วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2568

ททท. เปิดทริปบุญสายศรัทธา “มหาเศรษฐีปีมะเส็ง เฮงยืนหนึ่งรับปีมะเมีย” เที่ยวเมืองตาก เสริมพลังชีวิต

 ททท. เปิดทริปบุญสายศรัทธา 

“มหาเศรษฐีปีมะเส็ง เฮงยืนหนึ่งรับปีมะเมีย” 

เที่ยวเมืองตาก เสริมพลังชีวิต


    โรงแรมในเครือฟอร์จูนกรุ๊ป หนึ่งในกลุ่มธุรกิจของ บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND จับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และพันธมิตรทางธุรกิจ จัดทริปบุญสายศรัทธา “มหาเศรษฐีปีมะเส็ง เฮงยืนหนึ่งรับปีมะเมีย” ระหว่างวันที่ 18 – 20 สิงหาคม 2568 ณ จังหวัดตาก โดยมี อาจารย์คฑา ชินบัญชรผู้นำสายมูชื่อดัง นำสื่อมวลชน นักท่องเที่ยว และผู้แทนจากหลายองค์กร เดินทางเสริมสิริมงคล พร้อมสัมผัสเสน่ห์การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและวัฒนธรรมท้องถิ่น



     โดยคณะได้รับเกียรติจากผู้บริหารและพันธมิตรหลายภาคส่วนมาอาทิ นายศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Max Solution Service จำกัด (PTG Group), นายเยี่ยม เศรษฐบุตร ผู้อำนวยการกลุ่มงานธุรกิจโรงแรม CP LAND, นายวรดนู นิมมิต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร CP LAND, และคุณชุตินันท์ รวมพลังเอก ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์ CP LAND ร่วมในพิธีต้อนรับและกิจกรรมเปิดทริป พร้อมด้วยพันธมิตรจาก Sixt, X Peng และคณะสื่อมวลชน



     การเดินทางครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก และคณะผู้บริหารจังหวัด รวมทั้ง นางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตาก มาร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ก่อนเริ่มต้นเส้นทางแห่งศรัทธาที่พาไปสักการะสถานที่สำคัญ ต่างๆ อาทิ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นศาลาจตุรมุข ภายในมีพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ขนาดใหญ่กว่าองค์จริงเล็กน้อย ในพระอิริยาบถที่กำลังประทับอยู่บนราชอาสน์ มีพระแสงดาบพาดอยู่ที่พระเพลา ที่ฐานพระบรมรูปมีคำจารึกว่า "พระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี ทรงพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ.2277 สวรรคต พ.ศ 2325 รวม 48 พรรษา” และมีภาพพระประวัติพระเจ้าตากร่วมห่มผ้าพระบรมธาตุเจดีย์ พระธาตุประจำปีเกิดของปีมะเมีย ณ วัดพระบรมธาตุบ้านตาก , การสวดบารมี 30 ทัศน์ ณ วัดศรีพรเพ็ญมาตยาราม และชมความสวยงามของวัดไทยวัฒนาราม วัดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ซึ่งสร้างด้วยศิลปะแบบพม่า สีเหลืองทองอร่ามวิจิตรงดงามตระการตา และกราบนมัสการ “พระพุทธมหามุนีจำลอง” ที่ได้จำลองมาจากองค์จริงที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า  



     นอกจากนี้ คณะยังได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชน ณ บ้านแม่กาษา ผ่านโครงการ “ฮักนะแม่กาษา” โดยมีพิธีมัดมือรับพรจากผู้สูงอายุ ร่วมกิจกรรมพื้นบ้าน ทำขนมโบราณ และชมงานหัตถกรรมทอผ้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น อันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน



     ทริปบุญครั้งนี้ไม่เพียงมอบพลังศรัทธาและพลังใจให้แก่ผู้เข้าร่วม แต่ยังสะท้อนถึงความงดงามของจังหวัดตากในฐานะจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยพลังบวก โดยมีเสียงสะท้อนร่วมกันว่า “เมืองตาก…คือสถานที่ที่อยากกลับมารับพลังบวกซ้ำแล้วซ้ำอีก”

#CPLAND #ซีพีแลนด์ #AccessibleCommunitiesForLife #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #โรงแรมในเครือฟอร์จูน #โรงแรมฟอร์จูน #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สวพส. หนุนเกษตรกรรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนเกษตรยั่งยืน บนดอยแม่สลอง

สวพส. หนุนเกษตรกรรุ่นใหม่ 

ขับเคลื่อนเกษตรยั่งยืน

บนดอยแม่สลอง

     ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย นอกจากความงดงามของไร่ชาและผลไม้เมืองหนาว ยังเป็นพื้นที่แห่งความร่วมมือและการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนของเกษตรกรท้องถิ่น

     หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จคือ “กลุ่มแม่สลองพืชผล” เกษตรกร 21 ครอบครัวรวมตัวกัน วางแผนการผลิตล่วงหน้า และส่งมอบผักสดต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทั้งผักสลัด ผักกวางตุ้ง และผักเมืองหนาวชนิดต่างๆ การรวมกลุ่มช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคง พร้อมเครือข่ายการเรียนรู้ สมาชิกสามารถปรึกษาและแก้ปัญหาเรื่องโรคพืชหรือศัตรูพืชร่วมกัน โดยมีเจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

     อีกหนึ่งแรงบันดาลใจจากคนรุ่นใหม่ คือคุณธีรวัฒน์ หวุ่ยซือกู่ ชายจากบ้านป่าคาสุขใจ ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง หลังทำงานโรงงานที่เกาหลีใต้กว่า 6 ปี เขาตัดสินใจกลับมาสืบสานอาชีพเกษตรกรของครอบครัว เริ่มเรียนรู้ทุกอย่างตั้งแต่ศูนย์ โดยมีพ่อเป็นครูคนแรก และรับความรู้ใหม่จากสวพส. การสร้างโรงเรือนไม้ไผ่และระบบน้ำหยดช่วยควบคุมสภาพแวดล้อม ทำให้ผลผลิตเติบโตสม่ำเสมอ ปัจจุบันเขามีรายได้กว่า 45,000–50,000 บาทต่อเดือน ขยายเป็นโรงเรือนเหล็ก 9 โรงเรือน บนพื้นที่กว่า 8 ไร่ พร้อมแผนจำหน่ายผลผลิตผ่านช่องทางออนไลน์ทั่วประเทศ

เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือคุณสุพจ หวุ่ยซือกู่ ผู้เป็นบิดา เกษตรกรหัวไวใจสู้รุ่นแรกที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาพื้นที่สูงตามแนวทางโครงการหลวงแม่สลองตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554  ด้วยหัวใจนักสู้และความกล้าที่จะลองสิ่งใหม่ เขาได้สร้างโรงเรือนปลูกผักเมืองหนาว และขยายองค์ความรู้สู่เกษตรกรในพื้นที่จัดตั้งเป็น “กลุ่มแม่สลองพืชผล” สร้างรายได้ที่มั่นคงเฉลี่ยถึง 4 ล้านบาทต่อปี ส่งผลให้ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลูก ๆ ได้รับโอกาสทางการศึกษา และยังกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าของการเปลี่ยนแปลง

     เรื่องราวของกลุ่มแม่สลองพืชผลและครอบครัวหวุ่ยซือกู่ สะท้อนถึงการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน ที่ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับความรู้สมัยใหม่ การสนับสนุนจากสวพส. ไม่เพียงช่วยเพิ่มรายได้ แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่กลับมาสืบสานรากเหง้าและพัฒนาชุมชนของตนเองให้ก้าวไกล



วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568

สวพส. ขับเคลื่อนพื้นที่สูง สู่เป้าหมาย Net Zero Emissions

สวพส. ขับเคลื่อนพื้นที่สูง สู่เป้าหมาย Net Zero Emissions 

สร้างสมดุลคน-ป่า ต้นแบบการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน

     สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. มุ่งมั่นขับเคลื่อนการอนุรักษ์และการพัฒนาพื้นที่สูงควบคู่ไปกับการลดและดูดซับก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) เพื่อสร้างสมดุลระหว่างคนกับป่า และร่วมผลักดันประเทศไทยก้าวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยได้กำหนดเป้าหมายสำคัญในการเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2570 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์อย่างสมบูรณ์ภายในปี 2593


     หนึ่งในพื้นที่ดำเนินงานต้นแบบที่สำคัญของสวพส. คือ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พลังงานสะอาด และการจัดการพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน โดย สวพส. ใช้อุทยานฯ เป็นพื้นที่ต้นแบบและขยายผลงานวิจัยด้านการตรวจวัดคาร์บอนในต้นไม้ การประเมินศักยภาพการดูดซับก๊าซเรือนกระจก การผลิตและการใช้ประโยชน์จากถ่านชีวภาพ (Biochar) การจัดการเศษไม้และกิ่งไม้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนการฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวเพื่อเพิ่มการกักเก็บคาร์บอนในระยะยาว สามารถสะท้อนแนวคิดการพัฒนาพื้นที่สูงคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม


     นอกจากนี้ สวพส. ยังได้ดำเนินงานนำร่องร่วมกับชุมชนบนพื้นที่สูงกว่า 4,096 ไร่ โดยใช้กลไก PES (Payment for Ecosystem Services) หรือการจ่ายค่าตอบแทนเพื่อการให้บริการของระบบนิเวศ ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนเป็นผู้ดูแลรักษาป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็ได้รับผลตอบแทนจากการอนุรักษ์ทรัพยากร เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ทั้งทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต โดยตั้งเป้าหมายการขยายพื้นที่ดำเนินงานให้ครอบคลุมถึง 300,000 ไร่ ภายในปี 2575 ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการดูดซับก๊าซเรือนกระจกได้ไม่น้อยกว่า 240,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

     การดำเนินงานทั้งหมดของ สวพส. ตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ การวิจัยและสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง การต่อยอดผลวิจัยสู่การปฏิบัติและการขยายผลในพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน และการพัฒนาสวพส.ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ ถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมสู่สังคมไทย


     เป้าหมายสูงสุดของสวพส. คือการเป็นองค์กรต้นแบบที่ไม่เพียงมุ่งรักษาสิ่งแวดล้อม หากแต่ยังสร้างสมดุลใหม่ที่ยั่งยืนระหว่างคนกับป่า ผ่านการทำงานวิจัย การจัดการทรัพยากร และการขับเคลื่อนชุมชนไปสู่เศรษฐกิจเชิงนิเวศอย่างแท้จริง เพื่อก้าวสู่ Carbon Neutrality ในปี 2570 และ Net Zero Emissions ในปี 2593 ได้อย่างมั่นคง


“เรา คือ อดีตที่วางรากฐานไว้อย่างมั่นคง เรา คือ ปัจจุบันที่ลงมือเปลี่ยนแปลงด้วยข้อมูลและเป้าหมาย และเรา คือ อนาคต…ที่คุณสามารถร่วมสร้างได้ สวพส. พร้อมแล้ว... แล้วคุณล่ะ พร้อมหรือยัง?”


วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568

Miss Seven Queen 2026 ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมประกวด เพื่อเฟ้นหานางงาม มิสเซเว่นควีน 7 ตำแหน่ง 7 มงกุฏ

Miss Seven Queen 2026 ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมประกวด

เพื่อเฟ้นหานางงาม มิสเซเว่นควีน 7 ตำแหน่ง 7 มงกุฏ

ชวนสาววัย 18-35 ปี ร่วมชิงชัย


    MISS SEVEN QUEEN ได้ถูกจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2566 ( 2023 ) และในปี พ.ศ 2568 ทางบริษัท มิสเซเว่นควีน จำกัด คณะผู้จัดการประกวดได้จัดงาน MISS SEVEN QUEEN 2026 ขึ้นอีกครั้ง  โดยได้จัดให้มีการแถลงข่าว Miss Seven Queens - 7 Roles for the Nation มิส เซเว่นควีน 7 ตำแหน่ง 7 บทบาทพัฒนาประเทศและสังคมไทย โดยมีประธานกรรมการบริษัทมิสเซเว่นควีน จำกัด ท่านดร.พลัฏฐ์ชญา จรรยารุ่งเรือง กับ อาจารย์เกง รณกร หมอดูซินแสเจ้าพิธีกรรม ผู้บริหารบริษัท มิสเซเว่นควีน จำกัด,  และคุณฌาร์ม โอสถานนท์ MISS UNIVERSE THAILAND 2006 ที่ปรึกษาพิเศษผู้จัดการกองประกวด, พร้อมที่ปรึกษากรรมการพิเศษ คุณโก้-ดร.ธีรศักดิ์ พันธุจริยา ดารานักแสดง พร้อมคุณกิฟท์- มิณท์ดี วูชิ รองอันดับ 1 MISS THAILAND WORLD  2015 ที่ปรึกษากรรมการพิเศษ ร่วมแถลงข่าว ณ โรงแรมโนโวเทล สยามสแควร์ เมื่อวันศุกร์ที่  8 สิงหาคม 2568



     อาจารย์เกง รณกร ผู้บริหารบริษัท มิสเซเว่นควีน จำกัด ผู้จัดการประกวด กล่าวว่า การจัด MISS SEVEN QUEEN 2026 ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเวทีนางงามระดับประเทศ/อาเซียน ที่มีอิทธิพลด้านภาพลักษณ์ ศิลปะ วัฒนธรรม และเชิดชูความเป็นชาติที่มีพื้นฐานด้านเกษตรกรรมเป็นอุตสาหกรรมหลักของชาติ ทั้งสร้างอาชีพนางงามนางแบบมืออาชีพ ยกระดับนางงาม 7 ตำแหน่งให้มีภารกิจรับใช้สังคม พัฒนา Soft Power ไทย สร้างโมเดลธุรกิจ-สื่อ-การท่องเที่ยว ควบคู่กันไปอย่างยั่งยืน หลังเสร็จสิ้นจบการประกวด MISS SEVEN QUEEN 2026



    โดยสาวงามที่ได้รับตำแหน่ง MISS SEVEN QUEEN ทั้ง 7 คน จะได้รับรางวัลเงินสดกว่า 500,000 บาท พร้อมมงกุฏฝังเพชร 7 มงกุฏ ที่ถูกออกโดยมีเอกลักษณ์เฉพาะของมิสเซเว่นควีน ออกแบบโดย ต้าเหนิง นาคราชสตูดิโอ ผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบมงกุฏให้กับเวทีใหญ่ของประเทศไทยหลายเวที และสายสะพายที่มี 7 เส้น ถูกทักทอด้วยเอกลักษณ์ของมิสเซเว่นควีนเท่านั้น นอกจากนี้ทางคณะผู้จัดงาน ยังมีรางวัลพิเศษเฉพาะ ดีไซเนอร์ ที่ส่งชุดผ่านผู้เข้าประกวดได้รับการตัดสินให้เป็นชุดดีเลิศในการประกวดถึง 4 รางวัลพร้อมเงินสด ให้กับดีไซเนอร์ผู้ออกแบบชุดที่บ่งบอกถึงความเป็น MISS SEVEN QUEEN อย่างแท้จริง ในงานประกวด มิสเซเว่น Queen 2026 



     ขอเชิญสาวงามผู้สนใจอายุตั้งแต่ 18-35 ปี สามารถสมัครได้ตั้งแต่ 15 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป จนถึง 15 พฤศจิกายน 2568  สามารถดูรายละเอียดกติกาการสมัครได้ทาง เพจ มิสเซเว่นควีน , เว็บไซน์ Miss Seven Queen , TikTok Miss Seven Queen หากคุณต้องการล่าฝันสู่จุดสูงสุดบนเวที เชิญมาพิสูจน์ด้วยตัวของคุณ ในการประกวดมิสเซเว่นควีน คุณอาจ คือ 1  ใน 7 ของมิสเซเว่นควีน 2026 ในครั้งนี้ 
















วันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2568

“กาแฟพ่อหลวงสู่ความยั่งยืน Royal Coffee BCG to SDGs” หนุนกาแฟไทยก้าวไกลสู่เวทีโลก

“กาแฟพ่อหลวงสู่ความยั่งยืน Royal Coffee BCG to SDGs” 

หนุนกาแฟไทยก้าวไกลสู่เวทีโลก

     มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) กำหนดจัดงาน“กาแฟพ่อหลวงสู่ความยั่งยืน จาก BCG สู่ SDGs” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 15 มิถุนายน 2568 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่

       การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 และเพื่อแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ผู้ทรงวางรากฐานการพัฒนากาแฟอะราบิกาบนพื้นที่สูงของไทย โดยมีพระราชดำริให้ใช้กาแฟเป็นพืชทางเลือกทดแทนฝิ่น ก่อให้เกิดการสร้างรายได้แก่เกษตรกร และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน 

      งานนี้ยังมุ่งเน้นให้ประชาชนได้ตระหนักถึงคุณูปการของกาแฟอะราบิกาโครงการหลวง ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของการพัฒนากาแฟบนพื้นที่สูงมาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 55 ปี ตลอดจนเป็นเวทีสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของธุรกิจอุตสาหกรรมกาแฟไทยในบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้มีการร่วมกำหนดยุทธศาสตร์และนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟไทยให้ก้าวไกลในระดับนานาชาติ ภายใต้แนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG Economy Model ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) 

         ภายในงานจะมีกิจกรรมที่หลากหลายและน่าสนใจ อาทิ การสัมมนาวิชาการในหัวข้อ “ทิศทางและแนวทางการวิจัยและพัฒนาการผลิตและการตลาดกาแฟอะราบิกาของประเทศไทยและนานาชาติ สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้ BCG และ SDGs” การจัดนิทรรศการนำเสนอความเป็นมาและพัฒนาการของกาแฟอะราบิกาในประเทศไทย โดยเฉพาะกาแฟจากโครงการหลวง พร้อมทั้งจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านกาแฟจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างเครือข่ายด้านการผลิต การตลาด และธุรกิจกาแฟ ระหว่างเกษตรกร ภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการ รวมถึงการจัดแสดงความก้าวหน้าของธุรกิจอุตสาหกรรมกาแฟจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

และอีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน คือ การจัดกิจกรรมการแข่งขันกาแฟอะราบิกา เช่น การมองหา ประกวดผลผลิตกาแฟคุณภาพ และการแข่งขันทักษะของบาริสต้า เพื่อส่งเสริมมาตรฐานและศักยภาพของบุคลากรในวงการกาแฟไทย พร้อมกันนี้ยังมีการเปิดเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนาธุรกิจ Start up – Spin Off จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้กาแฟไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีโลก





วันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2568

หลวงปู่ศิลาและหลวงปู่เวิน ร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล "พญาครุฑ รุ่น มหาปารมี ศรีอุดมทรัพย์ รวย ล้าน ล้าน" วาระที่ ๒

หลวงปู่ศิลาและหลวงปู่เวิน ร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล

"พญาครุฑ รุ่น มหาปารมี ศรีอุดมทรัพย์ รวย ล้าน ล้าน" วาระที่ ๒

ณ ธรรมอุทยานหลวงปู่ศิลา


       ดร.หม่อมหลวงสราลี กิติยากร และ นายวุฒิศักดิ์ รัตนสุวรรณ์ ร่วมพิธีอธิฐานจิต วัตถุมงคล "เหรียญพญาครุฑ รุ่น มหาปารมีศรีอุดมทรัพย์ รวย ล้าน ล้าน" วาระ ๒ ณ ธรรมอุทยาน หลวงปู่ศิลา สิริจันโท เมื่อวันศุกร์ ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๘



      โดยภายในพิธี ดร.หม่อมหลวงสราลี กิติยากร และนายวุฒิศักดิ์ รัตนสุวรรณ์ ร่วมกันจุดธูป เทียน เครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย พร้อมถวายแป้งเจิมเทียนฉนวนแด่ พระราชวัชธรรมโสภณ (ศิลา สิริจนฺโท) และ พระครูโสภณวินัยวัฒน์ (หลวงปู่เวิน คุเณสโก) จากนั้นพระสงฆ์ร่วมสวดคาถาจุดเทียนชัย และสวดสาธยายพระคาถาพุทธาภิเษก โดยมี พระราชวัชธรรมโสภณ (ศิลา สิริจนฺโท) และ พระครูโสภณวินัยวัฒน์ (หลวงปู่เวิน คุเณสโก) ร่วมอธิฐานจิตวัตถุมงคล พระภาวนาจารย์ดับเทียนชัย โปรยข้าวตอกดอกไม้ ขณะพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา จากนั้น ดร.หม่อมหลวงสราลี กิติยากร และนายวุฒิศักดิ์ รัตนสุวรรณ์ ร่วมถวายสังฑทาน จตุปัจจัยไทยธรรม แด่พระสงฆ์



      โอกาสแห่งความมงคลครั้งยิ่งใหญ่ จึงขอเชิญทุกท่านร่วมบูชาเหรียญพญาครุฑ รุ่น "มหาปารมีศรีอุดมทรัพย์ รวย ล้าน ล้าน" ที่จัดสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน และได้รับกรุณาจากพระเดชพระคุณ พระราชวัชรธรรมโสภณ หรือ "หลวงปู่ศิลา สิริจันโท" มาเขียนอักขระยันต์หัวใจครุฑ ที่ด้านหลังเหรียญ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้รำลึกและเชิดชูบูชาในปฏิปทานและคุณความดีของบูรพาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาบารมี เสริมสิริมงคลและอำนาจบารมี ด้วยพลังแห่งองค์พญาครุฑ หนุนนำโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง ด้วยอานุภาพแห่งรุ่น "รวย ล้าน ล้าน" และร่วมสร้างกุศลครั้งใหญ่ เพราะรายได้จากการบูชาเหรียญส่วนหนึ่งจะนำไปสมทบทุนในหลายโครงการอันเป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและสังคม ได้แก่ พัฒนางานด้านศาสนกิจและเผยแผ่พระธรรมคำสอน ส่งเสริมการศึกษาแก่ภิกษุ สามเณร ผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา สนับสนุนมูลนิธิผึ้งหลวงอัศวิน ในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และสังคม รวมทั้งร่วมสมทบทุนสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วัดทองทั่ว



      สำหรับท่านที่มีจิตศรัทธา เคารพและบูชาในองค์พญาครุฑ สามารถติดตามรายละเอียดการเช่าบูชา เหรียญพญาครุฑ มหาปารมีศรีอุดมทรัพย์ รวย ล้าน ล้าน ได้ที่เพจของมูลนิธิผึ้งหลวงอัศวิน fb : มูลนิธิผึ้งหลวงอัศวิน และมูลนิธิผึ้งหลวงอัศวิน เลขที่ 8 ซอยรามอินทรา 28 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10230



      อย่ารอช้า! ร่วมบูชาเหรียญพญาครุฑอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญก้าวหน้าในชีวิต พร้อมทั้งได้ร่วมสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ไปพร้อมกัน


จุฬาฯ​ เปิดพื้นที่สยาม จัดงาน “จุฬาฯ ห่วงใย แรงงานไทยแข็งแรง” ปีที่ 2​

จุฬาฯ​ เปิดพื้นที่สยาม จัดงาน “จุฬาฯ ห่วงใย แรงงานไทยแข็งแรง” ปีที่ 2​  รวมพลังเพื่อแรงงานไทยอย่างยิ่งใหญ่ ชูโมเดลเชื่อมโยงพลังคนอุดมศึกษา-แ...