วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2567

สายการบินดรุคแอร์ แนะนำเส้นทางการบิน ให้กับตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบินและคาร์โก้

สายการบินดรุคแอร์ แนะนำเส้นทางการบิน 

ให้กับตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบินและคาร์โก้





        คุณสุธรรม สัจจาภิมุข (กรรมการผู้จัดการ) และ คุณสมทรง สัจจาภิมุข (ผู้จัดการทั่วไป) บริษัท โอเรียวลี่แทรเวิลแอนด์ทัวร์ จำกัด ซึ่งเป็น GENERAL SALES AGENT ผู้แทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบินและคาร์โก้ ของสายการบินดรุคแอร์ (ROYAL BHUTAN AIRLINES) ประจำประเทศไทย จัดสัมมนาแนะนำเส้นทางการบิน พรอมเลี้ยงขอบคุณตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบินและคาร์โก้






โดยมี MR. KARMA TSHOSAR, DEPUTY CHIEF OF MISSION ของสถานเอกอัครราชทูตภูฏานประจำประเทศไทย, MR. TANDI WANGCHUK, CEO ของสายการบินดรุคแอร์, นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท้องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.), คุณสุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตัวแทนสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) และผู้ประกอบการนำเที่ยว ให้เกียรติร่วมงาน ณ โรงแรมฮอลิเดย์อิน สีลม เมื่อวันที่ 18 กันยายน  2567





     โดยภายในงานจัดให้ให้มีการแนะนำเกี่ยวกับการบริการของสายการบินดรุคแอร์ (ROYAL BHUTAN AIRLINES) ว่ามีการบริการเครื่องบินแบบไหนบ้าง รายละเอียดของตัวเครื่องบิน ตารางเวลาในการบิน รวมทั้งการบรรยายแนะนำประเทศภูฏาน ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ การแต่งกาย ประเพณี วัฒนธรรม และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่น่าสนใจ โดยการท่องเที่ยวของประเทศภูฏาน และการทำทัวร์ท่องเที่ยวในประเทศภูฏาน ปิดท้ายด้วยการมอบรางวัลตั๋วเครื่องบินไปกลับพร้อมทัวร์ กรุงเทพฯ-พาโร-กรุงเทพฯ จำนวน 2 รางวัล ให้แก่ผู้โชคดีที่มาร่วมงาน

BEYOND FOOD EXPO 2024 และ FOOD PACK WAREHOUSE EXPO 2024

BEYOND FOOD EXPO 2024 และ FOOD PACK  WAREHOUSE EXPO 2024 

รวมพลังยกระดับผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มไทยทยานสู่ตลาดโลก

      ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ (KICE) หนึ่งในกลุ่มธุรกิจของ บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ร่วมกับ หอการค้าจังหวัดขอนแก่น ผนึกกำลังขานรับนโยบายภาครัฐ  หวังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันประเทศไทยให้เป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก ชูศักยภาพของผู้ประกอบการอาหารและผลักดันวงการอาหารแห่งอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง อันได้แก่ ประเทศไทย ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม และจีน-ยูนนาน-กวางสี ไปสู่นานาประเทศ เป็นการยกระดับเศรษฐกิจภายในประเทศสู่ระดับนานาชาติ ผ่านทางแพลตฟอร์มงานแสดงสินค้าด้านอาหารและนวัตกรรมแบบครบวงจร ในงาน “BEYOND FOOD EXPO 2024 : The Greater Mekong Food Trade Show” งานแสดงสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม และเทคโนโลยีที่ครบครันที่สุดแห่งลุ่มแม่น้ำโขง โดยในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ภายใต้ธีม “Taste For Tomorrow: Local to เลอค่า, Local to global” พร้อมจัดร่วมกับงาน FOOD PACK WAREHOUSE EXPO 2024 งานแสดงนวัตกรรม เทคโนโลยีแปรรูปอาหาร เครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์ และโลจิสติกส์ครบวงจร เสริมทัพให้ทั้งสองงานเป็นงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจเพื่ออุตสาหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลแก่ผู้ประกอบการที่ต้องการเปิดตัวสินค้าใหม่และมองหากลุ่มลูกค้าใหม่ภายในงานเดียว ทั้งสองงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 - 22 กันยายน 2567 ณ ฮอลล์ 1 – 3 ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ (KICE) จังหวัดขอนแก่น


      นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงพาณิชย์ เผยถึง ความสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย สินค้าอาหารของไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากล ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และคุณภาพที่ได้มาตรฐาน รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัจจุบันนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเราได้ก้าวขึ้นมาเป็นครัวของประเทศไทยแล้วครับ ด้วยศักยภาพด้านการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ โดยการจัดงาน Beyond Food Expo 2024 และงาน FOOD PACK WAREHOUSE EXPO 2024 ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ร่วมกันยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลตามนโยบายการสนับสนุนของกระทรวงพาณิชย์


      นายจิรศักดิ์ สีหามาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ในฐานะหน่วยงานภาครัฐเผยว่า การจัดงานทั้งสองงานนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของจังหวัดขอนแก่นในการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและอาหารของภูมิภาค ภาครัฐพร้อมพลักดันและร่วมยกระดับผู้ประกอบการในส่วนภูมิภาคให้เพิ่มองค์ความรู้ ปรับตัวให้ทันต่อการแข่งขันด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต อีกทั้งการสร้างเวทีการค้าภายใต้แพลตฟอร์มงานแสดงสินค้า ที่จะเชื่อมโยงสร้างเครือข่ายและเพิ่มช่องทางการค้าให้กับผู้ประกอบการให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดงานแสดงสินค้าด้านอาหารถือเป็นอุตสาหกรรมหลักของส่วนภูมิภาคให้พร้อมก้าวสู่ตลาดโลกตามนโยบายสนับสนุนดันครัวไทยสู่ครัวโลก โดยงานแสดงสินค้าเป็นเวทีสำคัญที่เอื้อให้ผู้ประกอบการได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ๆ สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และขยายตลาดไปสู่ระดับภูมิภาคและนานาชาติ


       นางสาวกนกพร ดำรงกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดไมซ์ในประเทศ  สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มุ่งส่งเสริมและผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีศักยภาพและความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางการจัดงานไมซ์ระดับภูมิภาค ทีเส็บพร้อมร่วมผลักดันการจัดงานแสดงสินค้าภายในประเทศ อย่างงาน Beyond Food Expo 2024 ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการ Empower Thailand Exhibition หรือ EMTEX โดยโครงการนี้มุ่งยกระดับงานแสดงสินค้าที่มีศักยภาพขึ้น ระดับภูมิภาค ซี่งเราเห็นถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมด้านการเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมอาหาร ของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีแนวโน้มเติบโต ให้สามารถแข่งขันได้ทั้งระดับในประเทศและต่างประเทศ


       นายดำริ นามพญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิวิว แอดเวอร์ไทซิ่ง กรุ๊ป จำกัด ผู้จัดงานแสดงสินค้า Food Pack Warehouse Expo ร่วมกับงาน Beyond Food Expo งานแสดงเทคโนโลยี นวัตกรรม เครื่องจักรในอุตสาหกรรมอาหาร-เครื่องดื่ม เครื่องจักรบรรจุภัณฑ์ ระบบคลังสินค้าและโลจิสติกส์แบบครบวงจร ในฐานะภาคเอกชนผู้จัดงานแสดงสินค้า มีความมุ่งหมายที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับธุรกิจของกลุ่มผู้ประกอบการ ด้วยการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และพบกับโซลูชั่นการผลิตอาหาร เครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์ รวมไปถึงระบบโลจิสติกส์ และคลังสินค้า ครบวงจร ที่ ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอีสาน และอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ผ่านการจัดงานแสดงสินค้าที่ตรงตามอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักของรัฐบาล โดยความร่วมมือจากเครือข่ายภาคีโครงการ EMTEX โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มศักยภาพให้กับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมด้วย Soft Power


      นายปรมัตถ์  พูลสมบัติ ผู้อำนวยการ ศูนย์การประชุมฯไคซ์ ขอนแก่น ในฐานะ ของผู้จัดงาน Beyond Food Expo 2024 มุ่งมั่นที่จะยกระดับวงการอาหารไทย และผลักดันธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาคโดยเฉพาะอย่างยิ่งขอนแก่นให้เป็นเกตเวย์สู่ตลาดในกลุ่มประเทศอนุลุ่มแม่น้ำโขง ตามคอนเซ็ป  ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Taste For Tomorrow: Local to เลอค่า, Local to global” เพื่อเป็นแพลตฟอร์มที่จะช่วยยกระดับสินค้าไทยและสินค้าท้องถิ่นให้เลอค่า โดยภายในงานจะได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในวงการอาหารที่จะมาแชร์องค์ความรู้และประสบการณ์ สามารถนำไปต่อยอดและขยายธุรกิจกับกลุ่มผู้ซื้อจากประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง พร้อมสยายปีกไปยังตลาดต่างประเทศอย่างแข็งแรงและยั่งยืน


      โดยในปีนี้ ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจจะได้สัมผัสและต่อยอดธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มตลอดทั้ง 4 วัน  อัดแน่นด้วยกิจกรรมแที่หลากหลาย อาทิ สัมมนาเชิงวิชาการ เวิร์กช็อปจากกูรูด้านอาหาร และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย   นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมชมงานจะได้เปิดโอกาสทางธุรกิจ พบกับผู้ซื้อตัวจริงจากหลากหลายทั้งไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจภายในงาน เพื่อขยายฐานลูกค้า เจรจาต่อรอง สร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ยั่งยืน พร้อมสร้างเม็ดเงินให้สะพัด กระตุ้นเศรษฐกิจส่วนภูมิภาค โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานสูงถึง 8,000 คน  เงินสะพัด ภายในงาน กว่า 50 ล้านนับเป็นโอกาสดีที่พลาดไม่ได้ของทั้งผู้ประกอบการและผู้สนใจในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารมาต่อยอดธุรกิจภาจในงานนี้

#CPLAND #AccessibleCommunitiesForLife #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #KICE #ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ #ไคซ์ #ขอนแก่น #BeyondFoodExpo2024 #FoodPackWarehouseExpo #CLMV #GreaterMekongSubregion #GMS #InternationalExhibitionCenter #Trade&ExhibitionCenter

 

 



     


 

 

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเข็ม “พุ่มเพชร” ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเข็ม “พุ่มเพชร”
ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2567



       สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประธานที่ปรึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้า ฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ทรงรับเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเข็ม “พุ่มเพชร” สัญลักษณ์ของมูลนิธิฯ แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ดำรงตำแหน่งเป็นครั้งแรก ในฐานะประธานคณะกรรมการทุนการศึกษาของมูลนิธิฯ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด ที่ดำรงตำแหน่งเป็นครั้งแรก ในฐานะประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำจังหวัดของมูลนิธิ ฯ และประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำกรุงเทพมหานคร  ผู้เป็นกำลังสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ให้มูลนิธิฯ ในวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2567 เวลา 17.30 น. ณ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานครฯ



       กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประธานที่ปรึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้า ฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ทรงรับเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเข็ม “พุ่มเพชร” สัญลักษณ์ของมูลนิธิ ฯ แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ดำรงตำแหน่งเป็นครั้งแรก ในฐานะประธานคณะกรรมการทุนการศึกษาของมูลนิธิ ฯ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด ที่ดำรงตำแหน่งเป็นครั้งแรก ในฐานะประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำจังหวัดของมูลนิธิ ฯ และประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำกรุงเทพมหานคร  ผู้เป็นกำลังสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ให้มูลนิธิ ฯ ในวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2567 เวลา 17.30 น. ณ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย  เขตพระนคร  กรุงเทพมหานครฯ




วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2567

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบทุนการศึกษา ทุกระดับปีสุดท้าย และทุนฯ ต่อเนื่องทุกระดับชั้น ประจำปี 2567

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบทุนการศึกษา ทุกระดับปีสุดท้าย และทุนฯ ต่อเนื่องทุกระดับชั้น ประจำปี 2567   

ต่อยอดโอกาส สร้างชีวิต ให้แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ คณะกรรมการมูลนิธิฯ และผู้ช่วยกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีมอบทุนการศึกษาทุกระดับปีสุดท้าย และทุนการศึกษาต่อเนื่องทุกระดับชั้น ประจำปี 2567 ให้แก่นักเรียน นักศึกษาที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในระดับชั้นมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา รวม 156 สถาบัน จำนวน 910 ทุน รวมเป็นจำนวนเงิน 12,615,000 บาท (สิบสองล้านหกแสนหนึ่งหมื่นห้าพันบาทถ้วน) โดยมีเยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นตัวแทนรับมอบ ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ เมื่อวันจันทร์ที่ 23 กันยายน 2567

      นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า  การมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษา เยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักในงานสังคมสงเคราะห์ของมูลนิธิฯ ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้วเป็นเวลากว่า 50 ปี เป็นความมุ่งหวังของมูลนิธิฯ ในการช่วยเหลือปกป้องสังคม ช่วยให้เด็กและเยาวชนมีโอกาสเท่าเทียมทางการศึกษา สามารถเข้าถึงระบบการศึกษาได้จนสำเร็จการศึกษา สร้างเยาวชนให้มีความรู้ เป็นคนดีของสังคม สามารถสร้างอนาคตตามที่มุ่งหวังของตนเองและครอบครัว เป็นทรัพยากรมีคุณภาพของสังคมและประเทศชาติ

     โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการมอบทุนฯ แก่เยาวชนในระดับชั้นประถมศึกษาไปแล้ว 1,500 ทุน และในวันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง เพื่อมอบทุนการศึกษาในส่วนภูมิภาค (ทุนสัญจร) แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาในภาคใต้ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช ตรัง สงขลา และ สตูล รวมจำนวน 53 สถาบัน รวม 265 ทุน เป็นลำดับต่อไป

      รวมงบประมาณการมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชน นิสิต นักศึกษา ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ประจำปี 2567 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 17,870,000 บาท (สิบเจ็ดล้านแปดแสนเจ็ดหมื่นบาทถ้วน)

      ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา   เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” 

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/pohtecktungofficial





วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2567

“สุชาติ” รมช.กระทรวงพาณิชย์ เปิดงาน Thai Rice Networking Forum 2024 ผลักดันแนวคิด “ข้าวไทย สู่อาหารโลก”

“สุชาติ” รมช.กระทรวงพาณิชย์ เปิดงาน Thai Rice Networking Forum 2024 ผลักดันแนวคิด “ข้าวไทย สู่อาหารโลก” 

ย้ำ อนาคตข้าวไทยสดใส แนวโน้มส่งออกข้าวไทยปี 67 สูงเกินคาดการณ์

     กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ จัดงาน “Thai Rice Networking Forum 2024” ภายใต้แนวคิด “Local RICE…Global FOOD ข้าวไทยสู่อาหารโลก” ระหว่างวันที่ 17 -19 กันยายน 2567 ณ โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โดยได้เชิญนักธุรกิจคู่ค้า ผู้แทนการค้า ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตและการค้าข้าวจากทั่วโลก ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ถกข้อมูลสถานการณ์การผลิต การค้า ทิศทางและแนวโน้มตลาด เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมข้าวสร้างความมั่นคงด้านอาหารโลก

       นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เป็นประธานเปิดงาน “Thai Rice Networking Forum 2024” โดยงานดังกล่าวเป็นการจัดงานข้าวในระดับนานาชาติของไทย หลังจากการระบาดของไวรัสโควิด เพื่อตอกย้ำศักยภาพของไทย ในฐานะผู้นำด้านการผลิตข้าวคุณภาพ ที่พร้อมส่งออกข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าว ที่ตอบโจทย์ ความต้องการของผู้บริโภคในทุกกลุ่ม และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสมดุลท่ามกลางวิกฤตความมั่นคงด้านอาหารของโลก ตลอดจนยังเป็นการสร้างความ เชื่อมั่นแก่พันธมิตรและคู่ค้าข้าวจากทั่วโลก ต่อนโยบายในการพัฒนาข้าว และผลิตภัณฑ์ข้าวของไทย รวมถึงนโยบายในการส่งเสริมข้าวพรีเมียมไทย และ Soft Power อาหารไทยในเวทีโลกอีกด้วย


       ภายในงานมีการบรรยายเกี่ยวกับสถานการณ์ภาพรวมการส่งออกข้าวปี 2567 แนวโน้มการผลิตและการค้าข้าวโลกโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านข้าวจากประเทศผู้ส่งออกข้าวสำคัญ ได้แก่ ไทย เวียดนาม อินเดีย เมียนมา และกัมพูชา รวมถึงบรรยายเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายในอุตสาหกรรมข้าวโลก ปี 2568 จากผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ตลาดข้าวโลก อีกหนึ่งไฮไลต์จะเป็นการเสวนาหัวข้อ “ข้าวพรีเมียมไทย ส่งเสริม Soft Power อาหารไทยในเวทีโลก” ซึ่งได้เชิญหม่อมหลวงศิริเฉลิม สวัสดิวัตน์ หรือ “เชฟหมึกแดง” เชฟไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเชอรี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ ดารานักแสดงชื่อดัง  ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “สิริไท”แบรนด์ข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่เกษตรกรปลูกแบบวิถีเกษตรอินทรีย์ ร่วมเสวนา ปิดท้ายด้วยการเจรจาธุรกิจการค้าเพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ส่งออกข้าวไทยและผู้นำเข้าจากประเทศต่างๆ ได้มาพบปะและเจรจาธุรกิจ ซึ่งพัฒนาไปสู่การซื้อขายอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมข้าวไทยทั้งระบบ รวมทั้งสะท้อนเป็นรายได้และยกระดับราคาข้าวให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวไทย


     ทั้งนี้ การส่งออกข้าวไทยในปีนี้อยู่ในทิศทางที่ดี โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2567 (เดือนมกราคม - กรกฎาคม) ไทยส่งออกข้าวแล้วปริมาณ 5.68 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 21.97 และมีมูลค่า 132,396 ล้านบาท (ประมาณ 3,703 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 50.97 เป็นผลมาจากผู้นำเข้าข้าวมีความต้องการนำเข้าข้าวเพื่อใช้บริโภคและเก็บเป็นสต็อกเพื่อความมั่นคงด้านอาหาร ประกอบกับอินเดียยังคงใช้มาตรการควบคุมการส่งออกข้าว จึงคาดการณ์ว่าในปี 2567 ไทยจะสามารถส่งออกข้าวได้เกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 8.20 ล้านตัน 


    สำหรับผู้ที่ต้องการทราบข้อมูลแนวโน้มสถานการณ์ทิศทางอุตสาหกรรมข้าวโลกจากการจัดงาน  Thai Rice Networking Forum 2024 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 - 19 กันยายน 2567 ในครั้งนี้ สามารถรับชมย้อนหลังผ่าน Facebook กรมการค้าต่างประเทศ

                                                                              


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก  ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ ...