเพราะเบตงเป็นเมืองที่มีศักยภาพ และมีความพร้อมทางด้านทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ ผนวกกับปัจจุบันเบตงมีแหล่งท่องเที่ยวเกิดขึ้นมากมาย อาทิ สกายวอร์ค ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง บ่อน้ำร้อนนากอ ชุมชนชาวจีนฮากกา 150 ปี อุโมงค์ปิยะมิตร และสวนไม้ดอกเมืองหนาว หมู่บ้านไก่เบตง หมู่บ้านปลากือเล๊าะห์ เป็นต้น 

         ในอนาคต เชื่อว่า “เบตง” จะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและมาเลเซีย โดยคาดการณ์ว่าหลังเปิดด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย และเปิดทำการบินอย่างต่อเนื่อง จะมีนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียและจากประเทศใกล้เคียง เดินทางมาเที่ยวชมเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน สามารถที่จะเป็นฮับด้านท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมต่อไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย อินโดนีเซียและสิงค์โปร์ เมื่อเกิดกระแสบอกต่อข้อมูลการท่องเที่ยวในสื่อสังคมออนไลน์ เบตงจะเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ททท.จึงออกแคมเปญร่วมกับภาครัฐและเอกชน เพื่อกระตุ้นกลุ่มที่ยังลังเลและไม่กล้าออกเดินทางมาเบตง ให้ร่วมสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ในแคมเปญ บินตรงเบตง "เบตง หรอยแรง แหล่งใต้ สไตล์นกแอร์" นำร่อง 3 เดือนแรก พร้อมให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ขายแพ็คเกจ 3 วัน 2 คืน เริ่มต้นที่ราคา 9,900 บาท โดยเริ่มทำการบินแล้วเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งจะให้บริการใน 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ คือ วันอังคาร ศุกร์ และอาทิตย์ 

       และในอนาคตศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีแผนที่จะฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและประวัติศาสตร์ อุโมงค์หลบภัยที่มีขนาดใหญ่อีกหนึ่งแห่ง นอกจากอุโมงค์ปิยะมิตรแล้วคือ “ต้าสวุ่ยต้อ”  อุโมงค์แห่งใหม่ในป่าสงวนแห่งชาติ หนึ่งแลนด์มาร์คที่สำคัญในพื้นที่ อ.เบตง ขุดด้วยแรงงานคน และใช้งานในสมัยการสู้รบระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์ มลายากับรัฐบาลมาเลเซีย ในช่วงปี พ.ศ. 2491-2532 เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยทางอากาศ ซึ่งมีการขุดเจาะทางเข้าออกหลายทางเชื่อมโยงถึงกันคล้ายใยแมงมุมกว่าสิบอุโมงค์ มีห้องนอน และพื้นที่ปฏิบัติการ เช่น สถานีวิทยุ ห้องเก็บเสบียง ฯลฯ นับเป็นการก่อสร้างจากฝีมือมนุษย์ที่ชาญฉลาดในอดีตให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์แก่คนรุ่นหลัง และนักท่องเที่ยวที่สนใจ โดยได้เริ่มดำเนินการมาแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ไปจนถึงเดือนกันยายน 2567 ทั้งนี้ ทาง ศอ.บต. ได้มีการเสนอและหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ดอนเมือง - เบตง เมื่อวันจันทร์ที่ 14 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา

    ในด้านกระแสตอบรับแหล่งท่องเที่ยว Skywalk ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ตั้งแต่ที่มีการเปิดตัว และภาครัฐเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 Skywalk ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง มีกระแสตอบรับที่ดีมาก หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในจุดชมวิวทะเลหมอกที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย หากค้นหาคำว่า “เที่ยวไทย” หรือ "เที่ยวใต้" ผ่าน Google ก็จะพบทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ขึ้นมาในอันดับต้นๆ

        พื้นที่ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา มีนักท่องเที่ยวชาวไทยทั้งในยะลา และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงจากต่างภูมิภาค เดินทางมาท่องเที่ยวที่สกายวอล์กอัยเยอร์เวง เพื่อชมความงามของทะเลหมอกและรอชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ช่วงวันธรรมดา และวันหยุดสุดสัปดาห์ มีจำนวนผู้เดินทางเข้าชมวันละประมาณ 2,000 – 3,000 คน และวันหยุดนักขัตฤกษ์ มีจำนวนผู้เดินทางเข้าชมวันละประมาณ 10,000 คน ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางตั้งแต่ช่วงเช้ามืด เพื่อที่จะได้ขึ้นไปชมแสงแรกของวัน ชมพระอาทิตย์ยามเช้า และชมความงดงามของทะเลหมอก และช่วงสายหลังจากหมอกเริ่มจาง ก็จะมองเห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขา ผืนป่าฮาลา-บาลา และต้นน้ำทะเลสาบเขื่อนบางลาง ที่สวยงามไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยวทางภาคเหนือ รวมถึงอากาศที่เย็นสบาย “ถ้ามาเบตงแล้วไม่ได้ไปเดินบนสกายวอล์ก ชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ก็ถือว่ามาไม่ถึงอำเภอเบตงใต้สุดแดนสยาม 

     ทั้งนี้ บนสกายวอล์ก มีเจ้าหน้าที่ คอยให้บริการจัดระเบียบเว้นระยะห่าง ตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มงวด ผู้ที่เดินทางเข้ามายังบริเวณอาคารสกายวอล์ก ต้องแสดงหลักฐานการลงทะเบียน สแกน QR Code (YALA SAFE ALERT) พร้อมหลักฐานการฉีดวัคซีน 2 เข็ม ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย

     ส่วน สตรีทอาร์ท เบตง (STREET ART BETONG) นั้น มาเบตง นอกจากจะสัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนได้จากชีวิตจริงในชุมชนและตลาดเช้าในตัวเมืองแล้ว เรายังสามารถพบเห็นสตรีทอาร์ท เบตง ที่สื่อถึงเรื่องราววิถีชีวิตตามแบบฉบับของชาวเบตง ที่ถ่ายทอดเป็นผลงานจิตรกรรมภาพวาดที่มีทั้งเรื่องราวอดีตและปัจจุบัน เช่น วัฒนธรรมการดื่มน้ำชาในยาม เช้า ตลาดพืชผักสวนครัวยามเช้า ไก่พันธุ์เบตงขึ้นชื่อ กบภูเขาสัตว์เศรษฐกิจของเมืองเบตง และยังมีภาพตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตลาดยามเช้า และอื่นๆ อีกมากมายให้เห็นบนท้องถนน สร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาให้กับเมืองเล็กๆ แห่งนี้ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสามารถทำความรู้จักเรื่องราววิถีชีวิตของชาวเบตงได้เกือบทั้งหมดจากภาพวาดเหล่านี้ สื่อให้เห็นถึงความหลากหลายของวัฒนธรรมของคนเบตง ทำให้ภูมิทัศน์ของเมืองมีสีสันมากขึ้น ศิลปินผู้วาดใช้ทั้งเทคนิคการวาดและการพ่นสีแบบกราฟิติ ถ่ายทอดออกมาได้อย่างงดงาม อบอุ่น แม้จะเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไป วิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไป ภาพวาดเหล่านี้จะเป็นบทบันทึกตัวแทนความทรงจำที่งดงาม

      คำว่า "เบตง" คือ ความงดงามที่ต้องไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต ในส่วนของนิยามคำขวัญ  เมืองในหมอก...ดอกไม้งาม...ใต้สุดสยาม...เมืองงามชายแดน” ของ อ.เบตง จ.ยะลา นั้น บ่งบอกถึงความงดงามของอำเภอใต้สุดของประเทศไทย ดินแดนที่มีความสวยงามตามธรรมชาติ อากาศดี และมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสัญลักษณ์อยู่อย่างมากมาย ความสวยงามทางพหุวัฒนธรรมที่หากได้สัมผัสแล้วคุณจะหลงรักที่นี่มากขึ้น ความน่ารักและมิตรภาพของคนในพื้นที่ ชุมชนท่องเที่ยว สินค้าและบริการที่เป็นเอกลักษณ์ของเบตง รอต้อนรับนักเดินทางทุกคนให้เข้ามาสัมผัสและได้เรียนรู้กับประสบการณ์ เบตง Amazing ยิ่งกว่าเดิม

จุฬาฯ​ เปิดพื้นที่สยาม จัดงาน “จุฬาฯ ห่วงใย แรงงานไทยแข็งแรง” ปีที่ 2​

จุฬาฯ​ เปิดพื้นที่สยาม จัดงาน “จุฬาฯ ห่วงใย แรงงานไทยแข็งแรง” ปีที่ 2​  รวมพลังเพื่อแรงงานไทยอย่างยิ่งใหญ่ ชูโมเดลเชื่อมโยงพลังคนอุดมศึกษา-แ...