วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565

“ชุมชนปกาเกอะญอบ้านห้วยอีค่าง” ชุมชนต้นแบบธนาคารอาหารชุมชน (Food Bank) บนพื้นที่สูง

“ชุมชนปกาเกอะญอบ้านห้วยอีค่าง” 

ชุมชนต้นแบบธนาคารอาหารชุมชน (Food Bank) บนพื้นที่สูง

            ชุมชนบ้านห้วยอีค่าง ตั้งอยู่ที่ ต. แม่วิน อ. แม่วาง จ. เชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านชาวปกาเกอะญอที่อยู่ท่ามกลางหุบเขา ที่มีวัฒนธรรม ประเพณี และการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนจากรุ่นสู่รุ่น

             บ้านห้วยอีค่าง เป็นหนึ่งในชุมชนที่ยกระดับเป็นชุมชนตัวอย่างด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ และการใช้ประโยชน์พืชท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการวิจัยและพัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อเป็นธนาคารอาหารชุมชนบนพื้นที่สูง ของ สวพส. ซึ่งน้อมนำหลักการของโครงการธนาคารอาหารชุมชนตามพระราชดำริ หรือ “Food Bank” เป็นแนวทางในการดำเนินงาน โดยเริ่มดำเนินการร่วมกับชุมชนตั้งแต่ปี 2560 ปัจจุบันบ้านห้วยอีค่าง มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่ป่าธรรมชาติกว่า 6,000 ไร่ มีความหลากหลายพันธุ์พืชกว่า 275 ชนิด และเพาะปลูกพืชท้องถิ่นไว้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ทำการเกษตรและบริเวณครัวเรือนกว่า 98 ชนิด

             ดร.จารุณี  ภิลุมวงค์ นักวิจัย สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) กล่าวว่า สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชุมชนบ้านห้วยอีค่าง เป็นชุมชนต้นแบบ Food Bank ที่มีการอนุรักษ์ ฟื้นฟูพืชท้องถิ่นและมีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน มีดังนี้

ปัจจัยที่ 1 วิถีชีวิต ประเพณี และ ความเชื่อ

              ชุมชนบ้านห้วยอีค่าง เป็นชนเผ่าปกาเกอะญอ  มีวิถีชีวิตพึ่งพาอาศัย และอยู่ร่วมกับป่ามายาวนาน ทำให้ชาวบ้านรู้จักพันธุ์พืช การใช้ประโยชน์ การดูแล และรักษาป่าเป็นอย่างดี หากพื้นที่ไหนมีความอุดมสมบูรณ์ หรือ เป็นป่าต้นน้ำ ชาวบ้านจะทำการอนุรักษ์ โดยมีพิธีที่เรียกว่า “หลื่อป่า” เป็นการไหว้เจ้าป่า เจ้าเขา ให้ช่วยปกปักษ์ รักษา ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ ห้ามใครบุกรุก ทำลาย หรือ ล่าสัตว์ เด็ดขาด ถ้าผู้ใดฝ่าฝืนจะเกิดสิ่งที่ไม่ดีกับตนเองและครอบครัว นอกจากนี้ยังมีการสอดแทรกการสร้างจิตสำนึก ด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรป่าไม้ ในนิทาน เรื่องเล่า และพิธีกรรมต่างๆ เช่น สมัยก่อนเมื่อมีเด็กเกิดในหมู่บ้าน พ่อ/แม่จะต้องนำรกเด็กมาใส่กระบอกไม้ไผ่ผูกกับต้นไม้ไว้ ต้นไม้ต้นนั้นจะเป็น”เดปอ” (ขวัญ) ของลูก ต้องอนุรักษ์ไว้ชั่วชีวิต

 อย่างไรก็ตามจากการพัฒนาในช่วงเวลาที่ผ่านมาการเข้ามาของคนภายนอก และการเปลี่ยนแปลงค่านิยมความเชื่อของชุมชนก็มีส่วนทำให้ทรัพยากรป่าธรรมชาติรอบๆ ชุมชนถูกทำลายไปช่วงเวลาหนึ่ง ชาวบ้านในชุมชนจึงได้เรียนรู้จากบทเรียนในอดีตที่ผ่านมา และตระหนักถึงคุณค่าการรักษาป่า จนก่อให้เกิดชุมชนที่รักษ์ป่าเช่นทุกวันนี้ โดยมีคำมั่นของชุมชนที่ว่า …“พวกเราชาวบ้านห้วยอีค่างจะดูแลรักษาผืนป่านี้ เพื่อคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ พวกเราจะรักษาไว้เพื่อเป็นสมบัติให้แก่ลูกหลานและประเทศชาติสืบไป ”

ปัจจัยที่ 2 ความเข้มแข็ง และกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน  

               1) ด้านการป้องกันรักษา เช่น การกันลาดตระเวนป้องกันการลักลอบการตัดไม้ในฤดูฝน และการเกิดไฟป่าในฤดูร้อน การทำแนวกันไฟ การตั้งคณะกรรมการ และกฎระเบียบในการใช้ประโยชน์ป่าชุมชนร่วมกัน  

                2) ด้านการฟื้นฟู เช่น การเพาะกล้าไม้แลกเปลี่ยนกันในชุมชน การปลูกป่า การทำฝายชะลอน้ำ การทำความสะอาดแหล่งต้นน้ำในชุมชน และ การปล่อยสัตว์น้ำ เป็นต้น

                3) ด้านการต่อยอด เช่น การถ่ายทอดภูมิปัญญาการใช้ประโยชน์พืชท้องถิ่นจากผู้รู้ สู่เยาวชนเด็กรุ่นใหม่ การแปรรูปพืชอาหาร พืชสมุนไพร และ พืชสีย้อมธรรมชาติ เป็นต้น

ปัจจัยที่ 3 บทบาทของผู้นำชุมชน

                การมีผู้นำที่มีจิตใจเป็นนักพัฒนา มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสารให้ชาวบ้านเข้าใจ เป็นตัวอย่างที่ดีในการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่ชาวบ้าน มีความเสียสละ กล้าหาญ และน่าเชื่อถือ สามารถชักนำให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่าง ๆ มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี รับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มองการณ์ไกล สามารถประสานงานกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อสร้างการเรียนรู้ให้แก่ชุมชนได้เป็นอย่างดี

ปัจจัยที่ 4 การสนับสนุนและการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง

                1) ด้านงบประมาณ สำหรับบริหารจัดกิจกรรมต่าง ๆ ด้านการอนุรักษ์ฯ เช่น การทำแนวกันไฟ การปลูกป่า การทำฝายชะลอน้ำ และ การถ่ายทอดองค์ความรู้ฯ เป็นต้น

                2) ด้านวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เช่น วัสดุอุปกรณ์ในการเพาะปลูกพืช เมล็ดพันธุ์พืช พันธุ์ปลา กล้าไม้ อุปกรณ์ในการทำโรงเรือนเพาะกล้าไม้ แปลงรวบรวมพืช และอุปกรณ์ที่ใช้ในการต่อยอด/แปรรูปพืชท้องถิ่นต่าง ๆ

                3) ด้านองค์ความรู้ เช่น การรวบรวมข้อมูลผู้รู้ การใช้ประโยชน์พืชท้องถิ่น การแปรรูปพืชอาหาร/พืชสมุนไพร/พืชสีย้อม การจัดทำแผนที่แสดงขอบเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินในชุมชนให้ชัดเจน และ การจัดทำสื่อรูปแบบต่าง ๆ เพื่อการประชาสัมพันธ์ เผยแผ่ข้อมูลข่าวสาร เป็นต้น]

                ดร.จารุณี ภิลุมวงค์  กล่าวด้วยว่า  ปัจจุบันชุมชนปกาเกอะญอบ้านห้วยอีค่าง เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพในระดับชุมชน โดยมีฐานการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ ดังนี้

o ความสัมพันธ์ของระบบนิเวศ ดิน น้ำ ป่าไม้ และ คน ตามวิถีชีวิตของชาวปกาเกอะญอ บ้านห้วยอีค่าง

o การอนุรักษ์ ฟื้นฟู พืชท้องถิ่น เพื่อเป็นธนาคารอาหารของชุมชน

o การรวบรวมความหลากหลายของเมล็ดพันธุ์พืชท้องถิ่น

o การย้อมสีธรรมชาติและงานหัตถกรรมของชุมชน

o การใช้ประโยชน์พืชสมุนไพรในการดูแลสุขภาพ

o การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าผู้หญิง

o การอนุรักษ์ป่าเดปอทู ตามความเชื่อของชาวปกาเกอะญอ

ทีเส็บจับมือ 11 พันธมิตร เร่งกระตุ้นการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศ

ทีเส็บจับมือ 11 พันธมิตร เร่งกระตุ้นการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศ

            ทีเส็บผสานพลังภาคีเครือข่าย 11 หน่วยงาน ร่วมผลักดันส่งเสริมการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศ เปิดตัวแคมเปญ SPIRE Thailand เร่งกระตุ้นตลาดการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศ ทิ้งท้ายปี มั่นใจสร้างเศรษฐกิจไทยคึกคัก เพิ่มเม็ดเงินไม่ต่ำกว่า 7,800 ล้านบาท กระจายสู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

    นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า หลังจากทีเส็บเปิดแผนกระตุ้นตลาดการประชุมสัมมนาในประเทศให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนออกมาจัดงานในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ 2565 ที่ผ่านมา และได้เดินหน้าต่อยอดผลักดันแผนขับเคลื่อนและสร้างการเติบโตให้กับตลาดการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศ ซึ่งในช่วงสิ้นปีจะเป็นช่วงที่ตลาดการจัดงานแสดงสินค้าคึกคักที่สุด และมีจำนวนการจัดงานแสดงสินค้าสูงสุดในรอบปี

    ทีเส็บเปิดแผนขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศปี 2566 โดยผนึกกำลังหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 11 หน่วยงาน ร่วมผลักดันการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศ ภายใต้การดำเนินโครงการหลัก คือ โครงการ EMTEX: Empower Thailand Exhibition โดยในปีงบประมาณ 2566 เปิดแคมเปญกระตุ้นการตลาดการจัดงานแสดงสินค้าร่วมกันภายใต้ชื่อ “SPIRE Thailand: Strengthen Power In Regional Exhibitions” ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ 7,802 ล้านบาท

    “หน่วยงานพันธมิตรทั้ง 11 หน่วยงาน ภายใต้โครงการ EMTEX ได้แก่ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรมการพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย และสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) พร้อมเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านการใช้ไมซ์เป็นเครื่องมือพัฒนาการจัดงานแสดงสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศไทย มุ่งเน้น 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก คือ 1. กลุ่มอาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ 2. กลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ 3. กลุ่มเครื่องมืออุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์และระบบเครื่องกลที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม รวมถึงกลุ่มดิจิทัลเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว 4. กลุ่มพลังงานทางเลือก รถยนต์ โลจิสติกส์ และคลังสินค้า 5. กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม การท่องเที่ยวและบริการที่มีมูลค่าสูง เพราะการจัดงานแสดงสินค้าสามารถสร้างรายได้เข้าสู่ห่วงโซ่ธุรกิจและเป็นแพลตฟอร์มในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้ประกอบการกลุ่ม SME ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ฐานงานแสดงสินค้าเป็นเครื่องมือทำการตลาด ทีเส็บและหน่วยงานพันธมิตรมั่นใจว่าจะสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดธุรกรรมทางเศรษฐกิจได้ในระยะเวลารวดเร็ว และมั่นคงยั่งยืนในระยะยาว”

               การเปิดตัวแคมเปญ SPIRE Thailand มุ่งหวังว่าจะช่วยสร้างความตื่นตัวในตลาดงานแสดงสินค้าในประเทศซึ่งนิยมจัดกันในช่วงปลายปี โดยแคมเปญดังกล่าวมอบแพ็กเกจการสนับสนุนร่วมกับพันธมิตรทั้ง 11 หน่วยงาน ประกอบด้วย การสนับสนุนงบประมาณส่งเสริมการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศ ผ่าน 2 แพ็กเกจหลัก คือ 1. แพ็กเกจ “Clustering Show” สนับสนุนงานแสดงสินค้าทั่วไปในวงเงินไม่เกิน 700,000 บาท/งาน โดยเป็นงานที่ส่งเสริม 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก และต้องมีระบบการลงทะเบียนเข้างาน รวมถึงการเก็บฐานข้อมูลที่ชัดเจน และ 2. แพ็กเกจ “Regional Best Show” สนับสนุนงานแสดงสินค้าระดับภูมิภาคในวงเงินไม่เกิน 1,000,000 บาท/งาน เป็นงานที่ส่งเสริม 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก มีขนาดการจัดงานทั้งหมดมากกว่า 3,000 ตารางเมตร โดยมีสินค้าและบริการครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายระดับภูมิภาคหรือข้ามภูมิภาค และอยู่ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือจากเครือข่ายภาคี EMTEX ไม่ต่ำกว่า 3 หน่วยงาน รวมถึงมีการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการด้วยกันเองแบบ Business to Business หรือ B2B  

        ส่วนการสนับสนุนเพิ่มเติม (Non-Financial) ทีเส็บจะเป็นเจ้าภาพตัวกลางประสานงานหลักกับ 11 หน่วยงานพันธมิตร เพื่อบูรณาการความร่วมมือการสนับสนุนผู้จัดงานแสดงสินค้าใน 7 ด้าน ได้แก่ 1. ฐานข้อมูลผู้ร่วมแสดงงาน 2. ฐานข้อมูลผู้ซื้อในงาน 3. เครือข่ายท้องถิ่น 4. องค์ความรู้ อบรม สัมมนา 5. ข้อมูลเชิงลึกของอุตสาหกรรมและตลาดเป้าหมาย 6. การหาแหล่งเงินทุน/เงินสนับสนุน และ 7. การประชาสัมพันธ์

        นอกจากนี้ ภายในงานเปิดตัวแคมเปญ SPIRE Thailand ยังได้จัดให้มีกิจกรรมเจรจาธุรกิจโดยทีเส็บและ 11 หน่วยงานพันธมิตรได้จัดเวทีเจรจาธุรกิจ เปิดโอกาสให้ผู้จัดงานแสดงสินค้าร่วมปรึกษาหารือกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแนวทางการจัดงานแสดงสินค้าที่ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายและขยายโอกาสการจัดงานกระจายสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศอีกด้วย

        สำหรับปีงบประมาณ 2565 ที่ผ่านมา ทีเส็บได้สนับสนุนงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศจำนวน 52 งาน แบ่งเป็นการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศจำนวน 19 งาน และงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติจำนวน 33 งาน สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจกว่า 14,789 ล้านบาท กระจายสู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

                 ผู้จัดงานแสดงสินค้าที่สนใจขอรับการสนับสนุนภายใต้แคมเปญ SPIRE Thailand สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ rgo@tceb.or.th   ทั้งนี้ การสนับสนุนจะเป็นไปตามเงื่อนไขและรายละเอียดการพิจารณาที่กำหนด 

ททท.สำนักงานแพร่ ร่วมประชุมการจัดงานเทศกาลลองกระทงจังหวัดแพร่ ประจำปี 2565

ททท.สำนักงานแพร่ ร่วมประชุมการจัดงานเทศกาลลองกระทงจังหวัดแพร่ ประจำปี 2565



            นายโชคชัย พนมขวัญ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ เป็นประธานการประชุมการจัดงานประเพณีลอยกระทง “จุดผางปะตี๊ปตี๋นก๋า ปูจาแม่ก๋าเผือก” ประจำปี 2565 เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดงาน โดยมีนาย อนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ (แพร่-อุตรดิตย์) นางเสาวลักษณ์ วิสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดแพร่  และคณะกรรมการจัดการประกวดงานประเพณีลอยกระทงฯ เข้าร่วมประชุมด้้วย ณ ห้องประชุมสภาเทศบาลเมืองแพร่ (ชั้น 3) เมื่อวันพุธที่ 19 ตุลาคม 2565


       โดยภายในงานประเพณีลอยกระทง “จุดผางปะตี๊ปตี๋นก๋า ปูจาแม่ก๋าเผือก” ประจำปี 2565 ระหว่างวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2565 จะมีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ อาทิ การประกวดกระทงฝีมือ 3 ระดับ (ประถมศึกษา อาชีวศึกษาและประชาชน) การประกวดตีกลองปูจา การประกวดโคมแขวนเมืองแป้ การประกวดหนูน้อยนพมาศ การประกวดบอกไฟดอก และการประกวดนางนพมาศ รวมทั้งการจัดขบวนแห่กระทง


      สำนักงานเทศบาลเมืองแพร่ จะประกาศหลักเกณฑ์การประกวดดังกล่าวให้ประชาชนทราบอีกครั้งในลำดับต่อไป

#เทศบาลเมืองแพร่

#งานประชาสัมพันธ์

#กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ

#ททท. สำนักสำนักงานแพร่  

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2565

มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ จัดคอนเสิร์ตการกุศล “หนึ่งใจ...ช่วยเหลือผู้ประสบภัย” เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา ผู้ประสบอุทกภัย วันที่ 25-26 ตุลาคม 2565

มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์  จัดคอนเสิร์ตการกุศล “หนึ่งใจ...ช่วยเหลือผู้ประสบภัย” 

เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา ผู้ประสบอุทกภัย 

วันที่ 25-26 ตุลาคม 2565

                       ดร.มนัส โนนุช ประธานมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ จัดแถลงข่าว คอนเสิร์ตการกุศล “หนึ่งใจ...ช่วยเหลือผู้ประสบภัย” เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา ผู้ประสบอุทกภัย ในวันที่ 25 ตุลาคม 2565 ณ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง สาขารามอินทรา และวันที่ 26 ตุลาคม 2565 ณ ร้านมีไม้คาเฟ่แอนด์ เรสเตอรองท์ ซอยรังสิต-นครนายก 30 โดยมี ดร.ศุภาชัย ผ่องสวัสดิ์ และคุณอลิส ธนัชศลักษณ์ (นักร้อง/ลูกกตัญญูแห่งชาติฯ) ร่วมแถลงข่าว พร้อมร้องเพลงโชว์ด้วย ณ ร้านมีไม้คาเฟ่ เลขที่ 90 ซอยรังสิต-นครนายก 30 ถนนรังสิต-นครนายก ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันพุธที่ 19 ตุลาคม 2565

                      มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ ร่วมกับ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง รามอินทรา และร้านมีไม้คาเฟ่แอนด์ เรสเตอรองท์ จัดคอนเสิร์ตการกุศล “หนึ่งใจ...ช่วยเหลือผู้ประสบภัย” เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา ผู้ประสบอุทกภัย 

                     สำหรับคอนเสิร์ตการกุศล “หนึ่งใจ...ช่วยเหลือผู้ประสบภัย” ในครั้งนี้จะจัดขึ้นด้วยกัน 2 วัน คือ

                    วันอังคารที่ 25 ตุลาคม 2565 เวลา 19.00 – 24.00 น. ณ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง สาขารามอินทรา โดยมี ศิลปินชื่อดังหลายท่านจากหลายค่าย เช่น แอ๊ด คาราบาว, จิตติมา เจือใจ, ศุภาชัย ผ่องสวัสดิ์, วิภา จันทรกุล, โฉมฉาย อรุณฉาน, อลิศ ธนัชศลักษณ์, ตั๊กแตน ชลดา, เสรี รุ่งสว่าง, ยิ่งยง ยอดบัวงาม, จินตหรา ฟ้าใส, บัวผัน ทังโส, หลิว อารียา, จ่อย รวมมิตร, ลำยอง หนองหินห่าว, อาภาพร นครสวรรค์, ศิริพร อำไพพงษ์, แช็ค ชุมแพ, บอลลี่ บิ๊กเซเว่น, จา สิงห์ชัย และศิลปินอื่น ๆ อีกมากมายราคา บัตรราคา 300 บาท สำรองที่นั่ง โทร. 02- 944-5131-2 / FB : โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง รามอินทรา /@tawandang2 และในวันเดียวกันนี้ อาจารย์ไพโรจน์รื่นวิชา ยังได้มอบมหายันต์รวยมาให้ เพื่อหารายได้เข้าร่วมคอนเสิร์ตการกุศลในครั้งนี้ด้วย

                   และในวันพุธที่ 26 ตุลาคม 2565 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ณ ร้านมีไม้คาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองท์ ซอยรังสิต-นครนายก 30 โดยมีศิลปินชื่อดังหลายท่านจากหลายค่าย เช่น ปู-พงษ์สิทธิ์คัมภีร์, ยิ่งยง ยอดบัวงาม, ภู ภูริวัจน์, อลิส ธนัชศลักษณ์, ศุภาชัย ผ่องสวัสดิ์, แบ็งค์ เฉลิมรัฐ, โก๊ะตุลย์ พันธนนท์, 3 น้า ฮา ฉ่อย (น้าโย่ง,น้านงค์,น้าพวง) บัตรราคา 200 บาท สำรองที่นั่ง โทร. 090-565-5555 / Line...มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ 

สำนักพิมพ์สันสกฤต สมมนาคุณผู้อ่านด้วยปฏิทิน 2566 พิเศษชิ้นเดียวในโลก ในงานมหกรรมสัปดาห์หนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 27

สำนักพิมพ์สันสกฤต สมมนาคุณผู้อ่านด้วยปฏิทิน 2566 พิเศษชิ้นเดียวในโลก ในงานมหกรรมสัปดาห์หนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 27


                  สำนักพิมพ์สันสกฤตฉลองครบรอบ 20 ปี จัดสมนาคุณสุดเอ็กซ์คลูซีฟด้วยปฏิทินหนึ่งเดียวไม่เหมือนใครโดยเชิญศิลปิน  ชุมพล อักพันธานนท์ (โกะ) นักคิดสร้างสรรค์ ผู้ปลุกปั้นบ้านศิลปิน คลองบางหลวง ที่โด่งดังมาวาดภาพใบหน้าของนักอ่านลงบนปฏิทิน ด้วยความเชื่อที่ว่า ปฏิทินอาจมีอายุแค่ 1 ปีแต่ความรู้สึกดีๆนี้จะอยู่ตลอดไป  นอกจากนั้นยังคัดสรรหนังสือนำมาให้ผู้อ่านได้เลือกซื้อกันจนจุใจพร้อมส่วนลด พิเศษ 5-50%


                   นายพีรกิติ์ วลัยพัชรา กรรมการผู้จัดการบริษัท สันสกฤต จำกัด เปิดเผยว่า"สำนักพิมพ์สันสกฤต ก่อตั้งมาเป็นเวลา 20 ปี ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะให้นักอ่านชาวไทย ได้เสพงานคุณภาพ ระดับเบสท์เซลเลอร์ จากทุกมุมโลก โดยซื้อลิขสิทธิ์วรรณกรรมสมัยใหม่ที่ได้รับรางวัลและหนังสือที่ได้รับความนิยมจากผู้อ่านที่สนใจบริบท วัฒนธรรม สังคม การเมือง มาแปลเป็นภาษาไทย มีทั้งเรื่องจากชีวิตจริง เรื่องอิงประวัติศาสตร์ และ   นวนิยาย จนมีสมาชิกติดตามอ่านอย่างเหนียวแน่น  สำหรับปีนี้ สันสกฤตคว้าผลงานของ “สเวตลาน่า อเล็กซีวิช” (Svetlana Alexievich)นักเขียนรางวัลโนเบล 2015 จากผลงานเรื่อง 'Secondhand Time : The Last of theSoviets' ในชื่อภาษาไทยว่า 'เวลามือสอง : ชาวโซเวียตคนสุดท้าย'  ตีแผ่ชีวิตขมขื่นของชาวโซเวียตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินทำให้คนโซเวียตที่เคยมีชีวิตยิ่งใหญ่ ต้องกลายเป็นคนเล็กๆ แทบสิ้นเนื้อประดาตัว"



           ในโอกาสพิเศษนี้ สันสกฤตมีการขอบคุณผู้อ่านในแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่สุด โดยเปิดโอกาสให้นักอ่านที่ซื้อหนังสือครบ 1,000 บาทขึ้นไป ได้รับผลงานภาพวาดใบหน้าของตนเองบนปฎิทินปี 2566 จากฝีมือ “คุณโกะ-ชุมพล อักพันธานนท์” ศิลปินผู้ปลุกปั้นเรือนไม้เก่าริมคลองบางหลวงที่มีอายุกว่า 300 ปีให้กลายเป็น “บ้านศิลปินคลองบางหลวง” ที่สะท้อนวิถีชีวิตคนไทยริมน้ำ มาแต่ดั้งเดิม ให้นักท่องเที่ยว จาก นานาประเทศได้มาสัมผัส   ในงานนี้ คุณโกะ ชุมพล ยังหอบหนังสือ “Little Jupiter”ผลงานที่สร้างสรรค์จากแรงบันดาลใจ หลังจากที่ได้อ่านหนังสือ “เจ้าชายน้อย”จบเป็นรอบที่ 4 ผ่านการตั้งคำ ถามว่า                   “ ถ้าเจ้าชายน้อยตกมาบนดาวเคราะห์โลกในปี 2022 เขาจะพบกับอะไร” หนังสือ Little Jupiter มีวางจำหน่ายในบูธสันสกฤตในเพียง 365 บาท พร้อมกระเป๋าผ้าขนาดกะทัดรัด และปฏิทิน Little Jupiter  น่าเก็บสะสม

“คนอ่านหนังสือส่วนใหญ่เป็นคนรักศิลปะอยู่แล้ว การที่เราเชิญศิลปินผู้มีชื่อเสียงมาวาดรูปบนปฏิทินให้กับผู้อ่าน ก็เชื่อว่าเป็นของขวัญ พิเศษแทนใจ ที่จะอยู่ได้นานไร้กาล เวลาแบบหนังสือดี ๆ ที่ไม่มีวันตกยุคสมัย”

                   สำหรับผู้ที่สนใจ รับของขวัญเป็นปฏิทินส่วนตัวที่มีใบหน้าของคุณเองโดยเฉพาะพบกันได้ที่สำนักพิมพ์สันสกฤต บูธ M16 Hall 7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทุกวันถึงวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคมนี้เท่านั้น


                

                                                                                                                       

เชิญทานหมูหันฮ่องกงราคาพิเศษ ที่ห้องอาหารจีนหยก โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ตลอดเดือนตุลาคม 2565 นี้

เชิญทานหมูหันฮ่องกงราคาพิเศษ ที่ห้องอาหารจีนหยก โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ตลอดเดือนตุลาคม 2565 นี้

          โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เชิญชวนทุกท่านมาทานอาหารจีนต้นตำรับกวางตุ้ง โดยเชฟผู้มากประสบการณ์อาหารจีนกว่า 30 ปี พิเศษ!! ตลอดเดือนตุลาคม 2565 นี้กับเมนู “หมูหันฮ่องกง” หนังกรอบเนื้อนุ่ม จุ่มกับซอสหวานรสชาติเฉพาะของห้องอาหารจีนหยก   รับประกันความอร่อย  ราคาพิเศษเพียง 2,800 บาทเท่านั้น จากปกติ 3,295 บาท บริการให้สั่งทานได้ทั้งมื้อกลางวันและเย็น

           ส่วนบุฟเฟต์ติ่มซำ บริการเฉพาะมื้อกลางวัน อิ่มเพิ่มด้วยจานหลักให้เลือกระหว่าง “ข้าวผัดกุนเชียง” หรือ “โกยซีหมี่” รวมขนมและเครื่องดื่ม เพียงท่านละ 859 บาทถ้วน จากปกติ 1,700 บาทถ้วน

           ห้องอาหารจีนหยก  โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เปิดบริการทุกวันระหว่างเวลา 11.30 – 14.30 น. สำหรับมื้อกลางวันและ 18.00 – 22.00 น. สำหรับมื้อเย็น สำรองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่โทร. 0-2276-4567 หรือ Line : @theemeraldhotel

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดโครงการ “ป่อเต็กตึ๊งห่วงใย สุขภาพชุมชน” (นำร่อง) จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนขยายพื้นที่เชิงรุก .. มุ่งสู่ชุมชนจีนเพิ่มเติม ณ โรงเจซาแชฮกเซี่ยงตึ๊ง แขวงตลาดพลู กรุงเทพฯ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดโครงการ “ป่อเต็กตึ๊งห่วงใย สุขภาพชุมชน” (นำร่อง) 

จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนขยายพื้นที่เชิงรุก .. มุ่งสู่ชุมชนจีนเพิ่มเติม

ณ โรงเจซาแชฮกเซี่ยงตึ๊ง แขวงตลาดพลู กรุงเทพฯ

                       มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ และ ผู้บริหารมูลนิธิฯ จัดโครงการ “ป่อเต็กตึ๊งห่วงใย สุขภาพชุมชน” (นำร่อง) นำทีมหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ณ โรงเจซาแชฮกเซี่ยงตึ๊ง แขวงตลาดพลู กรุงเทพฯ  ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา คัดกรองเบาหวาน (เบื้องต้น) และแจกแว่นสายตาสั้น – ยาว โดยกำหนดออกหน่วยให้บริการทุกวันพุธ และวันศุกร์  [รายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม] โดยมี ว่าที่ร้อยตรีเดชาธร แสงอำนาจ ผู้อำนวยการเขตธนบุรี พร้อมคณะ เข้าร่วมในพิธีเปิดโครงการนำร่องดังกล่าว รวมทั้งมีประชาชนในพื้นที่ย่านตลาดพลู และพื้นที่ใกล้เคียงให้ความสนใจ และเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก เมื่อวันพุธที่ 19 ตุลาคม 2565




                      การออกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีกำหนดลงพื้นที่ตามชุมชนต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด  ประชาชนท่านใดสนใจเข้ารับบริการ สามารถติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร ตารางการออกหน่วยลงพื้นที่หน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน รวมถึงกิจกรรมช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung


                       กว่า 45 ปี ที่หน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ออกหน่วยบริการทางการแพทย์เคลื่อนที่ ออกบริการประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งในพื้นที่ชุมชนแออัด และพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการทางการแพทย์อย่างทั่วถึง ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 110 ปี  มูลนิธิฯ ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา  เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุก ๆ ด้าน ต่อไป ดังคำขวัญมูลนิธิฯ  “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” 

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก  ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ ...