วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

"ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ” ประธานศิษย์เก่าสวนกุหลาบ​วิทยาลัย​รุ่น 103 นำคณะฯร่วมแสดงความยินดีกับนายกสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในโอกาสครบรอบ 90 ปี สมาคมฯ

"ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัยรุ่น 103 นำคณะฯร่วมแสดงความยินดีกับนายกสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในโอกาสครบรอบ 90 ปี สมาคมฯ

ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัยรุ่น 103 พร้อมด้วย นายอุดม ฉายศิริ ผู้จัดการสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย,นายพงศ์ภักดิ์ นิคมภักดี ศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่นที่ 103นายธรรมณัฐ เหมือนพะวงศ์  ศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่นที่ 103 และคณะฯ ได้เข้าร่วมแสดงความยินดี พร้อมมอบช่อดอกไม้ให้กับ นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช นายกสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 90 ปี สมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ สมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์เขตดุสิต กรุงเทพฯ. มื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2565


พร้อมร่วมกิจกรรมการเสวนาเรื่อง "9 ทศวรรษสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย และก้าวสู่ทศวรรษที่ 10" ในครั้งนี้ 

หมอแอมป์ “ตนุพล วิรุฬหการุญ” กับภารกิจขับเคลื่อน BDMS Wellness Clinic สู่ Wellness Tourism ผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโลก BDMS Wellness Clinic x Celes Samui

หมอแอมป์ ตนุพล วิรุฬหการุญ” กับภารกิจขับเคลื่อน BDMS Wellness Clinic สู่ Wellness Tourism

ผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโลก

BDMS Wellness Clinic x Celes Samui

              กระแสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Wellness Tourism เริ่มเป็นที่จับตามองและได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางมาสัมผัสกับบรรยากาศและฟื้นฟูสุขภาพไปพร้อมๆ กับการท่องเที่ยว “BDMS Wellness Clinic” ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและฟื้นฟู จึงมีการจับมือกับ “Celes Samui” ที่มีทำเลของรีสอร์ทตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและทะเลที่สวยงามของหาดบ่อผุดที่มีทรายขาวโค้งเป็นแนวยาว ผสมผสานกับวิถีชีวิตที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะของเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อจัดทำโครงการ “BDMS Wellness Clinic Retreat”  มอบบริการการแพทย์ระดับ  พรีเมี่ยม และโปรแกรมการพักผ่อนเพื่อขับเคลื่อน BDMS Wellness Clinic และ Celes Samui สู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างเต็มตัวในอนาคต

                                  

                   นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือหมอแอมป์ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) และบีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท (BDMS Wellness Resort) พร้อมบอกเล่าภารกิจการขับเคลื่อน BDMS Wellness Clinic สู่ Wellness tourism รองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หลังสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เริ่มคลี่คลายและภาครัฐ-เอกชน ได้ผ่อนคลายมาตรการการควบคุม  ช่วยหนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฟื้นตัว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ที่สถาบันโกลบอลเวลเนส (Global Wellness Institute: GWI) ประเมินว่าเติบโตเฉลี่ยปีละ 8.1% สูงกว่าค่าเฉลี่ยมูลค่าโดยรวมของสาขาธุรกิจเวลเนสทั้งหมดที่เติบโตปีละ 6.4% แม้ในปี พ.ศ. 2563 มูลค่าการตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะลดลงจากมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ทำให้มูลค่าตลาดลดลง เหลือเพียง 435,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่จากการประเมินของ Global Wellness Institute การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จะกลับมาเติบโตแบบก้าวกระโดด เฉลี่ยสูงถึงปีละ 20.9% และมูลค่าสาขานี้จะทะลุ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี พ.ศ. 2567 ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ของภูมิภาคเอเชียและก่อนการเกิดโควิด-19 ประเทศไทยมีรายได้หลักจากการเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของโลก ในปี พ.ศ. 2563 ประเทศไทยถูกเลือกให้เป็น Wellness Destination อันดับ 2 ของโลก จากการจัดอันดับโดย Global Wellness Institute ล่าสุดปี พ.ศ. 2565 ประเทศไทยถูกจัดให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่น่าเดินทางไปเยือนมากที่สุดในโลก อันดับ 4 จากผลสำรวจเกี่ยวกับแผนการท่องเที่ยวระดับโลกของวีซ่า (Visa Global Travel Intentions Study) และเกาะสมุยยังถูกจัดให้เป็นอันดับ 4 ‘Best Islands’ โดยนิตยสาร DestinAsian

BDMS Wellness Clinic ประเดิมภารกิจแรกจับมือกับ Celes Samui

              ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นิยมของนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่มมาอย่างยาวนาน ประกอบกับ BDMS เล็งเห็นศักยภาพในการเติบโตของตลาดธุรกิจ Wellness จึงได้ผนวกความร่วมมือระหว่าง BDMS  Wellness Clinic ซึ่งมีความชำนาญการในด้านการดูแลสุขภาพ เวชศาสตร์ป้องกันและการแพทย์เฉพาะบุคคล กับ Celes Samui ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและทะเลที่สวยงามของเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อจัดทำโครงการ BDMS Wellness Clinic Retreat ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่จะเข้ามาพักผ่อนในประเทศไทยและเลือกพำนักที่เกาะสมุย ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่ม Silver age (ช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป) ที่มีทั้งความพร้อมและเวลาหรือนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่หลงใหลในความสวยงามของทะเลและธรรมชาติของสมุย ที่ต้องการดูแลร่างกาย ตรวจสุขภาพและทำกิจกรรมต่างๆ อาทิเช่น การออกกำลังกาย การทำสปา นวดไทยหรือรับประทานอาหารสุขภาพ

Celes Samui มอบบริการระดับพรีเมี่ยมสำหรับนักท่องเที่ยว                                                   

                 นักท่องเที่ยวที่เข้าพัก ณ Celes Samui จะได้รับคำปรึกษาและการออกแบบโปรแกรมตรวจสุขภาพเฉพาะบุคคลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการจาก BDMS Wellness Clinic ผ่านระบบ Telemedicine และ on-site ภายใต้ชื่อ “BDMS Wellness Clinic Retreat at Celes Samui” รวมทั้งการบริการทางการแพทย์จากทีมงานมืออาชีพ ประกอบด้วย 1.การตรวจสุขภาพเชิงป้องกันก่อนการเกิดโรค (Preventive Check-up) 2.การตรวจระดับวิตามิน,  แร่ธาตุ,ฮอร์โมน และสารต้านอนุมูลอิสระ (Vitamins, Minerals, Hormones and Antioxidants) 3.การตรวจวัดความยาวเทโลเมียร์ (Telomere Length) เพื่อดูอายุเซลล์ (Biological Age) 4.การตรวจรหัสพันธุกรรม ตรวจความเสี่ยงมะเร็งและความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ (Genetic Test) 5.การตรวจระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (NK cell activity) 6.การให้วิตามินทางหลอดเลือดดำ (IV Vitamin drip) 7.การออกกำลังกายเฉพาะบุคคล (Personalized Exercise Programs) 8.โปรแกรมเพื่อการผ่อนคลายความเครียดและดูแลสุขภาพจิต (Mental Wellness) 9.การดูแลและควบคุมน้ำหนัก (Weight management program) และ 10.โปรแกรมเพิ่มประสิทธิภาพการนอนหลับ (Sleep wellness)

                      นอกจากนี้ยังสามารถเลือกรับประทานอาหารได้หลากหลายเมนูทั้งอาหารมังสวิรัติ อาหารวีแกน อาหารที่ปราศจากกลูเตน (Gluten-free diet) และปราศจากผลิตภัณฑ์จากนมสัตว์ (Dairy-free diet) หรืออาหารท้องถิ่นที่มีความสดใหม่และปราศจากสารเคมี (Organic food) และเครื่องดื่มสุขภาพ  ที่ออกแบบจากนักกำหนดอาหาร (Dietician) ที่ BDMS Wellness Clinic รังสรรค์ร่วมกับเชฟมืออาชีพจาก Celes Samui ซึ่งมีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน

             “BDMS Wellness Clinic มีบริการจัดส่งวิตามินและผลการตรวจสุขภาพพร้อมการแปลผล การออกแบบการรักษา และวางแนวทางในการดูแลสุขภาพ โดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine) ให้ถึงที่พักหรือจุดหมายปลายทางที่ต้องการ เพื่อความสะดวกและตอบสนองต่อความต้องการของแต่ละบุคคลมากที่สุด

 “เกาะสมุย” ไม่เป็นสองรองภูเก็ต-หัวหิน

                 ต้องยอมรับว่า เกาะสมุย” ไม่เป็นสองรองภูเก็ต หัวหิน เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจ.สุราษฎร์ธานีและมีชื่อเสียงในด้านความสงบ ความสวยงามทางธรรมชาติ มีชายหาดทอดยาวเป็นแนวโค้งที่ขาวสะอาด มีผืนป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์และมีน้ำตกที่มีชื่อเสียง ทำให้สามารถทำกิจกรรม อาทิเช่น ดำน้ำ เดินป่า ดูนก กิจกรรมริมชายหาด ซึ่งมีความหลากหลาย นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านชาวประมง สามารถเรียนรู้วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์เอาไว้ ตามวัตถุประสงค์หลักของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและตอบโจทย์เหมาะสำหรับการส่งเสริมสู่ “Wellness tourism”

            ขณะเดียวกันในปี 2561 Global Wellness Institute รายงานอัตราการเติบโตด้าน Wellness Tourism ของทวีปเอเชีย สูงเป็นอันดับ 1 ของโลก หรือเติบโต 33% ภายในช่วงเวลา 2 ปี จาก 194 ล้านทริป เป็น 258 ล้านทริป  ประเทศไทย ติดอันดับ 4 ของเอเชียและข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปี 2560 ไทยมีนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสูงถึง 12.5 ล้านคนต่อปี สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้สูงถึง 409,000 ล้านบาท การจ้างงานสูงถึง 530,000 คน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจึงเป็นอีกหนึ่งอาวุธสำคัญที่เข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้กับประเทศ เพราะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง มีจำนวนวันพักที่ยาวนานและมีการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อการท่องเที่ยวแต่ละครั้งสูงกว่านักท่องเที่ยวแบบปกติ

ภารกิจขับเคลื่อน BDMS Wellness Clinic สู่ Wellness Tourism

          “เราอยากทำ BDMS Wellness Clinic ให้เป็นโมเดลธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการพักผ่อน ยูนิคอร์นใหม่ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคโควิดเพราะไทยมีศักยภาพในการส่งเสริมให้เป็นศูนย์รวมของ Wellness tourism อย่างมาก แต่การจะทำให้ประสบความสำเร็จและกลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ใครคนใดคนหนึ่งหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ไม่สามารถทำเพียงลำพังได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคนทุกหน่วยงานและทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ นักวิชาการ ประชาชน เจ้าของพื้นที่หรือคนในท้องถิ่นนั้นๆ ตลอดจนกระทั่งภาครัฐบาล รวมไปถึงนโยบายต่างๆ ต้องร่วมกันคนละไม้คนละมือ ผลักดันให้ประเทศชาติเราเป็นที่น่าดึงดูด ให้คนทั้งโลกมาท่องเที่ยวและได้รับสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจกลับไป

       คุณอาริญา ปราสาททองโอสถ” ประธานผู้บริหารโรงแรมเซเลส สมุย (Celes Samui) หญิงเก่งวิสัยทัศน์ไกล เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการผนึกความร่วมมือระหว่าง BDMS Wellness Clinic และ Celes Samui ก่อนผลักดันสู่ Wellness Tourism

        BDMS Wellness Clinic เป็นศูนย์รวมดูแลสุขภาพที่เน้นวิธีป้องกันแทนการรักษา มีศักยภาพ มีความพร้อม ทางนวัตกรรมด้านเวชศาสตร์ป้องกันและชะลอวัย เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ซึ่งมีเป้าหมายกระตุ้น Wellness Tourism อย่างจริงจังและ Celes Samui เล็งเห็นความสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ปัจจุบันหันมาสนใจดูแลสุขภาพ ผสานกับการท่องเที่ยวที่คัดสรรให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ตัวเอง จึงมีเป้าหมายเดียวกันกับ BDMS Wellness Clinic นอกจากนี้ Celes Samui ยังมี Location พร้อมรองรับ Wellness Tourism  ดังนั้นการผนึกความร่วมมือกับ BDMS Wellness Clinic โดยจัดทำโปรแกรมตรวจสุขภาพและ IV Drip แบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้เหมาะกับร่างกายของแต่ละท่านและเหมาะกับการเข้ามาพักผ่อน พร้อมเติมเต็มพลังเพิ่มความสดชื่น

ห้องให้บริการ IV Drip ที่ Celes Samui

                   ทางโรงแรมมีห้อง IV Drip Room ได้มาตรฐานผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข ตั้งอยู่ส่วนหน้าหาดของโรงแรม เพื่อให้ทุกครั้งที่ลูกค้ามาใช้บริการได้สัมผัสกับความรู้สึกผ่อนคลายไปกับธรรมชาติฟื้นฟู สุขภาพอย่างแท้จริง

เสน่ห์มนต์ขลังแห่งเกาะสมุย” ตอบโจทย์การท่องเที่ยวแบบ Wellness Tourism

             แพทย์หญิงสุรีย์รัตน์  ศรีตั้งรัตนกุล  ผู้อำนวยการคลินิกบีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก รีทรีท สมุย (BDMS Wellness Clinic Retreat Samui) กล่าวเสริมว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือวิตามินและแร่ธาตุในร่างกาย โดยจะให้ดีที่สุดควรได้รับจากอาหาร แต่หากในบางคนที่ได้รับในปริมาณ ซึ่งไม่เพียงพออาจต้องเสริมเพิ่มเข้าไป ทั้งนี้ก่อนจะได้รับการเสริมวิตามินควรจะได้รับการตรวจก่อนว่าขาดวิตามินชนิดใด เพื่อจะได้เติมเต็มให้ตรงจุด

เพราะวิตามินที่ขายทั่วไปไม่ได้เหมาะกับเราโดยเฉพาะ บางอย่างเยอะไป บางอย่างน้อยไป ถ้าในบางอย่างที่เราต้องการน้อยแต่ได้ในปริมาณที่เยอะก็จะส่งผลไม่ดีต่อร่างกายได้ โดยทางเราจะให้วิตามินเฉพาะบุคคล ที่มีแพทย์คอยปรับให้เหมาะสมกับแต่ละท่าน ขั้นตอนการตรวจ คือ การซักประวัติพฤติกรรมการใช้ชีวิตต่างๆ ซึ่งสามารถส่งผลกับร่างกายของเราได้ การรับประทานอาหาร หรือโรคประจำตัว และหลังจากนั้นแพทย์จะทำการประเมินว่าควรได้รับการตรวจอะไรเพิ่มเติม โดยจะเน้นที่การตรวจเชิงลึกและปรับการใช้ชีวิตให้ดีต่อร่างกาย โดยจะมีแพทย์คอยดูและและปรับวิถีชีวิตด้วยกันไปเรื่อยๆ

              ส่วนสมุยเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และติดอันดับที่ 2 ประเภทเกาะที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากนิตยสารท่องเที่ยว Travel+Leisure ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผลสำรวจการนับคะแนนโหวตจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก รางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ประจำปี 2022 (Asia’s Best Awards 2022) และจากตัวเลขของนักท่องเที่ยวในปี 2019 เดินทางเข้าสมุยทางอากาศ เป็นจํานวน 2.5 ล้านคน มีเที่ยวบินประมาณ 60-70 เที่ยวบินต่อวัน ตัวเลขดังกล่าวบ่งบอกให้เห็นถึงศักยภาพและความสนใจของนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางเยือนเกาะสมุยอย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้นเสน่ห์ที่ดึงดูดความน่าสนใจและสร้างมนต์ขลังให้เกาะสมุยนั่นก็คือเกาะสมุยยังคงหลงเหลือความเป็นธรรมชาตินอกจากหาดทรายที่สวยงามยังมีเกาะแก่ง เช่น เกาะเต่า เกาะพงันรายล้อมมากมาย ธรรมชาติใต้น้ำที่ยังไม่ถูกทำลาย พร้อมด้วยวิถีชีวิตความเป็นท้องถิ่น ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ มีเสน่ห์ ให้ความสุขความเพลิดเพลินในด้านความสุขทางกายและจิตใจครบทุกมิติ ซึ่งเหมาะกับโมเดล Wellness Tourism ตอบโจทย์นักท่องเที่ยว กลุ่มไลฟ์สไตล์ที่หลงรักและชื่นชอบธรรมชาติ

               สมุยมีความพร้อมทางด้าน Wellness Tourism เป็นอย่างมาก ไม่แพ้จังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ โดยปฏิเสธไม่ได้ว่าธรรมชาติที่ยังคง งดงามเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวเลือกสมุยเป็นจุดหมายปลายทาง นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นจากความพร้อมของโรงพยาบาลกรุงเทพสมุย ซึ่งอยู่ในเครือข่ายกลุ่ม BDMS ที่เปิดให้บริการรองรับนักท่องเที่ยว ปัจจุบันให้บริการทั้งทางด้านการรักษาผู้ป่วยทั่วไปและคลินิกดูแลสุขภาพในส่วน Wellness ดังนั้น เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมแล้วสำหรับการเป็นหนึ่งใน Destination ขานรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างแท้จริง

                       จุดหมายแห่งการปรับสมดุลสุขภาพและการพักผ่อน BDMS Wellness Clinic Retreat @ Celes Samui เชิญทุกท่านมาเปิดประสบการณ์ในการปรับสมดุลแล้วพักผ่อนอย่างมีไลฟ์สไตล์ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 077-900-999 หรือ  www.celesresorts.com

  

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เตือนผู้บริโภคหากสินค้าไม่มีฉลากหรือมีฉลากไม่ครบถ้วน ผู้บริโภคควรตรวจสอบข้อมูลสินค้าก่อนซื้อ

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เตือนผู้บริโภคหากสินค้าไม่มีฉลากหรือมีฉลากไม่ครบถ้วน ผู้บริโภคควรตรวจสอบข้อมูลสินค้าก่อนซื้อ

       พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มาตรา 22 วรรคสอง (3) กำหนดให้ผู้ผลิตเพื่อขาย ผู้นำเข้าเพื่อขาย และผู้รับจ้างผลิตเครื่องสำอางต้องจัดให้มีฉลาก ซึ่งได้มีการกำหนดข้อความที่ต้องระบุ ลักษณะข้อความอื่น และภาษาที่ใช้ในเครื่องสำอาง ดังนี้ ข้อความที่ต้องระบุ (1) ชื่อเครื่องสำอางและชื่อทางการค้า (2) ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต กรณีที่ผลิตในประเทศ ชื่อและที่ตั้งของผู้นำเข้า และชื่อผู้ผลิตและประเทศที่ผลิต กรณีที่นำเข้า (3) ปริมาณ (4) วิธีใช้ (5) ข้อแนะนำ (6) คำเตือน (7) เดือน ปีที่ผลิต (8 ) เดือน ปีที่หมดอายุ (9) เลขที่หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิต (10) ชื่อของสารทุกชนิดที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิต (11) ข้อความอื่นเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้บริโภค ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

     ข้อมูลอ้างอิง : กฏหมายเกี่ยวกับเครื่องสำอาง กรณีตัวอย่างดังกล่าวการจัดทำฉลากเครื่องสำอาง แต่ฉลากนั้นไม่ได้มีลักษณะตามที่พ.ร.บ.เครื่องสำอาง มาตรา 22 วรรค 2 (2) และ (3) กำหนดไว้ เช่น ไม่ได้ใช้ข้อความภาษาไทย ไม่ได้ระบุชื่อเครื่องสำอาง ไม่ได้ระบุเดือน ปี ที่ผลิตและหมดอายุ บุคคลนั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 68 วรรคหนึ่ง)

วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง ร่วมกับ รร.ทวิน ทาวเวอร์ เปิดให้บริการ Hospitel ใจกลางเมือง สำหรับผู้ป่วยโควิด-19

รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง ร่วมกับ รร.ทวิน ทาวเวอร์ 

เปิดให้บริการ Hospitel  ใจกลางเมือง

สำหรับผู้ป่วยโควิด-19

                  ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของโควิด-19 สู่โรคประจำถิ่น ตัวเลขของผู้ติดเชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.4 BA.5 กลับพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าอาการผู้ป่วยโดยมากไม่รุนแรง แต่ติดเชื้อเร็ว โดยมีผู้ติดเชื้อใหม่วันละกว่า 2,000 ราย และหนึ่งในสี่ของผู้ติดเชื้อใหม่เป็นผู้ติดเชื้อเดิม ขณะที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขของออสเตรเลีย (AHPPC) ระบุว่า การติดเชื้อซ้ำสามารถเกิดขึ้นได้ภายใน 28 วัน หลังหายจากอาการโควิด แทนที่จะเป็น 90 วัน

                  โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง ซึ่งมีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยโควิดมาตลอด โดยที่ผ่านมาได้ให้บริการผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาการหนัก เช่น ผู้ป่วยที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ รวมถึงผู้ป่วยโควิดที่จำเป็นต้องล้างไต ที่โรงพยาบาลสนามมณฑลทหารบกที่ 11 แจ้งวัฒนะ เป็นต้น จึงตระหนักดีถึงภาวะตึงตัวของการรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ในปัจจุบัน นอกจากการสำรองเตียงกว่า 100 เตียง รองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง ยังจับมือกับโรงแรมทวิน ทาวเวอร์ เปิดให้บริการ Hospitel เฉพาะกิจโควิด-19 ภายใต้การดูแลของทีมบุคลากรทางการแพทย์สหสาขาวิชาชีพ

                         นายแพทย์พิชิต กังวลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง กล่าวว่า ที่ผ่านมาโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง ให้การดูแลผู้ป่วยโควิด-19 เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะปีที่แล้วมีผู้ป่วยเข้าใช้บริการกว่า 30,000 คน ปัจจุบันจึงมีการสำรองเตียงในโรงพยาบาลถึง 110 เตียง 

                      อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรับผู้ป่วยได้ครอบคลุมมากขึ้น ไม่เพียงการสำรองยาและเวชภัณฑ์เพิ่มขึ้นให้เพียงพอกับจำนวนผู้ป่วย ทางโรงพยาบาลได้มีการเตรียมบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมทั้งย้ำเตือนการดูแลป้องกันตนเองอย่างเข้มงวด เฝ้าระวังการระบาดในกลุ่มผู้ให้บริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลด้วย มีการจัดอัตรากำลังเพิ่มขึ้นทั้งพนักงานประจำ และพนักงานชั่วคราวมาเสริมทีม โดยเฉพาะทีมแพทย์พยาบาล รวมทั้งเปิดให้บริการผู้ป่วยเฉพาะกิจ Covid-19 หรือ Hospitel รองรับผู้ป่วยดังกล่าว

                      สำหรับความร่วมมือกับโรงแรมทวิน ทาวเวอร์ เพื่อเปิดให้บริการ Hospitel กับผู้ป่วยเฉพาะกิจ Covid-19 นั้น นายแพทย์พิชิต กังวลกิจ กล่าวว่า ทางรพ.ได้ร่วมกับโรงแรมทวิน ทาวเวอร์ในการทำ Hospitel มาได้กว่าปีแล้ว  และปัจจุบันที่จำนวนผู้ป่วยโควิดเพิ่มขึ้นอีกระลอก ประกอบกับสถานที่รองรับผู้ป่วยในหลายแห่งเริ่มปิดตัวลง รพ.ธนบุรีบำรุงเมือง ร่วมกับ โรงแรมทวิน ทาวเวอร์ จึงได้ขยายบริการที่ครอบคลุมทั้งบริการในส่วนของ Hotel Isolation, Hospitel  รวมทั้งเป็น station สำหรับรองรับผู้ป่วยที่สะดวกรักษาแบบผู้ป่วยนอก ไม่ว่าจะเป็น Self Isolation, Home isolation รวมทั้งให้บริการการเอ็กซเรย์ปอด เพื่อลดความกังวลใจและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วยที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน สามารถเข้ามารับการเอ็กซเรย์ปอดและรับยากลับไปรับประทาน ภายใต้การติดตามอาการของบุคลากรทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด

                            นายแพทย์พิชิต กังวลกิจ อธิบายถึงที่มาของการจับมือร่วมกับโรงแรมทวิน ทาวเวอร์ ว่ามาจากข้อได้เปรียบของสถานที่ตั้งของโรงแรมทวิน ทาวเวอร์ ที่อยู่ไม่ห่างจากโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง ทำให้การหมุนเวียนทีมแพทย์พยาบาล รวมทั้งการส่งต่อผู้ป่วยทำได้ง่ายเพราะใช้เวลาเดินทางเพียง 5 นาที ขณะเดียวกันด้วยศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยได้มากกว่า 500 เตียง  ทั้งยังมีพื้นที่กว้างขวางเหมาะสมต่อการจัดทำพื้นที่เพื่อรองรับผู้ป่วยได้มากขึ้น

ที่สำคัญคือ มีทีมแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยโควิด-19ตั้งแต่เริ่มแรกจากโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง เข้าไปให้การดูแล และประจำอยู่ที่โรงแรมทวิน ทาวเวอร์ ตลอด 24 ชั่วโมง   

                          สำหรับขั้นตอนการเข้าใช้บริการสามารถติดต่อได้ทั้งทางไลน์ @thbhome กับเจ้าหน้าที่โดยตรง และมีคอลเซ็นเตอร์ของโรงพยาบาลที่ โทร.02 220 7999 ตลอด 24 ชั่วโมง  มีเจ้าหน้าที่คัดกรองอาการ กรณีอาการผ่านเกณฑ์สามารถเข้ารับการรักษาได้ทันที เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับผู้ป่วยเข้ามาใช้บริการได้อย่างอุ่นใจภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์อย่างแท้จริง. 

“Thonburi Bamrungmuang Hospital Disruptive Technology Live Healthier … Live Longer”

โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง (Thonburi Bamrungmuang Hospital)  โทร. 02-220-7999 Facebook : โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง Thonburi Bamrungmuang Hospital Line : @thbhospital และ เว็บไซต์ : https://www.thonburibamrungmuang.com/



วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

42 บางกอก เปิดบ้าน เปิดโลกโค้ดดิ้งให้ผู้สนใจได้ค้นหา ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 22-23 กรกฎาคม 2565 นี้

42 บางกอก เปิดบ้าน เปิดโลกโค้ดดิ้งให้ผู้สนใจได้ค้นหา ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 22-23 กรกฎาคม 2565 นี้

ผศ.ดร.ชัยยันต์ เจตนาเสน รักษาการแทนอธิการ 42 บางกอก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า 42 บางกอก สถาบันสร้างโปรแกรมเมอร์แห่งแรกของไทยและแห่งที่ ของเอเชีย จะจัดงานเปิดบ้านโค้ดดิ้ง 42 บางกอก – 42 Bangkok Open House 2022 เพื่อต้อนรับนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจเรียนรู้ coding/programming หรือต้องการ อัพสกิล ด้านไอที ในวันที่ 22-23 กรกฎาคม 2565 นี้ เวลา 08.30-16.00 น. ที่ชั้น 4 หอสมุดกลาง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ภายในงานเปิดบ้านโค้ดดิ้ง 42 บางกอก – 42 Bangkok Open House 2022 รูปแบบไฮบริด ทั้งสองวันเป็นการเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ สู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ ของโปรแกรมเมอร์ นำโดยทีมผู้บริหาร 42 บางกอก ได้แก่ ผศ.ดร.ชัยยันต์ เจตนาเสน พร้อม ดร.รุ่งรัตน์ ศรีพนาวัลย์ รักษาการแทนรองอธิการ และ ดร.ชาดา เตรียมวิทยา รักษาการแทนผู้ช่วยอธิการ ให้ผู้สนใจได้รับชมทั้ง on-site และ online รวมทั้งสามารถสมัครเข้าเล่นเกมสุดท้าทายเพื่อรับรางวัลสุดคูล และรับการทดสอบเพื่อเป็นนักศึกษา

และอีกหนึ่งไฮไลท์เป็นการเสวนาพิเศษเกี่ยวกับประเทศจีนที่ทั้งโลกกำลังจับตามอง ในหัวข้อ “Innovation and Technology Trends in Global Context : China” โดยสองวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติด้านจีนศึกษา ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน อดีตอัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) ณ กรุงปักกิ่ง ซึ่งจะมาบอกเล่าถึง การพัฒนานวัตกรรมของจีนในยุค Next Normal” และ รศ. วรศักดิ์ มหัทธโนบล นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ปี 2558 (รัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์) ของสภาวิจัยแห่งชาติ ที่ปรึกษาสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ที่จะมาเปิดเผยถึง ความคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์ของสังคมนิยมจีน” ในวันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม ตั้งแต่เวลา 10.00-11.30 น. ทั้งนี้ โดยจะมีการถ่ายทอดกิจกรรมต่างๆ ผ่าน Live Streaming และ Facebook Live ทั้งสองวัน

42 บางกอก เป็นสถาบันในเครือข่ายของ เอกอล 42 ปารีส (Ecole 42 Paris) สถาบันสร้างโปรแกรมเมอร์ชั้นนำของโลกจากฝรั่งเศส ที่ดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของ สจล. ตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ชาติ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศโดยการพัฒนาศักยภาพของคนไทยให้มีทักษะทันต่อการเปลี่ยนแปลงตามบริบทโครงสร้างของเศรษฐกิจยุคดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังการแพร่ระบาด ของโรคติด เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) ก็ยิ่งมีการนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น ในขณะที่ทักษะด้านดิจิทัลก็กลายเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นอย่างยิ่งในตลาดแรงงาน

การเป็นนวัตกรรมด้านการศึกษาที่ ไม่มีอาจารย์ ไม่มีปริญญา ไม่มีค่าเทอม” 42 บางกอกจัดการเรียนรู้ในรูปแบบ Project-based Learning มีทีมวิชาการจากฝรั่งเศส เป็นผู้ดูแลหลักสูตร ตามแนวคิด จากสถาบัน ต้นกำเนิดที่เน้น การเรียนรู้จริง ปฏิบัติเป็น” บนพื้นฐานแนวคิดที่ว่า ความรู้เกิดจากการลงมือปฏิบัติจริง” ผู้เรียนต้องใช้วิธีแสวงหาความรู้รวมทั้งเชื่อมโยงความรู้เดิม หรือประสบการณ์เดิมเข้ากับความรู้ใหม่ แล้วนำไปประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม

ผศ. ดร. ชัยยันต์เจตนาเสน ยังได้อธิบายเพิ่มเติมว่า สจล. จัดตั้'ง 42 บางกอก ขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ที่จะบริการสังคมไทยในด้านดิจิทัล มุ่งปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของคนไทย รองรับการ เปลี่ยนแปลง ทางเทคโนโลยี และแก้ปัญหาการขาดแคลนโปรแกรมเมอร์ จึงสร้าง โอกาส” ให้ทุกคนได้แสวงหาความรู้ สามารถพัฒนาตนเอง โดยที่นี่เปิดเรียน 24 ชั่วโมง ทุกวัน แต่ไม่มีการนั่งฟังเลคเชอร์ ไม่มีการสอน โดยอาจารย์ เพราะผู้เรียนทุกคนคืออาจารย์ของกันและกัน ผู้ที่สำเร็จการศึกษาเรียนจบ 21 ระดับ จะได้รับหนังสือรับรองการสำเร็จหลักสูตร (Certificate of Completion) ดังนั้นผู้เรียนต้องมีความพยายาม มีวินัย มีความรับผิดชอบต่อตนเองในการบริหารเวลาเพื่อสร้างทักษะการเรียนรู้ในแต่ละระดับอย่างเต็มที่

ผู้สนใจ สามารถลงทะเบียนวันนี้ผ่าน QR Code เพื่อรับบัตรเชิญและแวะมาชมชีวิตชาว Piscine และ Cadet ขณะพัฒนาทักษะสู่ความเป็นผู้ชำนาญการโค้ดดิ้ง

สะดวกทั้งโดยพาหนะส่วนตัว หรือขึ้นรถโดยสารสาธารณะ ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น ดังนี้

1. คิวรถตู้ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต - รถตู้ สจล.

2. คิวรถตู้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ - รถตู้ สจล.

3. รถไฟ ลงสถานีหัวตะเข้ เพื่อต่อรถสองแถว

4. Airport Rail Link สถานีลาดกระบังและต่อรถสองแถวแดง – สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง                                                                                                                                                     

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                         

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                     

วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

ททท. จับมือพันธมิตรกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยแคมเปญ “เมืองรอง ต้องไป ลองเที่ยว เดี๋ยวก็รัก” หวังกระตุ้นคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อให้เดินทาง ท่องเที่ยวพื้นที่เมืองรองมากยิ่งขึ้น

ททท. จับมือพันธมิตรกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยแคมเปญ เมืองรอง ต้องไป ลองเที่ยว เดี๋ยวก็รัก

หวังกระตุ้นคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อให้เดินทาง

ท่องเที่ยวพื้นที่เมืองรองมากยิ่งขึ้น


                 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จับมือพันธมิตร True You ร่วมกันกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองรองให้กลับมาคึกคักมากยิ่งขึ้น  ด้วยแคมเปญ เมืองรอง ต้องไป ลองเที่ยว เดี๋ยวก็รัก” หวังกระตุ้นคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อให้เดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองรอง  โดยนำเสนอสิทธิพิเศษสำหรับการใช้บริการต่างๆ  อาทิ  โรงแรม  ร้านอาหาร  สปา มากกว่า 200 แห่งที่เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ลูกค้าทรูทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย เพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ให้สมกับคำว่า "ความสุขที่แท้จริงคือการมีกันและกัน" อีกทั้งยังเป็นการผลักดันให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานประกอบการและก่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ พร้อมไปกับการส่งเสริมสินค้าที่มีนวัตกรรมสร้างสรรค์ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

  

ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถเลือกช่องทางในการรับสิทธิพิเศษได้จาก ช่องทาง คือแอปพลิเคชั่น True ID  และ www.trueyou.co.th  โดยดาวน์โหลดสิทธิพิเศษเพื่อนำไปใช้ในการเดินทางได้ตั้งแต่วันนี้   31 สิงหาคม  2565



หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และความพิเศษได้ที่ https://privilege.trueid.net/th/thematic/0gwD9nBREW56

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก  ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ ...