วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2564

ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับมอบตู้แช่วัคซีนโควิด-19 จากบริษัท ธนวรรณ เครื่องเย็น จำกัด เพื่อส่งให้สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทางการแพทย์ต่อไป

ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับมอบตู้แช่วัคซีนโควิด-19 จากบริษัท ธนวรรณ เครื่องเย็น จำกัด เพื่อส่งให้สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทางการแพทย์ต่อไป

                 นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับมอบตู้แช่วัคซีนโควิด-19 จำนวน 1 เครื่อง มูลค่ากว่า 9 หมื่นบาท จากนายธนานันต์ สุวรรณโพธิ์รุ่ง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ธนวรรณ เครื่องเย็น จำกัด ผู้ผลิตตู้แช่วัคซีน โควิด-19 พร้อมคณะผู้บริหารบริษัทฯ และเจ้าหน้าที่ ร่วมเป็นสักขีพยาน ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ ได้ส่งให้ นายแพทย์พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทางการแพทย์ต่อไป 

              นายธนานันต์ สุวรรณโพธิ์รุ่ง ผู้จัดการทั่วไปบริษัท ธนวรรณ เครื่องเย็น จำกัด ผู้ผลิตตู้แช่วัคซีน โควิด-19 เปิดเผยว่า การมอบตู้แช่วัคซีนโควิด-19 ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเก็บรักษาวัคซีน โดยเฉพาะในเดือนหน้าที่จะมีวัคซีนเข้ามาจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อให้วัคซีนคงประสิทธิภาพมากที่สุด ทางบริษัทจึงมีความประสงค์จะสนับสนุนทีมแพทย์โดยการมอบตู้แช่ที่มีระบบตรวจสอบอุณหภูมิทางไกล หรือระบบ IOT ให้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งนี้ เชื่อว่าการระดมฉีดวัคซีนจะเป็นทางออกที่สำคัญให้กับประชาชนคนไทย ให้มีความเชื่อมั่นในการดำเนินชีวิต ดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจให้กลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วและมีความปลอดภัย โดยเฉพาะในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่มี GDP เป็นลำดับต้นๆของประเทศ ถ้าสามารถระดมฉีดวัคซีนได้เป็นจำนวนมาก จะทำให้เศรษฐกิจภายในจังหวัดปรับตัวดีขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจาก อยุธยามีเสาหลักเศรษฐกิจที่ดี 3 ภาค คือ ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่เมื่อนักท่องเที่ยวมีความมั่นใจมากขึ้นว่าการท่องเที่ยวมีความปลอดภัยก็จะเริ่มมีการท่องเที่ยวมากขึ้น เห็นจากการระบาดรอบแรกที่เมื่อสามารถควบคุมได้แล้ว จังหวัดอยุธยาถือเป็น 1 ใน 5 จังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวสูงสุด ซึ่งจะส่งผลให้เม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้มีมากขึ้นตามไปด้วย

             ด้าน นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้กล่าวขอบคุณ ผู้บริหารบริษัท ธนวรรณ เครื่องเย็น จำกัด ที่ได้ให้การสนับสนุนตู้แช่วัคซีนโควิด-19 ที่มีระบบตรวจสอบอุณหภูมิทางไกล หรือระบบ IOT ให้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ของศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หน่วยงานสาธารณสุขจังหวัด พร้อมทีมบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งทำให้เกิดประโยชน์ในการเตรียมความพร้อมในการเก็บรักษาวัคซีนจำนวนมากให้คงประสิทธิภาพมากที่สุด อีกทั้ง สนับสนุนการดำเนินการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และสร้างความเชื่อมั่นในภาคเศรษฐกิจของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอีกด้วย

วันจันทร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564

วัดโบสถ์ จัดงานบำเพ็ญบุญถวายเป็น พระราชกุศลเเด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ

วัดโบสถ์ จัดงานบำเพ็ญบุญถวายเป็น

พระราชกุศลเเด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ

พระราชมหาเจติยาภิบาล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม รักษาการเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมกับคุณเหมณรัศมิ์ กิติยาณัณท์ (โอบอุ้ม) ผู้บริหารบริษัท เอสเค เมเนจเม้นท์ เเอนด์เซอร์วิส กรุ๊ป ฝ่ายฆราวาส ร่วมกันบำเพ็ญบุญถวายเป็นพระราชกุศลเเด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ


  พร้อมกันนี้ คุณเหมณรัศมิ์ กิติยาณัณท์ (โอบอุ้ม) ยังได้นำข้าวสาร
อาหารเเห้งมาแจกให้กับชาวชุมชนวัดโบถ์สหลวงปู่เทียน อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์ Covid-19 ระลอกใหม่

คุณเหมณรัศมิ์ กิติยาณัณท์ (โอบอุ้ม) กล่าวว่า "ในช่วงสถานการณ์ Covid-19 ระลอกใหม่นี้  ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพ มีสุขภาพกายใจเเข็งเเรง ไปไหนมาไหนก็ต้องสวมแมส ล้างมือ เว้นระยะห่าง เพื่อต่อสู้กับภาวะสถานการณ์นี้ด้วยกำลังที่เข้มเเข็ง เราจะสู้ไปด้วยกัน"

วันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2564

สำนักงานสถิติแห่งชาติ จัดเสวนาไฮบริดดึงองค์กรไทยและนานาชาติ ร่วมถกหาแนวทางการทำสำมะโน/สำรวจตัวอย่างภายใต้บริบทสถานการณ์โควิด-19

สำนักงานสถิติแห่งชาติ จัดเสวนาไฮบริดดึงองค์กรไทยและนานาชาติ ร่วมถกหาแนวทางการทำสำมะโน/สำรวจตัวอย่างภายใต้บริบทสถานการณ์โควิด-19


         สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จับมือ คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมของเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific: ESCAP) จัดเสวนาไฮบริด “แนวทางการทำสำมะโน/สำรวจตัวอย่างภายใต้บริบทสถานการณ์โควิด-19” โดยมีนางสาววันเพ็ญ พูลวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ พร้อมด้วย Ms.Gemma Van Halderen ผู้อำนวยการแผนกสถิติ คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมของเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (ESCAP)  เป็นประธานเปิดงาน ณ ห้องสุขุมวิท 1-4 ชั้น 8 โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 


  
    ในการจัดเสวนาในครั้งนี้ มีองค์กรสถิตินานาชาติและหน่วยงานภาครัฐของไทยร่วมแบ่งปันประสบการณ์และการมุมมองการทำสำมะโน/สำรวจตัวอย่างภายใต้บริบทสังคมที่เปลี่ยนไป เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แบ่งปันองค์ความรู้ ถ่ายทอดมุมมองในการทำสำมะโน/สำรวจตัวอย่างภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้นำเนื้อหาสาระที่ได้ไปใช้ประโยชน์ต่อการกำหนดแนวทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บข้อมูลในอนาคต ตลอดจนเสริมความรู้ สร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนในเรื่องของการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดทำสำมะโน/สำรวจตัวอย่างภายใต้บริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลง

     นางสาววันเพ็ญ พูลวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า “การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบไปทั่วโลก และได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งในด้านการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน การดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนและการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐเองที่ต้องมีการปรับตัวและปรับเปลี่ยนวิธีการ เพื่อให้เท่าทันสถานการณ์และสามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพทันท่วงที


  นอกจากความท้าทายในการจัดเก็บข้อมูลที่ดำเนินการได้ยากขึ้นโดยเฉพาะในชุมชนเมืองซึ่งลักษณะความเป็นอยู่ของประชากรเปลี่ยนแปลงไป และการให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลน้อยลง การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายและตัวเร่งให้สำนักงานสถิติแห่งชาติยิ่งต้องปรับตัว ทั้งแนวคิดและวิธีดำเนินการ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่มีคุณภาพไปประมวลผล ส่งผลให้ประเทศมีข้อมูลสถิติที่แม่นยำ สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศในทุกระดับและทุกมิติ

          กิจกรรมเสวนาในครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบไฮบริด แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ

           การเสวนาช่วงที่ 1 ดำเนินรายการโดย Ms. Gemma Van Halderen ผู้อำนวยการแผนกสถิติ ESCAP เป็นการแลกเปลี่ยน มุมมองและประสบการณ์ในการทำสำมะโน/สำรวจตัวอย่างภายใสนจากสำนักงานสถิติในต่างประเทศ ได้แก่ สำนักงานสถิติแห่งชาติมาเลเซีย สำนักงานสถิติแห่งชาติอินโดนีเซีย สำนักงานสถิติแห่งชาตินิวซีแลนด์ องค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่ กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Population Fund: UNFPA) และสำนักงานสถิติแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Statistics Division: UNSD) 

                  การเสวนาช่วงที่ 2 ได้รับเกียรติจากวิทยากรหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมแสดงทรรศนะและข้อคิดเห็นในหัวข้อ “ระบบสถิติก้าวไกล สร้างอนาคตไทยด้วยข้อมูล”

ติดตามข้อมูลสถิติที่น่าสนใจมากมายจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้ที่เว็บไซต์ www.nso.go.th  โซเชียลมีเดีย Line Official Account “NSO OF THAILAND” และโมบายแอปพลิเคชัน “THAI STAT” หรือโทรสอบถามที่เบอร์ 0 2141 7500-03


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยจากเหตุการณ์อาคารถล่มหลังเพลิงไหม้ภายในหมู่บ้านกฤษดานคร 31

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยจากเหตุการณ์อาคารถล่มหลังเพลิงไหม้ภายในหมู่บ้านกฤษดานคร 31

                     นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบหมายให้ นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย นางศิริพร กระจ่างหล้า รักษาการหัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ นายธีรวุฒิ คำภิมาบุตร หัวหน้าแผนกอาสาสมัคร  มอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติของอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยซึ่งเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์อาคารถล่มหลังเพลิงไหม้ภายในหมู่บ้านกฤษดานคร 31 ได้แก่นายสมัญญา นิลธง นายอรรถพล ท้วมทอง นายสุทัศน์ เปลี่ยนกลัด และ นายธนภพ ประไพ รวม 4 รายๆ ละ 20,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 80,000 บาท (แปดหมื่นบาทถ้วน) โดยมีอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมแสดงความเสียใจในครั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564

.        ภายหลังจากที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ร่วมให้ความช่วยเหลือในเหตุการณ์ดังกล่าวจนสามารถนำร่างผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตออกจากจุดเกิดเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้นำพวงหรีดดอกไม้ร่วมแสดงความเสียใจ และร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมศพแก่อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยทั้ง 4 ท่าน ในทันที และเข้าเยี่ยมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยที่ได้รับบาดเจ็บที่รพ.หัวเฉียว และ รพ.วิชัยเวช หนองแขมเมื่อวันที่ 5 เมษายน 64 ที่ผ่านมา

         มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอแสดงความอาลัยและเสียใจแก่ญาติของอาสาสมัครฯ ทั้ง 4 ท่านอย่างสุดซึ้ง และขอส่งกำลังใจให้ผู้กล้าที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต 

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง 1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

บิวตี้เบลนด์ จัดงาน “The Color Of Love สีสันแห่งความรักบนเรือนผม” เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่!! NIGAO (นิกาโอะ) พร้อมด้วยศิลปิน “NIGAO GIRLS” กับ ซิงเกิ้ลเพลง “ The Color of Love” และแฟชั่นโชว์รวม

บิวตี้เบลนด์ จัดงาน “The Color Of Love  สีสันแห่งความรักบนเรือนผม” เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่!! NIGAO (นิกาโอะ)  

พร้อมด้วยศิลปิน “NIGAO GIRLS” กับ ซิงเกิ้ลเพลง “ The Color of Love” และแฟชั่นโชว์รวม 50 ชีวิต กับ 50 สีผม  ครั้งแรกของเมืองไทย



                  คุณภูริวัฒน์ เขียนขำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารผู้สร้างแรงบันดาลใจแห่งความงาม บริษัท บิวตี้เบลนด์ จํากัด หรือ Beauty Blend เปิดเผยว่า บิวตี้เบลนด์ ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผมภายใต้แบรนด์ ‘นิกาโอะ (NIGAO)’ ได้จัดงานเปิดตัว “The Color Of Love  สีสันแห่งความรักบนเรือนผม” เปิดตัวผลิตภัณฑ์สีผมเฉดใหม่ 50 สี โดยครั้งนี้  NIGAO ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ผ่านรูปแบบของแฟชั่นโชว์จากเหล่านางแบบ และนายแบบกว่า 50 ชีวิต เป็นครั้งแรกของเมืองไทย ณ สามย่านมิตรทาวน์ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564



                         ผลิตภัณฑ์ NIGAO ได้มีการสร้างสรรค์นวัตกรรมในเชิงคุณภาพ และใส่ใจในด้านความปลอดภัยของผู้บริโภคมาอย่างตลอดต่อเนื่อง จากวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่มีการผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมที่สืบทอดมาอย่างยาวนานกับวัฒนธรรมร่วมสมัย พร้อมด้วยนวัตกรรมใหม่ที่ปราศจากแอมโมเนีย ไม่มีสารก่อให้เกิดความระคายเคืองหนังศีรษะ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยทำให้ผู้บริโภคใช้ได้อย่างปลอดภัย  ในราคาที่จับต้องได้ จนกลายเป็นจุดเด่นสำคัญของแบรนด์ ที่ทำให้ผู้บริโภค รวมถึงร้านซาลอนพันธมิตรต่างๆ ให้ความเชื่อถือในตัวสินค้า และ ส่งผลให้บริษัทมียอดขายเติบโตจนถึงปัจจุบัน และกำลังขยายตลาดอย่างต่อเนื่องในอนาคต  


                        ผลิตภัณฑ์ของ NIGAO มีความหลากหลายด้วยกัน อาทิ 1.ครีมเปลี่ยนสีผม Nigao Hair Color, 2.ครีมฟอกสีผม Nigao Bleaching Cream Maxx Light และ 3. ผลิตภัณฑ์ผสมครีมย้อมผม Nigao Developer Premium Cream เป็นต้น  



                        นอกจากนี้ทาง NIGAO ยังได้จับมือร่วมกับ Hairworld Plus+ ผู้นำนิตยสารทางด้านแฟชั่นผมและความงาม ร่วมกันทำโปรเจ็กต์พิเศษ ปล่อยซิงเกิ้ล "The Color of Love" สีสันแห่งความรัก โดยส่ง 6 สาว Girl Group น้องใหม่มาแรงในนาม "NIGAO GIRLS" ที่พกพาความสดใส ความน่ารัก กับ 6 สีผมสุดจี๊ด และเพลงดิสโก้แดนซ์เพราะๆ กับซิงเกิ้ลที่ชื่อว่า “The Color of Love”ชวนทุกคนลุกขึ้นมาออก Step และสนุกไปกับท่าเต้นเก๋ๆ ซึ่งได้โปรดิวเซอร์มือทอง "ก็อป โปสการด์" มาเขียนเพลงให้  โดยรวมเด็กสาววัยรุ่น 6 คน ที่มีความสามารถ ความมั่นใจ และความฝันที่อยากจะเป็นนักร้อง นักเต้น มาเปลี่ยนลุค และสีผมสุดชิค ถึง 6 เฉด 6 สี จากผลิตภัณฑ์สีผม NIGAO พร้อมแฟชั่นสวยๆ ขึ้นปกนิตยสาร “Hairworld Plus+”นำโดย Thank You อดีตนักร้องจากค่ายเด็กแนว kamikaze ที่หลายๆ คนคิดถึง พร้อมด้วยสมาชิกใหม่ในวงอีก 5 คน โบลิ่ง, เกื้อหนุน, มิลค์, มายด์ และ กีย่า ซึ่งแต่ละคนมีดีกรี และความสามารถที่ไม่ธรรมดาเลย อีกทั้งเพลง The Color of Love เป็นเพลงที่มีความหมายดีๆ เชิงให้กำลังใจสำหรับผู้ที่ผิดหวังในความรัก โดยมีกลิ่นอายของเพลงดิสโก้ผสมอยู่ ฟังแล้วชวนเต้นตาม สำหรับ MV เพลงนี้ จำลองบรรยากาศของประเทศญี่ปุ่นโดยยกกองไปถ่ายกันที่จังหวัดกาญจนบุรี ด้วย MV ที่สดใส น่ารัก พร้อมท่าเต้นที่จะทำให้คุณต้องลุกขึ้นมาออก Step เต้นตาม ฝากวง "NIGAO GIRLS" กับซิงเกิ้ล "The Color of Love" สีสันแห่งความรัก แล้วคุณจะหลงรักพวกเธอ  



ติดตามเพลง และ MV ได้ทาง : Spotify Apple Music Joox และ Youtube : Nigao-brand & Hairworld Plus  หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/nigao.brand  

#NIGAO # TheColorOfLove #NIGAOGIRLS # HairworldPlus

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2564

สำนักงานสถิติแห่งชาติ จัดเสวนาไฮบริดดึงองค์กรไทยและนานาชาติ ร่วมถกหาแนวทางการทำสำมะโน/สำรวจตัวอย่างภายใต้บริบทสถานการณ์โควิด-19

สำนักงานสถิติแห่งชาติ จัดเสวนาไฮบริดดึงองค์กรไทยและนานาชาติ ร่วมถกหาแนวทางการทำสำมะโน/สำรวจตัวอย่างภายใต้บริบทสถานการณ์โควิด-19


         สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จับมือ คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมของเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific: ESCAP) จัดเสวนาไฮบริด “แนวทางการทำสำมะโน/สำรวจตัวอย่างภายใต้บริบทสถานการณ์โควิด-19” โดยมีนางสาววันเพ็ญ พูลวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ พร้อมด้วย Ms.Gemma Van Halderen ผู้อำนวยการแผนกสถิติ คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมของเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (ESCAP)  เป็นประธานเปิดงาน ณ ห้องสุขุมวิท 1-4 ชั้น 8 โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 


  
    ในการจัดเสวนาในครั้งนี้ มีองค์กรสถิตินานาชาติและหน่วยงานภาครัฐของไทยร่วมแบ่งปันประสบการณ์และการมุมมองการทำสำมะโน/สำรวจตัวอย่างภายใต้บริบทสังคมที่เปลี่ยนไป เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แบ่งปันองค์ความรู้ ถ่ายทอดมุมมองในการทำสำมะโน/สำรวจตัวอย่างภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้นำเนื้อหาสาระที่ได้ไปใช้ประโยชน์ต่อการกำหนดแนวทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บข้อมูลในอนาคต ตลอดจนเสริมความรู้ สร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนในเรื่องของการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดทำสำมะโน/สำรวจตัวอย่างภายใต้บริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลง

     นางสาววันเพ็ญ พูลวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า “การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบไปทั่วโลก และได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งในด้านการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน การดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนและการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐเองที่ต้องมีการปรับตัวและปรับเปลี่ยนวิธีการ เพื่อให้เท่าทันสถานการณ์และสามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพทันท่วงที


  นอกจากความท้าทายในการจัดเก็บข้อมูลที่ดำเนินการได้ยากขึ้นโดยเฉพาะในชุมชนเมืองซึ่งลักษณะความเป็นอยู่ของประชากรเปลี่ยนแปลงไป และการให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลน้อยลง การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายและตัวเร่งให้สำนักงานสถิติแห่งชาติยิ่งต้องปรับตัว ทั้งแนวคิดและวิธีดำเนินการ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่มีคุณภาพไปประมวลผล ส่งผลให้ประเทศมีข้อมูลสถิติที่แม่นยำ สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศในทุกระดับและทุกมิติ

          กิจกรรมเสวนาในครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบไฮบริด แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ

           การเสวนาช่วงที่ 1 ดำเนินรายการโดย Ms. Gemma Van Halderen ผู้อำนวยการแผนกสถิติ ESCAP เป็นการแลกเปลี่ยน มุมมองและประสบการณ์ในการทำสำมะโน/สำรวจตัวอย่างภายใสนจากสำนักงานสถิติในต่างประเทศ ได้แก่ สำนักงานสถิติแห่งชาติมาเลเซีย สำนักงานสถิติแห่งชาติอินโดนีเซีย สำนักงานสถิติแห่งชาตินิวซีแลนด์ องค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่ กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Population Fund: UNFPA) และสำนักงานสถิติแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Statistics Division: UNSD) 

                  การเสวนาช่วงที่ 2 ได้รับเกียรติจากวิทยากรหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมแสดงทรรศนะและข้อคิดเห็นในหัวข้อ “ระบบสถิติก้าวไกล สร้างอนาคตไทยด้วยข้อมูล”

ติดตามข้อมูลสถิติที่น่าสนใจมากมายจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้ที่เว็บไซต์ www.nso.go.th  โซเชียลมีเดีย Line Official Account “NSO OF THAILAND” และโมบายแอปพลิเคชัน “THAI STAT” หรือโทรสอบถามที่เบอร์ 0 2141 7500-03


ทปอ. จับมือสยามสแควร์ รวมพลังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จ้ดงาน “SIAM YOUTH SQUARE”

ทปอ. จับมือสยามสแควร์ รวมพลังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จ้ด งาน “SIAM YOUTH SQUARE” เปลี่ยนพื้นที่กลางเมืองเป็นเวทีแจ้งเกิดของเยาวชนไทย       ที่...