วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569

งาน Thailand–India International Iconic Awards – 2026 งานมอบรางวัลอันทรงเกียรติแก่ผู้นำทางธุรกิจจากหลากหลายสาขา

งาน Thailand–India International Iconic Awards – 2026

งานมอบรางวัลอันทรงเกียรติแก่ผู้นำทางธุรกิจจากหลากหลายสาขา




    Asianet Suvarna News และ Kannada Prabha เป็นองค์กรสื่อที่ได้รับความไว้วางใจและได้รับความนิยมสูงสุดในรัฐกรณาฏกะ โดย Asianet Suvarna News ครองตำแหน่งสถานีข่าวอันดับหนึ่งของรัฐมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 17 ปี ขณะที่ Kannada Prabha เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่บุกเบิกวงการสื่อสารมวลชนมาแล้วกว่า 55 ปี นอกจากนี้ องค์กรสื่อในเครือยังดำเนินกิจการสถานีวิทยุ Radio Indigo ซึ่งเป็นสถานีดนตรีระดับนานาชาติ ตั้งอยู่ที่เมืองเบงกาลูรู




    วันนี้​ Asianet Suvarna News ได้จัดงาน​ "Thailand–India International Iconic Awards – 2026" งานอันทรงเกียรติระดับนานาชาติเพื่อเฉลิมฉลองวิสัยทัศน์และความสำเร็จของผู้นำทางธุรกิจจากหลากหลายสาขา โดยได้รับเกียรติ​จาก นายสัญญาพุฒิ เกิดบัณฑิต รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)​ พร้อมด้วย​ นาย Ajit Subhas Hanamakkanavar ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) Asianet Suvarna News นายทวีศักดิ์ ขันคำ​ นายกสมาคมมัคคุเทศก์และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว​ และนางสาวนันท์นภัส ตะหมัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยู สไมล์ ฮอลิเดย์ ดีเอ็มซี​ร่วมกันเปิดงาน​ โดยมีผู้นำทางธุรกิจหลากหลายสาขาจากประเทศอินเดียจำนวน 50 ท่านร่วมงาน ณ​ โรงแรม Grand Mercure Bangkok Atrium ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ ประเทศไทย​ เมื่อวันที่​ 22​ มกราคม​ 2569





      โดยภายในงานจัดให้มีจะมีการการแสดงดนตรีเบาๆ​ การแสดงศิลปวัฒนธรรมประเพณีไทยที่อ่อนช้อยสวยงาม​อันเป็นเอกลักษณ์ของไทย และการมอบรางวัลแก่ผู้นำทางธุรกิจจากหลายภาคส่วนจำนวน 15 ท่าน





      นาย Ajit Subhas Hanamakkanavar ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) Asianet Suvarna News กล่าวว่า​ "Asianet Suvarna News เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในด้านการจัดแคมเปญเพื่อสังคมขนาดใหญ่ และมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทุกๆ สามเดือน โครงการสำคัญที่ได้รับการยอมรับ ได้แก่ Seven Wonders of Karnataka, Save Wildlife, Raita Ratna Prashasthi (รางวัลเกษตรกรดีเด่น), Asamanaya Kannadiga (บุคคลชาวกันนาดาผู้โดดเด่น), Ujjwala Udhyami Prashasthi (รางวัลผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ), Suvarna Sadhakaru (รางวัลผู้สร้างความสำเร็จระดับทอง) และ Shourya Prashasthi (รางวัลความกล้าหาญ) โดยผู้ได้รับรางวัลทุกท่านได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายใต้หลักเกณฑ์ที่เข้มงวด





     การจัดงาน​ International Iconic Awards ใน​ประเทศไทยครั้งนี้​ นับเป็นการจัดงานครั้งที่ 10​ ที่ต่อยอดจากความสำเร็จของการจัดงานในหลายประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย, บาหลี, บาห์เรน ดูไบ (ปี 2024), มาเลเซีย, เวียดนาม, ดูไบ (ปี 2025), ลอนดอน และฮ่องกง ผู้ได้รับรางวัลล้วนผ่านการคัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นบุคคลผู้ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงจากหลากหลายสาขา และจะได้รับเกียรติในการเข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงโอกาสในการสร้างเครือข่ายและต่อยอดทางธุรกิจในประเทศเจ้าภาพ"







วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569

พาณิชย์จัดมหกรรมสุดยอดสินค้าดีศรีอีสาน “SEE ISAN EXPO 2

พาณิชย์จัดมหกรรมสุดยอดสินค้าดีศรีอีสาน “SEE ISAN EXPO 2026”

เปิดอีสานในทุกมุมมอง เปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจ

ผลักดันผู้ประกอบการสู่ตลาดสากล

     กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี จัดใหญ่มหกรรมสุดยอดสินค้าดีศรีอีสาน “SEE ISAN EXPO 2026” รวบรวมสินค้าดีศรีอีสานมาไว้ในที่เดียว พร้อมด้วยกิจกรรมเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจมากมาย ภายใต้โครงการยกระดับการค้าภาคอีสานสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อพัฒนาและเชื่อมโยงศักยภาพเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy) สู่โอกาสทางการค้าในระดับประเทศ​ และนานาชาติ (Global Opportunity) ระหว่างวันที่ 22–25 มกราคม 2569 ณ ฮอลล์ 8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร เปิดให้เข้าชม ช้อป ฟรีทุกวัน ระหว่างเวลา 10.00–20.00 น. 

       ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “SEE ISAN EXPO 2026” พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ พาณิชย์จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด พร้อมด้วยภาคเอกชน อาทิ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล (TOPS) จำกัด, บริษัท สหลอว์สัน จำกัด, บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด ฯลฯ รวมถึงผู้บริหารจากศูนย์รวบรวมสินค้าโดดเด่นจีน-อาเซียน  (China ASEAN Mercantile Exchange - CARMEX) จากสาธารณรัฐประชาขนจีน และหอการค้าอินโดนีเซีย-ไทย (Indonesia-Thai Chamber of Commerce – ITCC) เข้าร่วมงาน​  ณ ฮอลล์ 8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่​ 22 มกราคม 2569

     ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า SEE ISAN EXPO 2026 เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ในการนำศักยภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาเชื่อมโยงกับโอกาสทางการค้า การลงทุน และตลาดใหม่ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่มีส่วนช่วยเหลือเยียวยาประชาชนในพื้นที่อพยพจากเหตุการณ์ปะทะไทย-กัมพูชา

     มหกรรมสินค้าดีศรีอีสาน SEE ISAN EXPO 2026 ถือเป็นหนึ่งในกลไกเชิงนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม รวมถึงแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติด้านเศรษฐกิจฐานราก และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่มุ่งเสริมสร้างเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าและเติบโตอย่างมีคุณภาพ

     ภายในงานมหกรรมสินค้าดีศรีอีสาน SEE ISAN EXPO 2026​ ได้รวบรวมผู้ประกอบการจากกว่า 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้ง 4 จังหวัดที่ได้รับผลจากการปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา รวม 210 คูหา ครอบคลุมสินค้าเกษตรสร้างมูลค่า อาหาร สินค้านวัตกรรม ผ้าทออัตลักษณ์ และสินค้า  Local Plus สินค้าท้องถิ่นเพิ่มมูลค่าที่มีศักยภาพต่อยอดเชิงพาณิชย์และขยายตลาดในระยะยาว ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรม Business Matching เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ  นำเสนอสินค้า หรือ Market Pitchingที่เปิดเวทีให้ผู้ประกอบการนำเสนอสินค้าต่อผู้ค้ารายใหญ่ และแพลตฟอร์มต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสในการผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดต่างประเทศ

     โดยมีไฮไลต์เด่นได้แก่​ กิจกรรมส่งเสริมการค้าดิจิทัล Live Commerce ซึ่งได้อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของไทย อาทิ เจนนื่ ได้หมดถ้าสดชื่น ดีเจมะตูม ซานิ ดีเจบุ๊คโกะ มา Live ขายของ ตลอด 4 วันจัดงาน รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์ที่จะมาสอนการทำ   คอนเทนต์ การไลฟ์ขายของ การใช้ตะกร้าสินค้า ตลอดจนรายการบันเทิงและกิจกรรมส่งเสริมการขายนาทีทองบนเวทีกลาง เต็มอิ่ม 4 วันจัดงาน และยังมีคลินิกให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาสินค้า บรรจุภัณฑ์ การตลาดออนไลน์ ตลาดต่างประเทศ โดยวิทยากรรับเชิญมากมาย 

     ผู้เข้าชมงานสามารถเข้าชม Pavilion Showcase สินค้า “SEE ISAN Pavilion” ผ่านเรื่องราวที่เชื่อมโยงจิตวิญญาณอีสานเข้ากับสินค้าและภูมิปัญญาอีสาน ตั้งแต่ ‘Root of ISAN’ วิถีชาวนาไทยและข้าวอีสาน ‘Joyful ISAN’ รื่นรมย์กับ   ประเพณี ความสนุกสนาน และอาหารอีสาน ‘Spirit & Nature’ งานหัตถศิลป์จากธรรมชาติและความศรัทธา ‘ISAN Textiles’ ร่วมภาคภูมิใจกับผ้าไทยสู่แฟชั่นโลก และ ‘ISAN GI’ สินค้า GI จาก 20 จังหวัด ขณะที่ “พนมดงรัก Pavilion” ชูบทบาทอีสานใต้ในฐานะประตูการค้าชายแดน เชื่อมโยงศักยภาพสินค้าและวัฒนธรรมของ 4 จังหวัด สู่โอกาสทางการค้าและการลงทุนในระดับภูมิภาคและนานาชาติ พร้อมเต็มอิ่มกับการเซลฟี่ที่จุดแชะภาพกับปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทตาควายจำลอง ผามออีแดง และเสาเฉลียง เลื่องชื่อในภาคอีสาน

     ร้อยตรี จักรา จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า งาน SEE ISAN EXPO 2026 จะเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่ช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้มีความเข้มแข็ง เชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าใหม่ และสนับสนุนบทบาทของอีสาน ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและการค้าในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในระยะต่อไป จึงขอเชิญชวนประชาชนมาเลือกซื้อสินค้าดีสินค้าเด่นจากภาคอีสานในงานนี้ หรือเลือกซื้อผ่านทางช่องทางออนไลน์ และขอเชิญชวน ผู้ประกอบการ รุ่นใหม่มาเยี่ยมชมงานได้ฟรีทุกวัน

     มหกรรมสุดยอดสินค้าดีศรีอีสาน “SEE ISAN EXPO 2026” จัดระหว่างวันที่ 22–25 มกราคม 2569   ณ ฮอลล์ 8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร เปิดให้เข้าชม ช้อป ฟรีทุกวัน เวลาระหว่าง 10.00–20.00 น. ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ info.seeisanexpo2026@gmail.com 


                                                                                                           

วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำกระเช้าเข้าเยี่ยมเยียน พร้อมมอบเงินปลอบขวัญให้กำลังใจแก่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำกระเช้าเข้าเยี่ยมเยียน พร้อมมอบเงินปลอบขวัญให้กำลังใจแก่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพฯ

     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นายนิพนธ์ โชคภิรมย์วงศา กรรมการปฏิคม พร้อมด้วยคณะกรรมการ นำทีมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาธารณภัย และฝ่ายปฏิบัติการ เข้ามอบเงินปลอบขวัญและให้กำลังใจแก่ทหารกล้าที่บาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในขณะนี้ นายละ 10,000 บาท พร้อมกระเช้าสุขภาพ รวมจำนวน 35 นาย รวมงบประมาณทั้งสิ้น 392,000 บาท (สามแสนเก้าหมื่นสองพันบาทถ้วน) ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569

     นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปี 2568 เป็นต้นมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ลงพื้นที่ชายแดนเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวมงบประมาณการช่วยเหลือกรณีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาจนถึงปัจจุบันกว่า 8.3 ล้านบาท โดยมูลนิธิฯ ยังคงติดตามสถานการณ์เพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือตามนโยบายการดำเนินงานของฝ่ายสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต่อไป


      มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป

ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##


วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ทำไมผู้บริโภคยุคนี้ ถูกใจ ‘บ้านซีพีแลนด์’ ?

ทำไมผู้บริโภคยุคนี้ ถูกใจ ‘บ้านซีพีแลนด์’ ?

    จากงานวิจัย TerraHint Brand Series 2025 ระบุว่าความต้องการใหม่ของผู้อยู่อาศัย ไม่ใช่แค่สร้างบ้าน แต่คือสร้างคุณภาพชีวิต   เพราะจากการสำรวจผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 2,000 คนทั่วประเทศ พบว่า คนไทยยุคปัจจุบันเลือกบ้านจาก 3 แกนหลักคือ ความปลอดภัยเชิงโครงสร้าง คุณภาพที่คุ้มค่า และการใช้ชีวิตแบบ Wellbeing มากกว่าความหรูหราเพียงอย่างเดียว

     ในเวทีเดียวกัน บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Top 10 Brand Powerful Score และขยับสถานะจาก “แบรนด์ผู้ท้าชิง” ขึ้นสู่กลุ่ม “แบรนด์เจ้าตลาด (Market Leader Brand) สะท้อนว่าบ้านและโครงการของ CP LAND กำลัง “ตรงใจ” ผู้บริโภคมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

3 จุดต่างที่ทำให้บ้านซีพีแลนด์ถูกใจผู้ซื้อบ้านยุคนี้

1. ปลอดภัยและโปร่งใส ในยุคที่คนกลัวโครงสร้างมากกว่าราคา

หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว งานวิจัยชี้ว่า “โครงสร้างและคุณภาพการก่อสร้าง” กลายเป็นปัจจัยอันดับ 1 ในการเลือกบ้าน และผู้บริโภคให้รางวัลกับแบรนด์ที่สื่อสารเร็ว ชัด และตรงไปตรงมาเรื่องมาตรฐานอาคาร  

CP LAND วางจุดยืนชัดในเรื่อง

• มาตรฐานโครงสร้างและวัสดุที่ตรวจสอบได้

• การออกแบบเน้นความปลอดภัยโดยเฉพาะ Low-rise living

• การดูแลหลังการขายและการรับผิดชอบต่อผู้อยู่อาศัยอย่างใส่ใจ *ด้วยการรับประกัน 10 ปี

2. คุณภาพที่ “เอื้อมถึงได้” ตรงกับงบส่วนใหญ่ของคนไทย

งานวิจัยพบว่า 78% ของผู้ซื้อมองหาโครงการที่ “คุ้มค่า–ไว้ใจได้” มากกว่าความหรูฟุ่มเฟือยอย่างเดียว 

ทำให้ CP LAND แตกต่างจากผู้พัฒนาโครงการอื่นๆ ประกอบด้วย

• โฟกัสโครงการที่อยู่อาศัยและมิกซ์ยูสในระดับราคาที่เข้าถึงได้

• ให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่าในระยะยาว” ทั้งค่าใช้จ่ายดูแลบ้านและคุณภาพชีวิต

• เดินตามวิสัยทัศน์ “Accessible Communities for Life – คุณภาพเพื่อทุกชีวิต” ไม่ได้เน้นเฉพาะตลาดบน

3. ด้านความคุณภาพชีวิตและความยั่งยืน Wellbeing & Sustainable Living ที่เป็นของจริง ไม่ใช่แค่คีย์เวิร์ด

     ผู้ตอบแบบสอบถามนิยาม “Wellness” ว่า คุณภาพชีวิตที่ดี สภาพแวดล้อมดี ความปลอดภัย พื้นที่สีเขียว ความสมดุลของชีวิต และความสัมพันธ์ในครอบครัว/ชุมชน  

     ทิศทางการพัฒนาโครงการของ CP LAND คำนึงถึง

• พื้นที่สีเขียวและพื้นที่ส่วนกลางเพื่อสุขภาพกาย–ใจ

การออกแบบแบบ Universal Design รองรับผู้สูงอายุและทุกช่วงวัย  

• วัสดุประหยัดพลังงาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาโครงการครอบคลุมหลายระดับรายได้

“ทั้งหมดนี้ทำให้ ‘บ้านซีพีแลนด์’ กำลังกลายเป็นคำตอบหลักของผู้ซื้อบ้านยุคปัจจุบันในสายตาผู้บริโภคทั่วประเทศ ด้วยโครงสร้างที่เชื่อมั่นได้ + คุณภาพที่เข้าถึงได้ + ชีวิตแบบ Wellbeing ที่จับต้องได้” 

 ข้อมูลเพิ่มเติม :  http://www.CPLAND.co.th 

#CPLAND #AccessibleCommunitiesForLife #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #TerraBKK #TerraHint2025#



วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

จุฬาฯ พลิกโฉมวงการทันตกรรมไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เปิดศูนย์การศึกษาและวิจัยด้านทันตกรรม หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต

จุฬาฯ พลิกโฉมวงการทันตกรรมไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

เปิดศูนย์การศึกษาและวิจัยด้านทันตกรรม หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต 

สาขาวิชาทันตกรรมรากเทียมและทันตกรรมบูรณะเพื่อความสวยงาม (หลักสูตรนานาชาติ)



     ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานแถลงข่าวเปิดศูนย์การศึกษาและวิจัยด้านทันตกรรม หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาทันตกรรมรากเทียมและทันตกรรมบูรณะเพื่อความสวยงาม (หลักสูตรนานาชาติ) โดยมี รองศาสตราจารย์ ทันตแพทย์หญิง ดร. ใจแจ่ม สุวรรณเวลา ประธานหลักสูตรฯ และผู้อำนวยการคลินิก กล่าวต้อนรับ และกล่าวรายงานแนะนำหลักสูตรหันตกรรมรากเทียม และทันตกรรมบูรณะเพื่อความสวยงาม (หลักสูตรนานาชาติ) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ทันตแพทย์ ดร.พรชัย จันศิษย์ยานนท์ คณบดีทันตแพทยศาสตร กล่าวถึงนโยบายของคณะ ณ คลินิกทันตกรรมรากเทียมและทันตกรรมบูรณะเพื่อความสวยงาม (CUIE Clinic) อาคารพรีคลินิก ชั้น 1 คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2568


     โดยภายในงาน มีการกล่าวรายละเอียดการดำเนินงานของหลักสูตรโดย Associate Professor Dr. Nikos Mattheos ประธานฝ่ายวิชาการ และ Associate Professor Martin Schittek Janda ศาสตราจารย์รับเชิญจาก Malmo University, Sweden รวมทั้งมีกิจกรรมให้เข้าร่วมทดสอบใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย สำหรับงานทันตกรรม 4 จุด ได้แก่
1. One-Day Crown: The Complete Workflow
(ระบบงานดิจิทัลสำหรับการทำครอบฟันเสร็จได้ภายในวันเดียว)
2. Computer Assisted Implant Surgery: Implant Surgery with Real-Time Navigation
(การผ่าตัดรากฟันเทียมโดยอาศัยระบบคอมพิวเตอร์: การฝังรากเทียมด้วยระบบนำร่อง)
3. Orofacial Esthetics and Smile Design. Face Scan, and Digital Design of a New Smile (การสแกนใบหน้า และการออกแบบรอยยิ้ม
4. Advanced Applications of intraoral Scanner in Implantology and Esthetic Dentistry: Enabling patient's comfort and accuracy (การสแกนในช่องปาก)



     คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานเปิดตัวหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาทันตกรรมรากเทียมและทันตกรรมบูรณะเพื่อความสวยงาม (หลักสูตรนานาชาติ) -Chulalongkorn University Implants and Esthetics Dentistry (CUIE) พร้อมเปิดพื้นที่ CUIE Clinic คลินิกทันตกรรมดิจิทัลที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ณ คลินิกทันตกรรมรากเทียมและทันตกรรมบูรณะเพื่อความสวยงาม (CUIE Clinic) อาคารพรีคลินิก ชั้น 1 คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อประกาศก้าวสำคัญของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการพัฒนาการเรียนการสอนและการรักษาทางทันตกรรมยุคใหม่ในหลักสูตรดังกล่าวที่ผสานเทคโนโลยีดิจิทัล ทันตกรรมรากเทียมขั้นสูง และความงามเชิงโครงสร้างใบหน้า (Functional-Esthetics) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการระดับสากลและสร้างบุคลากรเฉพาะทางคุณภาพสูงให้แก่วงการทันตแพทย์ไทยและนานาชาติ



     ศูนย์การศึกษาวิจัยด้านทันตกรรมรากเทียม และทันตตกรรมบูรณะเพื่อความสวยงาม (นานาชาติ) (Chulalongkorn University Implant and Esthetic Dentistry International Program Clinic - CUIE) เป็นศูนย์แห่งแรกของประเทศไทยที่รวบรวมการเรียนการสอนระดับนานาชาติ คลินิกดิจิทัลทันสมัย และการวิจัยระดับสากลไว้ในที่เดียว ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังเข้ามาเปลี่ยนวิถีการดูแลสุขภาพอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะด้านทันตกรรมที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสแกนใบหน้า ปัญญาประดิษฐ์เพื่อออกแบบรอยยิ้ม (AI Smile Design) ไปจนถึงหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ป่วย ทั้งด้านความแม่นยำ ความรวดเร็ว และคุณภาพการรักษาที่เหนือกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีทักษะขั้นสูงและระบบสนับสนุนที่ครบวงจร ซึ่งหลักสูตรทันตกรรมรากเทียม และทันตกรรมบูรณะเพื่อความสวยงาม (CUIE) คือคำตอบของโจทย์นี้

      ศูนย์ฯ แห่งนี้พัฒนามาเป็นระยะเวลามากกว่า 2 ปี ประกอบด้วย หลักสูตรปริญญาโทนานาชาติ สาขาหันตกรรมรากเทียม และทันตกรรมบูรณะเพื่อความสวยงาม คลินิกทันตกรรมดิจิทัลครบวงจร ศูนย์วิจัยด้านเทคโนโลยีทันตกรรมขั้นสูง โดยคลินิกได้เปิดให้บริการเบื้องต้นมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

     คลินิก CUIE เป็นศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลที่ก้าวล้ำที่สุดในประเทศไทย ถูกออกแบบให้เป็นหน่วยทันตกรรมเฉพาะทางครบวงจรที่ผสานเทคโนโลยี ทักษะ และนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ลดเวลาและค่าใช้จ่ายของผู้ป่วย และยกระดับมาตรฐานการรักษาในประเทศไทยให้เทียบเท่าสากล โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจอยู่ที่การให้บริการทางด้านทันตกรรมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงมีอุปกรณ์
เครื่องมือดิจิทัลที่ครบวงจร นอกจากนี้ยังครอบคลุมการให้บริการทันตกรรมที่สำคัญ เช่น
- Digital Workflow เต็มรูปแบบ ตั้งแต่สแกนช่องปาก ออกแบบ ไปจนถึงผลิตงานทันตกรรมด้วยระบบ CAD/CAM
- ห้องผ่าตัด Live Surgery สำหรับสอนและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการผ่าตัดรากเทียมขั้นสูง
- ระบบสแกน CT/ Intraoral / Extraoral / Face Scan เชื่อมกับซอฟต์แวร์ AI สำหรับวางแผนการรักษา
- การผ่าตัดรากเทียมด้วยระบบ Real-time Navigation ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำอย่างสูง
- เทคโนโลยี Face Scan และ Digital Smile Design เพื่ออออกแบบรอยยิ้มที่สวยงามและกลมกลืนกับใบหน้าแต่ละบุคคล


    รศ.ทญ.ดร.ใจแจ่ม สุวรรณเวลา ผู้อำนวยการหลักสูตรฯและผู้อำนวยการคลินิก CUIE กล่าวว่า คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ให้บริการผู้ป่วยเฉลี่ยปีละกว่า 300,000 ราย ซึ่งไม่เพียงเป็นการดูแลสุขภาพช่องปากของประชาชน แต่ยังเป็นสถานที่แสวงหาประสบการณ์ทางด้านการปฏิบัติที่สำคัญของทันตแพทย์หลังปริญญา ด้วยองค์ความรู้ดิจิทัลและเทคโนโลยีทันตกรรมขั้นสูง โดยมีเครื่อข่ายคณาจารย์นานาชาติหลากหลายสาขาร่วมกันพัฒนาการเรียนการสอนและบริการให้ครอบคลุมมาตรฐานระดับโลก
     ด้าน ศ.ทญ.ดร.ฑัณฑริรา พรทวีทัศน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ CUIE กล่าวเสริมว่า CUIE เป็นแหล่งรวมของนักวิจัยระดับแนวหน้าระดับโลกด้านทันตกรรมดิจิทัล ซึ่งช่วยให้นักศึกษาปริญญาโทของเรามีโอกาสเรียนรู้และร่วมพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ ทั้งการออกแบบ ทดลอง และประเมินเครื่องมือ หรือแนวทางการรักษาใหม่ที่อาจได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติในอนาคต
    Assoc. Prof. Dr. Nikos Mattheos ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการของ CUIE กล่าวว่า การเรียนรู้ในยุคปัจจุบันไม่ใช่รับฟังเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างประสบการณ์จริงผ่านสถานการณ์จำลอง การคิดวิเคราะห์ การอภิปรายกลุ่ม และการฝึกทักษะขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง CUIE ได้ออกแบบสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่สมบูรณ์แบบรองรับทั้งหมดนี้ นอกจากนี้ศูนย์ CUIE ยังมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย เปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าฝึกงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

       คลินิก CUIE ยังให้บริการประชาชน ด้านรากเทียม ครอบฟันดิจิทัล และทันตกรรมเพื่อความสวยงาม พร้อมโครงการพิเศษเพื่อ
สนับสนุนการศึกษาของทันตแพทย์หลังปริญญาและช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า ได้แก่
1. โครงการ "วีเนียร์ฟันหน้า" (Anterior Veneers) ราคา 3,500 บาทต่อซี่ (จำนวนจำกัด  200 ซี่)
2. โครงการ "Digital Crown in One Day" ราคา 5,000 บาทต่อซี่ (จำนวนจำกัด 20 ซี่)
     คลินิก CUIE ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 อาคารพรีคลินิก คณะทันตแพพยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดทำการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น.
     สอบถามข้อมูลหรือนัดหมาย โทร. 0-2218-8662
เว็บไซต์: https://www.implantestheticschula.com


งาน Thailand–India International Iconic Awards – 2026 งานมอบรางวัลอันทรงเกียรติแก่ผู้นำทางธุรกิจจากหลากหลายสาขา

งาน Thailand–India International Iconic Awards – 2026 งานมอบรางวัลอันทรงเกียรติแก่ผู้นำทางธุรกิจจากหลากหลายสาขา      Asianet Suvarna News แล...