วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

จุฬาฯ ผนึกกรมอนามัย เปิดตัว “เวฬา (VELA) รุ่นที่ 4”

จุฬาฯ ผนึกกรมอนามัย เปิดตัว “เวฬา (VELA) รุ่นที่ 4”

ติดอาวุธผู้นำองค์กรด้วย “AI และการแพทย์แห่งอนาคต”

ขับเคลื่อนไทยสู่ Medical Hub

     จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย​ ร่วมกับ​ กรมอนามัย​ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวความร่วมมือด้านวิชาการ พร้อมเปิดตัวหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการแพทย์และสุขภาพ “เวฬา รุ่นที่ 4” หรือ “Vitality Enhancement & Longevity Academy (VELA) Batch 4” อย่างเป็นทางการ โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ นพ.ปองพล วรปาณิ รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านสุขภาพและการแพทย์ และการเดินหน้าสร้างเครือข่ายผู้บริหารที่แข็งแกร่งเพื่อรับมือสังคม สูงวัย ด้วยองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมแพทย์สมัยใหม่และประสบการณ์การเรียนรู้ระดับโลก พร้อมทั้งประกาศรายชื่อผู้นำองค์กรชั้นนำที่ผ่านการคัดเลือกรุ่นที่ 4 และความสำเร็จของหลักสูตรที่มีผู้เข้าร่วมอบรมทั้ง 4 รุ่น รวมกว่า 400 คน​ เมื่อวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุม 202 อาคารจามจุรี 4

     ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของความร่วมมือ ในครั้งนี้ว่า ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Chula Togetherness & Growth” จุฬาฯ มุ่งมั่นที่จะยกระดับจากการเป็นสถาบันการศึกษาผู้ผลิตบัณฑิต สู่การเป็นผู้สร้าง “ผู้นำและนวัตกรรม” (Leaders and Innovators) ที่สามารถนำเทคโนโลยีไปขับเคลื่อนสังคมได้จริง

“โจทย์ใหญ่ของโลกและประเทศไทยในวันนี้คือการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ เราไม่ได้ต้องการเพียงแค่อายุยืน แต่ต้อง ‘แก่ช้า อายุยืน และมีคุณภาพ’ (Live Long with Quality Vitality) หลักสูตรเวฬาจึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็น Platform ในการ Re-skill & Up-skill ผู้นำองค์กรจากทุกภาคส่วนให้มีความรู้เท่าทันเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำสมัย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับองค์กรและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Medical Hub ของโลก”

     ด้าน​ รศ.ดร.ธิติ บวรรัตนารักษ์ คณบดีวิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาโดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ นพ.ปองพล วรปาณิ รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านสุขภาพและการแพทย์ และการเดินหน้าสร้างเครือข่ายผู้บริหารที่แข็งแกร่งเพื่อรับมือสังคม สูงวัย ด้วยองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมแพทย์สมัยใหม่และประสบการณ์การเรียนรู้ระดับโลก พร้อมทั้งประกาศรายชื่อผู้นำองค์กรชั้นนำที่ผ่านการคัดเลือกรุ่นที่ 4 และความสำเร็จของหลักสูตรที่มีผู้เข้าร่วมอบรมทั้ง 4 รุ่น รวมกว่า 400 คนกล่าวว่า หลักสูตร “เวฬา” เกิดจากความร่วมมือของ 3 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยวิทยาลัย สหศาสตร์บูรณาการ (เปลี่ยนจากบัณฑิตวิทยาลัย) คณะแพทยศาสตร์ และวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และ Degree Plus (บริษัท ดีกรีพลัส จำกัด) เพื่อ บูรณาการองค์ความรู้ด้านการแพทย์สมัยใหม่ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-based Medicine) เข้ากับมิติการบริหารจัดการและภาวะผู้นำในยุค Longevity Living หลักสูตรมุ่งเสริมศักยภาพผู้นำให้เข้าใจสุขภาพในฐานะปัจจัยเชิงกลยุทธ์ขององค์กรและชีวิตระยะยาว เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมสูงวัยและเศรษฐกิจสุขภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

     ส่วน นพ.ปองพล วรปาณิ รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวเสริมว่า กรมอนามัยตระหนักดีว่าลำพังนโยบายภาครัฐอาจไม่เพียงพอต่อการรับมือความท้าทายด้านสุขภาพ จำเป็นต้องอาศัย “ผู้นำ” ที่มีวิสัยทัศน์ ความร่วมมือกับจุฬาฯ ในหลักสูตรเวฬาต่อเนื่องมาถึงรุ่นที่ 4 นี้ เป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จ โดยหลักสูตรเวฬารุ่นนี้มีความพิเศษคือการเน้นเรื่องนวัตกรรม (Innovation) และปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (AI in Medicine) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องการยกระดับระบบสุขภาพไทยด้วยเทคโนโลยี

     ในการเปิดตัวหลักสูตรเวฬา 4 ศ.ดร.สถิรกร พงศ์พานิช ประธานอำนวยการหลักสูตร เผยถึงจุดเด่นของหลักสูตร VELA รุ่นที่ 4 ว่า หลักสูตรได้ดำเนินการภายใต้แนวคิด “Health is the New Wealth” โดยวางเป้าหมายให้เป็นพื้นที่แห่งนวัตกรรมที่ทำได้จริง (Actionable Innovation) “ไฮไลต์สำคัญของรุ่นนี้คือ Capstone Project ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ระดมสมองสร้างสรรค์โปรเจกต์ นวัตกรรมหรือโมเดลธุรกิจเพื่อสังคมร่วมกัน เพื่อให้ผู้บริหารรุ่นที่ 4 ไม่ใช่แค่ผู้รับความรู้ แต่เป็น ‘Change Makers’ ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคม”

     ในมิติของวิชาการ ผศ.ดร.นพ.อมรพันธุ์ เสรีมาศพันธุ์ ประธานดำเนินการหลักสูตร กล่าวว่า เนื้อหาในปีนี้จะพาผู้เรียนก้าวสู่ “Future Medicine” ด้วย 3 แกนหลัก คือ 1. AI & Tech เจาะลึก Generative AI ทางการแพทย์พร้อมดูงานที่ Microsoft Thailand 2. Precision & Reverse Aging รู้ลึกเรื่องเวชศาสตร์แม่นยำและการย้อนวัย และ 3. Global Perspective กับ ทริปศึกษาดูงานด้าน Longevity และระบบสาธารณสุขระดับโลก ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน หลักสูตรออกแบบในรูปแบบ Executive Brief ที่ย่อยเนื้อหาซับซ้อนให้เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับผู้บริหารจากหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่จำกัดเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์

     คุณกุลวดี ศิริภัทร์ ประธานที่ปรึกษาหลักสูตร กล่าวเสริมว่า เวฬาให้ความสำคัญกับ “Happy Learning” และการสร้างเครือข่ายผู้นำระยะยาว โดยผสมผสานองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ เข้ากับกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาวะทางกายและใจ ตลอดจนกิจกรรม Networking เพื่อสร้าง Ecosystem ของผู้นำสุขภาพที่เกื้อกูลกันอย่างยั่งยืน

รายละเอียดการอบรม หลักสูตร “เวฬา” รุ่นที่ 4

• ระยะเวลาเรียน: ทุกวันพุธ ระหว่างวันที่ 6 พฤษภาคม – 23 กันยายน 2569

• เวลา: 13.30 – 17.30 น. (บรรยายและกิจกรรม) และต่อด้วยกิจกรรม Networking ถึงเวลาประมาณ 21.00 น.

• สถานที่: at work ชั้น 6 อาคาร Central Park Offices

• ค่าธรรมเนียมการอบรม: 225,000 บาท

ช่องทางการติดตามข่าวสารและสมัคร 

สามารถติดตามภาพบรรยากาศกิจกรรม และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:

• Website: lifelong.chula.ac.th/vela

• Facebook: velaExecEd

• LINE Official: @velaExecEd


วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569

งาน Thailand–India International Iconic Awards – 2026 งานมอบรางวัลอันทรงเกียรติแก่ผู้นำทางธุรกิจจากหลากหลายสาขา

งาน Thailand–India International Iconic Awards – 2026

งานมอบรางวัลอันทรงเกียรติแก่ผู้นำทางธุรกิจจากหลากหลายสาขา




    Asianet Suvarna News และ Kannada Prabha เป็นองค์กรสื่อที่ได้รับความไว้วางใจและได้รับความนิยมสูงสุดในรัฐกรณาฏกะ โดย Asianet Suvarna News ครองตำแหน่งสถานีข่าวอันดับหนึ่งของรัฐมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 17 ปี ขณะที่ Kannada Prabha เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่บุกเบิกวงการสื่อสารมวลชนมาแล้วกว่า 55 ปี นอกจากนี้ องค์กรสื่อในเครือยังดำเนินกิจการสถานีวิทยุ Radio Indigo ซึ่งเป็นสถานีดนตรีระดับนานาชาติ ตั้งอยู่ที่เมืองเบงกาลูรู




    วันนี้​ Asianet Suvarna News ได้จัดงาน​ "Thailand–India International Iconic Awards – 2026" งานอันทรงเกียรติระดับนานาชาติเพื่อเฉลิมฉลองวิสัยทัศน์และความสำเร็จของผู้นำทางธุรกิจจากหลากหลายสาขา โดยได้รับเกียรติ​จาก นายสัญญาพุฒิ เกิดบัณฑิต รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)​ พร้อมด้วย​ นาย Ajit Subhas Hanamakkanavar ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) Asianet Suvarna News นายทวีศักดิ์ ขันคำ​ นายกสมาคมมัคคุเทศก์และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว​ และนางสาวนันท์นภัส ตะหมัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยู สไมล์ ฮอลิเดย์ ดีเอ็มซี​ร่วมกันเปิดงาน​ โดยมีผู้นำทางธุรกิจหลากหลายสาขาจากประเทศอินเดียจำนวน 50 ท่านร่วมงาน ณ​ โรงแรม Grand Mercure Bangkok Atrium ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ ประเทศไทย​ เมื่อวันที่​ 22​ มกราคม​ 2569





      โดยภายในงานจัดให้มีจะมีการการแสดงดนตรีเบาๆ​ การแสดงศิลปวัฒนธรรมประเพณีไทยที่อ่อนช้อยสวยงาม​อันเป็นเอกลักษณ์ของไทย และการมอบรางวัลแก่ผู้นำทางธุรกิจจากหลายภาคส่วนจำนวน 15 ท่าน





      นาย Ajit Subhas Hanamakkanavar ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) Asianet Suvarna News กล่าวว่า​ "Asianet Suvarna News เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในด้านการจัดแคมเปญเพื่อสังคมขนาดใหญ่ และมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทุกๆ สามเดือน โครงการสำคัญที่ได้รับการยอมรับ ได้แก่ Seven Wonders of Karnataka, Save Wildlife, Raita Ratna Prashasthi (รางวัลเกษตรกรดีเด่น), Asamanaya Kannadiga (บุคคลชาวกันนาดาผู้โดดเด่น), Ujjwala Udhyami Prashasthi (รางวัลผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ), Suvarna Sadhakaru (รางวัลผู้สร้างความสำเร็จระดับทอง) และ Shourya Prashasthi (รางวัลความกล้าหาญ) โดยผู้ได้รับรางวัลทุกท่านได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายใต้หลักเกณฑ์ที่เข้มงวด





     การจัดงาน​ International Iconic Awards ใน​ประเทศไทยครั้งนี้​ นับเป็นการจัดงานครั้งที่ 10​ ที่ต่อยอดจากความสำเร็จของการจัดงานในหลายประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย, บาหลี, บาห์เรน ดูไบ (ปี 2024), มาเลเซีย, เวียดนาม, ดูไบ (ปี 2025), ลอนดอน และฮ่องกง ผู้ได้รับรางวัลล้วนผ่านการคัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นบุคคลผู้ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงจากหลากหลายสาขา และจะได้รับเกียรติในการเข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงโอกาสในการสร้างเครือข่ายและต่อยอดทางธุรกิจในประเทศเจ้าภาพ"







วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569

พาณิชย์จัดมหกรรมสุดยอดสินค้าดีศรีอีสาน “SEE ISAN EXPO 2

พาณิชย์จัดมหกรรมสุดยอดสินค้าดีศรีอีสาน “SEE ISAN EXPO 2026”

เปิดอีสานในทุกมุมมอง เปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจ

ผลักดันผู้ประกอบการสู่ตลาดสากล

     กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี จัดใหญ่มหกรรมสุดยอดสินค้าดีศรีอีสาน “SEE ISAN EXPO 2026” รวบรวมสินค้าดีศรีอีสานมาไว้ในที่เดียว พร้อมด้วยกิจกรรมเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจมากมาย ภายใต้โครงการยกระดับการค้าภาคอีสานสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อพัฒนาและเชื่อมโยงศักยภาพเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy) สู่โอกาสทางการค้าในระดับประเทศ​ และนานาชาติ (Global Opportunity) ระหว่างวันที่ 22–25 มกราคม 2569 ณ ฮอลล์ 8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร เปิดให้เข้าชม ช้อป ฟรีทุกวัน ระหว่างเวลา 10.00–20.00 น. 

       ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “SEE ISAN EXPO 2026” พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ พาณิชย์จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด พร้อมด้วยภาคเอกชน อาทิ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล (TOPS) จำกัด, บริษัท สหลอว์สัน จำกัด, บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด ฯลฯ รวมถึงผู้บริหารจากศูนย์รวบรวมสินค้าโดดเด่นจีน-อาเซียน  (China ASEAN Mercantile Exchange - CARMEX) จากสาธารณรัฐประชาขนจีน และหอการค้าอินโดนีเซีย-ไทย (Indonesia-Thai Chamber of Commerce – ITCC) เข้าร่วมงาน​  ณ ฮอลล์ 8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่​ 22 มกราคม 2569

     ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า SEE ISAN EXPO 2026 เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ในการนำศักยภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาเชื่อมโยงกับโอกาสทางการค้า การลงทุน และตลาดใหม่ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่มีส่วนช่วยเหลือเยียวยาประชาชนในพื้นที่อพยพจากเหตุการณ์ปะทะไทย-กัมพูชา

     มหกรรมสินค้าดีศรีอีสาน SEE ISAN EXPO 2026 ถือเป็นหนึ่งในกลไกเชิงนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม รวมถึงแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติด้านเศรษฐกิจฐานราก และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่มุ่งเสริมสร้างเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าและเติบโตอย่างมีคุณภาพ

     ภายในงานมหกรรมสินค้าดีศรีอีสาน SEE ISAN EXPO 2026​ ได้รวบรวมผู้ประกอบการจากกว่า 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้ง 4 จังหวัดที่ได้รับผลจากการปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา รวม 210 คูหา ครอบคลุมสินค้าเกษตรสร้างมูลค่า อาหาร สินค้านวัตกรรม ผ้าทออัตลักษณ์ และสินค้า  Local Plus สินค้าท้องถิ่นเพิ่มมูลค่าที่มีศักยภาพต่อยอดเชิงพาณิชย์และขยายตลาดในระยะยาว ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรม Business Matching เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ  นำเสนอสินค้า หรือ Market Pitchingที่เปิดเวทีให้ผู้ประกอบการนำเสนอสินค้าต่อผู้ค้ารายใหญ่ และแพลตฟอร์มต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสในการผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดต่างประเทศ

     โดยมีไฮไลต์เด่นได้แก่​ กิจกรรมส่งเสริมการค้าดิจิทัล Live Commerce ซึ่งได้อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของไทย อาทิ เจนนื่ ได้หมดถ้าสดชื่น ดีเจมะตูม ซานิ ดีเจบุ๊คโกะ มา Live ขายของ ตลอด 4 วันจัดงาน รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์ที่จะมาสอนการทำ   คอนเทนต์ การไลฟ์ขายของ การใช้ตะกร้าสินค้า ตลอดจนรายการบันเทิงและกิจกรรมส่งเสริมการขายนาทีทองบนเวทีกลาง เต็มอิ่ม 4 วันจัดงาน และยังมีคลินิกให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาสินค้า บรรจุภัณฑ์ การตลาดออนไลน์ ตลาดต่างประเทศ โดยวิทยากรรับเชิญมากมาย 

     ผู้เข้าชมงานสามารถเข้าชม Pavilion Showcase สินค้า “SEE ISAN Pavilion” ผ่านเรื่องราวที่เชื่อมโยงจิตวิญญาณอีสานเข้ากับสินค้าและภูมิปัญญาอีสาน ตั้งแต่ ‘Root of ISAN’ วิถีชาวนาไทยและข้าวอีสาน ‘Joyful ISAN’ รื่นรมย์กับ   ประเพณี ความสนุกสนาน และอาหารอีสาน ‘Spirit & Nature’ งานหัตถศิลป์จากธรรมชาติและความศรัทธา ‘ISAN Textiles’ ร่วมภาคภูมิใจกับผ้าไทยสู่แฟชั่นโลก และ ‘ISAN GI’ สินค้า GI จาก 20 จังหวัด ขณะที่ “พนมดงรัก Pavilion” ชูบทบาทอีสานใต้ในฐานะประตูการค้าชายแดน เชื่อมโยงศักยภาพสินค้าและวัฒนธรรมของ 4 จังหวัด สู่โอกาสทางการค้าและการลงทุนในระดับภูมิภาคและนานาชาติ พร้อมเต็มอิ่มกับการเซลฟี่ที่จุดแชะภาพกับปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทตาควายจำลอง ผามออีแดง และเสาเฉลียง เลื่องชื่อในภาคอีสาน

     ร้อยตรี จักรา จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า งาน SEE ISAN EXPO 2026 จะเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่ช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้มีความเข้มแข็ง เชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าใหม่ และสนับสนุนบทบาทของอีสาน ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและการค้าในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในระยะต่อไป จึงขอเชิญชวนประชาชนมาเลือกซื้อสินค้าดีสินค้าเด่นจากภาคอีสานในงานนี้ หรือเลือกซื้อผ่านทางช่องทางออนไลน์ และขอเชิญชวน ผู้ประกอบการ รุ่นใหม่มาเยี่ยมชมงานได้ฟรีทุกวัน

     มหกรรมสุดยอดสินค้าดีศรีอีสาน “SEE ISAN EXPO 2026” จัดระหว่างวันที่ 22–25 มกราคม 2569   ณ ฮอลล์ 8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร เปิดให้เข้าชม ช้อป ฟรีทุกวัน เวลาระหว่าง 10.00–20.00 น. ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ info.seeisanexpo2026@gmail.com 


                                                                                                           

วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำกระเช้าเข้าเยี่ยมเยียน พร้อมมอบเงินปลอบขวัญให้กำลังใจแก่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำกระเช้าเข้าเยี่ยมเยียน พร้อมมอบเงินปลอบขวัญให้กำลังใจแก่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพฯ

     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายนิพนธ์ โชคภิรมย์วงศา กรรมการปฏิคม พร้อมด้วยคณะกรรมการ นำทีมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาธารณภัย และฝ่ายปฏิบัติการ เข้ามอบเงินปลอบขวัญและให้กำลังใจแก่ทหารกล้าที่บาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในขณะนี้ นายละ 10,000 บาท พร้อมกระเช้าสุขภาพ รวมจำนวน 35 นาย รวมงบประมาณทั้งสิ้น 392,000 บาท (สามแสนเก้าหมื่นสองพันบาทถ้วน) ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569

     นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปี 2568 เป็นต้นมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ลงพื้นที่ชายแดนเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวมงบประมาณการช่วยเหลือกรณีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาจนถึงปัจจุบันกว่า 8.3 ล้านบาท โดยมูลนิธิฯ ยังคงติดตามสถานการณ์เพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือตามนโยบายการดำเนินงานของฝ่ายสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต่อไป


      มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป

ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##


จุฬาฯ ผนึกกรมอนามัย เปิดตัว “เวฬา (VELA) รุ่นที่ 4”

จุฬาฯ ผนึกกรมอนามัย เปิดตัว “เวฬา (VELA) รุ่นที่ 4” ติดอาวุธผู้นำองค์กรด้วย “AI และการแพทย์แห่งอนาคต” ขับเคลื่อนไทยสู่ Medical Hub       จุฬ...