วันพุธที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568

สทท. ประชุมวิสามัญสมาชิกสามัญ พร้อมเลือกตั้งคณะกรรมการบริหาร สทท. ชุดใหม่ ประจำปี ๒๕๖๘-๒๕๗๐

สทท. ประชุมวิสามัญสมาชิกสามัญ 

พร้อมเลือกตั้งคณะกรรมการบริหาร สทท. ชุดใหม่ ประจำปี ๒๕๖๘-๒๕๗๐ แทนชุดเก่าที่หมดวาระ

     นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) จัดประชุมวิสามัญสมาชิกสามัญ เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหาร สทท. ชุดใหม่ ประจำปี ๒๕๖๘-๒๕๗๐ โดยมีสมาชิก สทท. จากทั่วประเทศกว่า ๒๐๐ คนร่วมงาน ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการเด้นส์ กรุงเทพฯ เมื่อวันอังคารที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๘


       โดยในช่วงเช้า นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประะะทศไทย (สทท.) เป็นประธานเปิดการประชุมวิสามัญสมาชิกสามัญ และกล่าวรายงานผลการดำเนินงานประจำปี ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีเอนก นุรักษ์ นายสุทธิพงศ์ เผื่อนพิภพ นางสมทรง สัจจาภิมุข รองประธาน สทท. และนายอดุลย์ชัย รักดำ เลขาธิการ สทท. ร่วมแถลงผลงานแถลงผลงานของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ปี ๒๕๖๖-๒๕๖๘ ได้แก่


- การเข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงวิสัยทัศน์ แนวคิดภาคเอกชน เดินหน้าขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทย ปี ๖๖"เพื่อ..ท่องเที่ยว..เป็นหลัก ในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย อีกครั้ง"

- ร่วมเสวนา หัวข้อ แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากภาวะชะลอตัว TNN DINNER talk Thailand Level Up อัปเกรดประเทศไทย กับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระกรวงการคลัง นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ณ ห้องแมคโนเลีย บอลรูม โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ


- ร่วมงาน Thailand winter Festival ๒๐๒๔ โดยมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วยรัฐมนตรีอีกหลายท่าน  และนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ณ ทำเนียบรัฐบาล

- ร่วมผนึกกำลังกับ ททท.ดึง ๒๐๐ เอเย่นต์ทัวร์ กระตุ้นไทยเที่ยวไทย นำร่องภูมิภาคภาคใต้

- นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธาน สทท. ร่วมงานต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีกระทรวงทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาครัฐและๆเอกชน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ



- ร่วมแถลงข่าวประกาศ Free Visa สำหรับนักท่องเที่ยวจีน - คาซัคสถาน

 - เข้าพบเพื่อแสดงความยินดีกับ นายสรวงค์ เทียนทอง ในการรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

- เข้าพบเพื่อแสดงความยินดีกับ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ในการรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

- การจัดอบรมโครงการ SME Restart ๒๕๖๖ใน ๑๐ จังหวัด

- เข้าพบ นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา หารือขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยปี ๖๘ แนวทางการขับเคลื่อนและเครื่องมือ กระจายนักท่องเที่ยวจากเมืองหลัก สู่เมืองน่าเที่ยว และเพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยวมากกว่าปริมาณ แนวทาง สู่ World Class Destination และ Tourism Hub เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ


- ร่วมเดินทางเข้าร่วมงานส่งเสริมการขาย ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ๑๒ ปันนา-คุมหมิง

- ร่วมงาน WTM ๒๐๒๔ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

- ร่วมงาน ITB ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน, แถลงดัชนิความเชื่อมั่นผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทย

- ร่วมงาน Andaman Tourism Networking จังหวัดภูเก็ต

- จัดงาน Dinner Talk โดยมี นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มาร่วมบรรยาย ณ โรงแรมพลูแมน กรุงเทพฯ 


          ตามด้วยการกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ "เทรนการท่องเที่ยว ปี ๒๕๖๘" โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เอกก์ ภทรธนกุล    

          ปืดท้ายด้วยนายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประะะทศไทย (สทท.)  กล่าวอำลาตำแหน่งที่หมดวาระลง พร้อมมอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจผู้สมัครลงเลือกตั้งประธาน สทท. ทั้ง ๔ ท่าน




         ช่วงบ่าย ก็เป็นเลือกตั้งคณะกรรมการ สทท. ชุดใหม่ ประจำปี ๒๕๖๘ - ๒๕๕๗๐ แทนชุดเก่าที่หมดวาระลง โดยการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยถึง ๔ ท่านด้วยกัน คือ นายชัย อรุณานนท์ชัยนายกสมาคมการค้าพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ และรองประธานสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย นายแพทย์สมชัย เจียรนัยศิลป์ ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลธนบุรีตรัง นางวิรินทร์ตรา ปภากิจยศพัฒน์ ผู้บริหารบริษัทนิกร มารีน กรุ๊ป และประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เขต 11 (ภูเก็ต พังงา กระบี่) และ นายธเนศ วรศรัณย์ ประธานคณะกรรมการท่องเที่ยวคุณภาพสูง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยแต่ละคนก็มีกองเชียร์มาร่วมสนับสนุน ทำให้การเลือกตั้งในครังนี้มีสีสันชีวิตชีวา




          การเลือกตั้งในครั้งนี้มี นายมงคล วิมลรัตน์ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการเลือกตั้ง พร้อมด้วยนายบัญญัติ กาฬสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านบริหาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  และนางสาววัชรี ชูรักษา ผู้ช่วยผู้อํานวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เป็นกรรมการการเลือกตั้งอีก ๒ ท่าน โดยมีสมาชิก สทท. ที่มีสิทธิในการลงคะแนนเลือกตั้งรวมทั้งสิ้น ๑๖๘  ท่าน  โดยกรรมการทั้ง ๓ ท่าน ก็ได้กล่าวถึงกติกา มารยาทในการลงคะแนนเลือกตั้งให้สมาชิก สทท. เข้าใจกันก่อน แล้วจึงเริ่มการลงคะแนนเลือกตั้ง ๑๓ สาขาอาชีพ และกรรมการเขตพื้นที่ ๑๓ เขต


          โดยผู้ที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการตัว ๑๓ สาขาอาชีพ ได้แก่

- สาขาวิชาชีพมัคคุเทศน์ คือ นายวัสน์พล อรรถธนเสฐ 

- สาขาที่พักแรมสำหรับนักท่องเที่ยว คือ คุณวิชุพรรณ ภูเก้าล้วน ศรีสัญญา

- สาขารับขนส่งนักท่องเที่ยวทางบก คือ นายสมเกียรติ หินทอง 

- สาขาขนส่งนักท่องเที่ยวทางน้ำ คือ นายอภิชาติ พัชรภิญโญพงศ์ 

- สาขาขนส่งนักท่องเที่ยวทางอากาศ คือ นายกฤษ พัฒนสาร 

- สาขาธุรกิจนำเที่ยวเข้ามาในประเทศ คือ นายจีระยุ จารุกิตตวิรกานต์


- สาขาธุรกิจนำเที่ยวไปต่างประเทศ คือ นายเอนก ศรีชีวะชาติ

- สาขาธุรกิจนำเที่ยวภายในประเทศ คือ นายวิทวัส เมฆสุต 

- สาขาส่งเสริมการประชุม จัดนิทรรศกาและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล คือ นายสุเมธ สุทัศน ณ อยุธยา 

- สาขาผู้ประกอบการธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มสำหรับนักท่องเที่ยว คือ คุณฐนิวรรณ กุลมงคล

- สาขานันทนาการ คือ คุณชวนัสถ์ สินธุเขียว 

- สาขาธุรกิจจำหน่ายสินค้าสำหรับนักท่องเที่ยว คือ นายสัญญาพุฒิ เกิดบัณฑิต 

- สาขาส่งเสริมความสันพันธ์การท่องเที่ยวในประเทศไทยหรือระหว่างประเทศ คือ คุณฉลอม สงล่า



         ส่วนผู้ที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการเขตพื้นที่ ๑๓ เขต ได้แก่

กรรมการเขต ๑ คุณนงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ 

กรรมการเขต ๒ นายกิติพงษ์ วิรุฬห์ศรี 

กรรมการเขต ๓ คุณศศมณฑ์ มหาศิริกุล 

กรรมการเขต ๔ คุณเยาวลักษณ์ ตั้งประกิจ 

กรรมการเขต ๕ นายวรวุฒิ วรแสง 

กรรมการเขต ๖ คุณสุรตน์ ศรีเบญจโชติ



กรรมการเขต ๗ คุณกชนิภา อินทสุวรรณ

กรรมการเขต ๘ นายชัย อรุณานนท์ชัย 

กรรมการเขต ๙  นายไพโรจน์ ปิติพันธรัตน์

กรรมการเขต ๑๐ คุณกรรณิกา เอี้ยวตระกูล 

กรรมการเขต ๑๑ นายวิชิต ยะลา 

กรรมการเขต ๑๒ คุณศุลีพร เสรีวิวัฒนา 

กรรมการเเขต ๑๓ คุณกิตธนา สุบรรพวงศ์



          และกรรมการประเภทแต่งตั้ง ๘ ท่าน ได้แก่

คุณสมทรง สัจจาภิมุข

นายภูมิกิต รักแต่งาม

คุณรัชชพร พลูสวัสดิ์

คุณศิริรัตน์ เด่นวรพงษาสุข

ว่าที่ร้อยตรีเอนก นุรักษ์

คุณศศิวัณย์ ศรีพรหม

คุณสุพัตรา จิราธิวัฒน์

นายแพทย์สมชัย เจียรัยศิลป์


       การเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ประจำปี ๒๕๖๘-๒๕๗ ในครั้งนี้ เป็นไปอย่างดุเด็ดเผ็ดมันตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง รักใครเชียร์ใครก็ว่ากันไป แต่สุดท้ายปรากฎว่า นายชัย อรุณานนท์ชัย  เป็นผู้คว้าชัยชนะได้เป็นประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) คนใหม่ โดยได้รับความไว้วางใจจากสมาชิก สทท. ให้เข้ามาบริหารและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นเอกฉันท์


      สำหรับ นายชัย อรุณานนท์ชัย เป็นผู้มีประสบการณ์ในแวดวงธุรกิจท่องเที่ยวอย่างยาวนาน เคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมการค้าพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเขตพื้นที่ภาคกลาง และรองประธานสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย โดยมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน  มุ่งเน้นการกระจายรายได้สู่ชุมชน และสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน

         ภายหลังได้รับเลือกตั้งเป็นประธาน สทท. คนใหม่ นายชัย  อรุณานนท์ชัย ได้กล่าวว่า "ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิก สทท.  ผมพร้อมทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่  เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้ก้าวหน้า สร้างรายได้ และกระจายความเจริญสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน"


       พร้อมเผยถึงนโยบายหลักในการบริหาร สทท. โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ บริหารงาน สทท.อย่างโปร่งใส เป็นธรรม เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม และการยกระดับบทบาทของ สทท.ให้เป็นที่ยอมรับในทุกองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน โดยจะบูรณาการความร่วมมือองค์กรด้านการท่องเที่ยวทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน  เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และผลักดันงบประมาณ นำเสนอโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในทุกมิติให้กระจายไปสู่ภูมิภาค และเชื่อมโยงสมาชิกทุกพื้นที่และสาขาอาชีพ โดยมุ่งมั่นการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสู้ความยั่งยืน พัฒนาบุคลากร การนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืน และถือประโยชน์ส่วนร่วมเป็นสำคัญ ซึ่งมีนโยบายที่จะมุ่งกระจายอำนาจหน้าที่การทำงานให้สมาชิกมีบทบาทอย่างทั่วถึง

          นอกจากนี้ จะเร่งแก้ปัญหาต่างๆ ในภาคการท่องเที่ยว เพื่อให้โอกาสนำเสนอแผนและนโยบายเข้า กรอ.จังหวัด รวมถึงนำเทคโนโลยีใหม่มาพัฒนาแพล็ตฟอร์มเพื่อเป็นเครื่องมือทำการนำเสนอสินค้าและบริการใหม่ๆ และการตลาดในรูปแบบใหม่ที่สอดรับกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว




















วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2568

"เรวัต" อาสาลงสมัคร นายก อบจ.ภูเก็ต อีกสมัย สานต่องานเก่าให้สำเร็จ ปั้นภูเก็ตให้น่าอยู่และน่าดู

"เรวัต" อาสาลงสมัคร นายก อบจ.ภูเก็ต อีกสมัย

สานต่องานเก่าให้สำเร็จ ปั้นภูเก็ตให้น่าอยู่และน่าดู

“เรวัต อารีรอบ” อาสานำทีม “กลุ่มภูเก็ตหยัดได้” ลงสมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) ชิงชัยต่อเป็นสมัยที่สอง ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ให้คนภูเก็ต “หยัดได้” (เชื่อถือได้) จากจุดแข็ง “ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่” สานต่องานเก่าให้สำเร็จ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายปั้นภูเก็ตให้เป็นเมืองน่าอยู่และเป็นเมืองน่าดู พร้อมยกระดับหลากหลายมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข และคุณภาพชีวิต ภายใต้วิสัยทัศน์ “ภูเก็ต ปลอดภัย ทันสมัยด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์”

ผู้นำทัพอย่าง “เรวัต อารีรอบ” ทำจริง  ไม่ขายฝัน

สำหรับศึกการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ อะไรที่ทำให้ นาย เรวัต อารีรอบ ผู้สมัครนายก อบจ.ภูเก็ต หมายเลข 1 “กลุ่มภูเก็ต หยัดได้” คิดลงสนามเป็นหนสอง คำตอบที่น่าจะเฉลยได้และเห็นความเชื่อมโยงได้อย่างชัดเจน นั่นคือหากเทียบชายผู้นี้เป็น “โปรดักท์”แล้ว ด้วยประสบการณ์ที่เคยเป็นอดีต สส.ภูเก็ต สังกัดพรรคประชาธิปัตย์สองสมัย และเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนั้นย่อม การันตีได้ว่า นายเรวัต ย่อมจะ “เข้าถึงและเข้าใจ”ความต้องการของประชาชน ชุมชน และภาพรวมของชาวภูเก็ตได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในแง่มุมของเศรษฐกิจที่เขาต้องการขับเคลื่อนให้ภูเก็ตเป็นแหล่งเศรษฐกิจทางด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันก็ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนภูเก็ตทั้งทางด้านการศึกษา การแพทย์ “ปลายทาง” เหล่านี้แหละที่ผู้นำทัพอย่างนายเรวัตได้วางยุทธศาสตร์ของภูเก็ตไว้อย่างปรุโปร่งแล้วในการดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ในปัจจุบัน เพื่อปูทางให้เป้าประสงค์ของตนเองบรรลุเป้าหมาย และบังเกิดผลงานเชิงประจักษ์ในระยะสี่ปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน  “ทำจริง  ไม่ขายฝัน”

 ขับเคลื่อนผลงานเชิงประจักษ์

 ตลอดระยะเวลาสี่ปีของ นายเรวัต อารีรอบ และ “กลุ่มภูเก็ตหยัดได้” นั้นโฟกัสกับยุทธศาสตร์ที่ต้องการปั้นให้ภูเก็ตพร้อมในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข และคุณภาพชีวิต รวมทั้งตอบโจทย์ทางด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนด้วย โดยเฉพาะการเร่งเครื่องหลังวิกฤติโตวิด-19 คลี่คลาย

ในเบื้องต้น นายเรวัตยอมรับว่า “ในช่วง 2 ปีแรกของการรับตำแหน่งนายก อบจ.ภูเก็ต ในปี 2564 นั้นเป็นช่วงวิกฤติโควิด-19 ต่อเนื่องถึงปี 2565 ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกชะงักงัน ไม่เว้นแม้แต่ภูเก็ต ทั้งนี้ อบจ.ภูเก็ตได้ดำเนินกลยุทธ์ทั้งเชิงรับและเชิงรุก เพื่อรับมือกับวิกฤติโควิด-19 อาทิ การจัดตั้งศูนย์ Quarantine โรงพยาบาลสนาม จัดหาวัคซีนให้ชาวกูก็ตอย่างทั่วถึง ฯลฯ”

ทั้งนี้ เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายในช่วงปี 2566 - ปี 2567 อบจ. ภูเก็ตก็เร่งดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนให้กลับมาเป็นปกติสุขโดยเร็ว และเป็นจิ๊กซอว์ที่ นายเรวัต มุ่งมั่นที่จะพิชิตเป้าหมาย เพื่อให้ภูเก็ตเป็น “เมืองน่าอยู่” และเป็น “เมืองน่าดู” นั่นคือ

     ด้านเศรษฐกิจ ในฐานะที่ภูเก็ตสามารถทำรายได้ให้กับประเทศได้สูงเป็นอันดับ 2 ฉะนั้น หลังวิกฤติโควิด-19 อบจ. ภูเก็ตจึงร่วมผลักดันโครงการ Phuket Sandbox ส่งผลให้ภูเก็ตสามารถฟื้นตัวได้เร็ว ขณะเดียวกัน ก็ดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง เช่น ทำโรดโชว์ ITB Berlin ที่ประเทศเยอรมนีที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเที่ยวภูเก็ตดังเดิม นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมกระตุ้นการใช้จ่ายภายในจังหวัคภูเก็ต เช่น การจัดงานหรอยรอยริมเล ทั่วเกาะกูเก็ต พร้อมผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จัดตั้ง TCDC ศูนย์ความรู้ด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ จังหวัดภูเก็ต 

      ด้านสาธารณสุข ผลงานที่โดดเด่นของนายเรวัต นั่นคือการถ่ายโอน รพ.สต. 20 แห่งและสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ต.ฉลอง มาอยู่ในการดูแลเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านสาธารณสุขระดับท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังมี “อยู่ที่ไหนก็ใกล้หมอ” โครงการเชิงรุกที่จัดทีมหมอและพยาบาลจาก รพ.สต. ลงพื้นที่ตรวจคัดกรองโรคในชุมชน พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อเพิ่มศักยภาพการรักษาพยาบาลโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต และมอบเงินอุดหนุนโครงการพัฒนาศักยภาพศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต จำนวน 30 ล้านบาท เพื่อจัดหาครุภัณฑ์และวัสดุทางการแพทย์สำหรับการวินิจฉัยและการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจให้ชาวภูเก็ต และชาวต่างชาติมีภาวะโรคหัวใจที่เข้าพักในจังหวัดภูเก็ตที่ได้รับการรักษาอย่างครอบคลุมและทันเวลา 

ด้านการศึกษา อบจ.ภูเก็ต มุ่งเน้นพัฒนาเยาวชนให้เติบโตไปเป็นพลเมืองโลก (Global Citizen) พร้อมทั้งพัฒนาโรงเรียนในสังกัด อบจ.ภูเก็ตทั้ง 5 แห่งให้เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย - ม.6 เพื่อลดความเหลือมล้ำทางการศึกษา โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ทั้งด้านวิชาการ สังคม และทักษะชีวิต พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพครูให้เป็นผู้ส่งเสริมการเรียนรู้ให้เด็กตามวัยสำหรับโรงเรียนในสังกัด อบจ.ภูเก็ต พร้อมสนับสนุนงบประมาณให้แก่โรงเรียนสังกัด สพฐ. เพื่อพัฒนาอาคารสถานที่ จัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ สำหรับส่งเสริมการเรียนรู้ ยกระดับมาตรฐานการศึกษาของจังหวัดภูเก็ตในภาพรวม

ด้านคุณภาพชีวิต อบจ.ภูเก็ตได้พัฒนาสวนสาธารณะแห่งใหม่ โดยพัฒนาพื้นที่เรือนจำเก่าจังหวัด

        ในเดือนธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมีแผนพัฒนาพื้นที่ทุ่งถลางชนะศึก อ.ถลาง ซึ่งอยู่ระหว่างการออกแบบ จะแล้วเสร็จในเดือน ก.พ.2568 ขณะที่สวนธารณะลานกีฬากะทู้ โรงเหล้าเก่า ซึ่งเข้าไปพัฒนาจนถึงเฟสที่ 4 แล้ว เพื่อเป็นเพิ่มพื้นที่สีเขียว และเพิ่มพื้นที่ออกกำลังกายให้ชาวภูเก็ต รวมทั้งรับมือกับ “การแก้ไขปัญหาจราจร” ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ชาวภูเก็ตกำลังเผชิญอยู่ ณ ตอนนี้ ซึ่งเป็นความเดือดร้อนเร่งด่วนของชาวภูเก็ต โดยการนำรถบัส EV รถไฟฟ้าพลังงานสะอาดช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมมาให้บริการประชาชน ให้เด็กนักเรียน นักศึกษา ประชาชนคนทำงาน ผู้สูงอายุ หรือนักท่องเที่ยวสามารถใช้ขนสาธารณะณะได้สะดวกยิ่งขึ้น

           นอกจากนี้ นายเรวัต อารีรอบ ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในเรื่องของพิบัติว่า  “เพื่อป้องกันภัยพิบัติร้ายแรงในภูเก็ต อาทิ น้ำท่วม ดินถล่ม ชาวภูเก็ตมั่นใจได้ว่า จะต้องเห็นผม และทีมงาน อบจ.ภูเก็ต เข้าไปช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนอย่างทันท่วงที เพราะนี่คือการกิจหลักที่ อบจ.ภูเก็ตจัดตั้งกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขึ้นมา นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดหาเรือดับเพลิงกู้ภัย เรือตรวจการณ์ เครื่องจักรกลหนัก เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทั้งทางบกและทางน้ำ อย่างล่าสุดที่เกิดเหตุน้ำท่วมหลายพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ต เครื่องสูบน้ำของ อบจ.ภูเก็ตได้กระจายไปยังจุดเสี่ยงน้ำท่วมทั่วจังหวัดกูเก็ต เพื่อให้มีส่วนช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน เป็นที่พึ่งที่ “หยัดได้”ของชาวกูเก็ตตลอดมา ”


 





 

วันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบของขวัญวันเด็ก 240,000 ชิ้น แด่นายกรัฐมนตรี เพื่อมอบให้กับเด็กและเยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบของขวัญวันเด็ก 240,000 ชิ้น แด่นายกรัฐมนตรี 

เพื่อมอบให้กับเด็กและเยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568

       มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะกรรมการ และผู้บริหารมูลนิธิฯ เข้าพบ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อมอบชุดของขวัญวันเด็ก ประกอบด้วย สมุด ดินสอ ไม้บรรทัด และกล่องดินสอ รวมจำนวน 240,000 ชิ้น เพื่อนำไปแจกจ่ายให้เด็กและเยาวชน เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2568 ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568

        นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เปิดเผยว่า งานสังคมสงเคราะห์ กิจกรรมที่สำคัญหนึ่งที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทำเป็นประจำต่อเนื่องมาเป็นเวลา 66 ปี คือ การมอบของขวัญให้เด็กๆ ในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ”แบ่งปันความรัก ความสุขและเสริมการเรียนรู้ เพราะ “ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง” สร้างเด็กไทยในวันนี้ให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าของสังคมและประเทศชาติในอนาคต โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้จัดพิธีมอบชุดของขวัญวันเด็กให้กับนักเรียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีผู้แทนโรงเรียนเป็นผู้รับมอบ ณ ลานสำนักงานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ รวมทั้งยังจัดให้มีการส่งชุดของขวัญวันเด็กของมูลนิธิฯ เพื่อมอบให้กับเยาวชนในส่วนภูมิภาค ผ่านหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ

         โดยในปี พ.ศ. 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบของขวัญให้เด็กนักเรียนในโรงเรียนและหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ทั้งสิ้น รวม 3,600,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 15 ล้าน 8 แสนบาท

         ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการส่งเสริมด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้านต่อไป

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418 



วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งความสุขมอบของขวัญให้แก่เยาวชนทั่วประเทศ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 25

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งความสุขมอบของขวัญให้แก่เยาวชนทั่วประเทศ 

เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568

      มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ และ คณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีมอบชุดของขวัญวันเด็ก ประกอบด้วย สมุด ดินสอ ไม้บรรทัด และ กล่องดินสอ เป็นของขวัญให้กับนักเรียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีผู้แทนโรงเรียนเป็นผู้รับมอบ ณ ลานสำนักงานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ เมื่อวันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ.2568


รวมทั้งยังจัดให้มีการส่งชุดของขวัญวันเด็กของมูลนิธิฯ เพื่อมอบให้กับเยาวชนในส่วนภูมิภาค ผ่านหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ รวมจำนวนของขวัญวันเด็กที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งมอบให้กับเยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ทั้งสิ้น 900,000 ชุด คิดเป็นมูลค่ากว่า 15.8 ล้านบาท


       และในวันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดเข้าพบ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อมอบของขวัญวันเด็ก สำหรับนำไปแจกจ่ายแก่เด็กและเยาวชน เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล


        นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า การให้ของขวัญวันเด็ก เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักที่มูลนิธิฯ ได้จัดทำต่อเนื่องมาเป็นเวลา 66 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 ด้วย การมอบของขวัญให้เด็กๆ ในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ” แบ่งปันความรัก ความสุขและเสริมการเรียนรู้ สร้างเด็กดีในวันนี้ให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าของสังคมและประเทศชาติในอนาคต โดยมูลนิธิฯ ขอส่งความรัก ความปรารถนาดีให้เด็กๆ ทุกคนเป็นเด็กดี มีคุณธรรม กตัญญู รู้คุณ พ่อแม่ ครูอาจารย์ รู้จักประหยัด มัธยัสถ์ ห่างไกลยาเสพติด ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน หมั่นเรียนรู้ทุกโอกาส เพื่ออนาคตที่ดีของตนเอง และประเทศชาติ ดังคำขวัญวันเด็กของท่านนายกรัฐมนตรี ประจำปี พ.ศ.2568 ที่มอบให้ คือ “ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง”


         ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการส่งเสริมด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้านต่อไป

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2567

ททท. ผนึกกำลังพันธมิตรจัดงานเทศกาล Amazing Thailand Countdown 2025 ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

ททท. ผนึกกำลังพันธมิตรจัดงานเทศกาล Amazing Thailand Countdown 2025

ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ส่งมอบความสุข ฉลองรับศักราชใหม่ 2568

        นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในการแถลงข่าวจัดงาน "เทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2568 (Amazing Thailand Countdown 2025)" พร้อมด้วย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และพลตำรวจโทศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชากาการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน จำนวนมาก ณ ห้องโถงธนะรัชต์ ชั้น 1 อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567

        ททท. ผนึกกำลังพันธมิตรจัดงานเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ส่งมอบความสุข ฉลองรับศักราชใหม่ 2568 ประเทศไทย พร้อมสร้าง Grand Morment สุดประทับใจ ก้าวสู่ปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025

         กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐ และเอกชน ผนึกกำลังจัดงานเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2568 ผลักดันประเทศไทยสู่ Global Countdown Destination ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมเปิดปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 อย่างน่าประทับใจ ด้วยกิจกรรมและอีเวนต์คับคั่ง ส่งมอบความสุข สนุกสนาน ความงดงามของประเพณีไทยในช่วงเริ่มต้นศักราชใหม่ คาดทั่วประเทศสร้างรายได้การท่องเที่ยว 62,000 ล้านบาท

         นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2568 เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข เป็นวาระแห่งการเริ่มต้นใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยพลัง และความหวัง โดยในปีนี้สถานที่จัดงาน Countdown ทั่วประเทศไทยได้เตรียมไว้ให้ทุกคนได้ร่วมสนุกและสัมผัสความงดงาม ทั้งในเมืองใหญ่และจังหวัดที่มีอัดลักษณ์พิเศษ ทั้งในกรุงเทพฯ และทั่วทุกภาคของประเทศ ซึ่งถือเป็นเทศกาลสำคัญภายใต้ Thailand Winter Festivals 2024 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นในระดับโลก เป็น Global Countdown Destination ที่นักท่องเที่ยวต้องนึกถึงและมาเยือนอย่างต่อเนื่องทุกปี ด้วยสุดยอดอีเวนต์ พร้อมนำเสนอจุดเด่นของประเทศด้านขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางมาสัมผัสคุณค่าและความหมายของการท่องเที่ยวในประเทศไทย และเกิดเป็นความประทับใจ จนไม่อาจลืมเลือน และยังเป็นโอกาสอันดีในการกระตุ้นการท่องเที่ยวโค้งสุดท้ายของปี เพื่อก้าวเข้าสู่ปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025  ที่ทุกกระทรวงจะมาร่วมมือกันส่งเสริมการท่องเที่ยวและมอบสิทธิประโยชน์พิเศษแก่นักท่องเที่ยว ให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ เป็นกลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

         นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. พร้อมส่งมอบความสุขและความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยการจัดงาน "Amazing Thailand Countdown 2025" ในวันที่ 28 ธันวาคม 2567 - 1 มกราคม 2568 ณ บริเวณสวนนาคราภิรมย์ กรุงเทพมหานคร โดยมีพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าของประเทศไทยเป็น Landmark และตอกย้ำภาพลักษณ์ความสวยงามยามค่ำคืนบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร ด้วยไฮไลต์ร่วมเฉลิมฉลองนับถอยหลังก้าวเข้าสู่ปีใหม่ไปพร้อมกับการแสดงพลุที่สวยงามอลังการตระการตา การแสดงโดรนแปรอักษร พร้อมสื่อผสมสุดยิ่งใหญ่อลังการอย่างต่อเนื่องกว่า 7 นาที

        รวมถึงในพื้นที่เชียงใหม่ ยังได้จัดงาน Amazing Chiang Mai Countdown 2025 ในวันที่ 21 ธันวาคม 2567 - 1 มกราคม 2568 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงการ Chiang Mai Festival City เพื่อสร้างแรงจูงใจ และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยการประดับตกแต่งไฟ ILLUMINATION NIGHT การแสดงทางวัฒนธรรม การแสดงดนตรีพื้นเมือง การแสดงดนตรีจากศิลปินที่มีชื่อเสียง ทั้ง 11 วัน การออกร้านของสินค้าท้องถิ่น/อาหารท้องถิ่น การทำ Workshop ของเล่นจักรสานของท้องถิ่น กิจกรรม มูเตลู ดูดวง เช็คดวงรับปีใหม่ รวมถึงพิเศษสุดกับมินิคอนเสิร์ตจาก "BamBam - กันต์พิมุกต์ ภูวกุล" และการแสดงพลุสุดยิ่งใหญ่ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2567

         นอกจากนี้ ททท. ยังได้ร่วมกับพันธมิตรสนับสนุนการจัดงานเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2568 ประเทศไทย ในภูมิภาคต่างๆ ทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวทั่วประเทศ ซึ่งจะสร้างความประทับใจ ความสุข และความสนุกสนานให้กับทุกคนอย่างแน่นอน โดยคาดว่ากิจกรรมเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2568 ประเทศไทย ช่วงวันหยุดพิเศษต่อเนื่องเป็นวันหยุดยาว 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2567 - 1มกราคม 2568 จะสร้างรายได้การท่องเที่ยวกว่า 62,000 ล้านบาท จากผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 4.41 ล้านคน-ครั้ง และจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยในช่วงดังกล่าวกว่า 1.56 ล้านคน

         พลตำรวจโทศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า รัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้มีการรักษาความปลออดภัยในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2568 อย่างเข้มงวด ตลอดจนป้องกันมิจฉาชีพฉวยโอกาสก่อเหตุในพื้นที่ที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวหนาแน่น โดยกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้กำหนดมาตรการดูแลความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว จัดกำลังพล ยานพาหนะ และอุปกรณ์ ดูแลรักษาความปลอดภัยตลอดห้วงระยะของการจัดงาน เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนฉลองเทศกาลปีใหม่อย่างมีความสุข สะดวก ปลอดภัย รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกรองรับการเดินทางของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ และมีประสิทธิภาพสูงสุดในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2568

       นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า ICONSIAM พร้อมแล้วกับงาน ICONSIAM Amazing Thailand Countdown 2025 ณ ลานริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ในวันที่ 29 - 31 ธันวาคม 2567 กรุงเทพมหานคร โดยศิลปินระดับไอคอนิคจะมาร่วมสร้างปรากฏการณ์ด้วยโชว์สุดเอ็กซ์คลูชีฟ รวมถึงสุดยอดศิลปินบนเวที เพื่อเฉลิมฉลองช่วงเวลาพิเศษ ปิดท้ายการสร้างปรากฏการณ์เคาท์ดาวน์ระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยายิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ด้วยการแสดงพลุรักษ์โลกที่ยาวที่สุดในประเทศไทย กับเทศนิคและสีสันแปลกตาที่มีรัศมีการชมได้มากกว่า 5 กิโลเมตร ภายใต้ธีม "Celebrating the Everlasting Legacy of Siam" ที่สะท้อนถึงสีสัน ความงดงามของมรดกและภูมิญญาไทย สร้างความตื่นตาตื่นใจเหนือโค้งน้ำเจ้าพระยาอย่างน่าประทับใจ

         ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (มหาชน) กล่าวว่า บริษัท เซ็นหรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) เตรียมสร้างปรากฏการณ์ความสุขส่งส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่ กับงาน Centralworld Bangkok Countdown 2025 ในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แลนด์มาร์กสำคัญใจกลางกรุงเทพฯ ที่จะทำให้การเฉลิมฉลองข้ามปี ให้ปีนี้พิเศษยิ่งกว่าที่เคย กับการแสดงดนตรีจากศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลก ต้นคริสต์มาส Art Toys และไฮไลต์พลุเฉลิมลอง และ Special Performance อีกมากมาย

           ทั้งนี้ สำหรับกิจกรรมเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2568 ประเทศไทย ที่ ททท. ดำเนินการจัดกิจกรรมมีรายละเอียดและกิจกรรมภายในงาน ดังนี้

           งาน "Amazing Thailand Countdown 2025" เนรมิตปรากฏการณ์ในพื้นที่สวนนาคราภิรมย์ ในวันที่ 29 - 31 ธันวาคม 2567 กรุงเทพมหานคร ให้เป็นสถานที่เฉลิมฉลองค่ำคืนส่งท้ายปีเก่า 2567 ต้อนรับปีใหม่ 2568 ที่ยิ่งใหญ่ ในการสร้างรอยยิ้ม A LAND OF SMILES A PARADISE TO EXPLORE ภายในงานจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของความเป็นไทยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม Work shop ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม การออกบูธจำหน่ายอาหารจากร้านเด็ด ร้านดัง และสินค้าจากชุมชนใกล้เคียง และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พร้อมกับเติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขและสนุกส่งท้ายปี ด้วยการแสดงทางวัฒนธรรมไทยและการแสดงร่วมสมัยประยุกต์ การบรรเลงเพลงจากออร์เคสตร้า River Symphony Orchestra และการขับกล่อมบรรยากาศด้วยบทเพลงจากศิลปินและนักแสดงชื่อดัง ได้แก่ URBOYTJ, ลุลา, Burin, YourMOOD, ETC, INDIGO,The Rube, INSTINCT, โบว์-เมลดา สมศรี และ ลิเดีย - ศรัณย์รัชต์ ดีน และ THE TOY ณ เวทีลอยน้ำบนแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยงาม การแสดงโดรนแปรอักษร ก่อนจะปิดท้ายกับกิจกรรมไฮไลต์ร่วมนับถอยหลังก้าวเข้าสู่ปีใหม่ 2568 ไปพร้อมกับการแสดงพลุสุดยิ่งใหญ่อลังการควบคู่ไปกับนวัตกรรมแสง เสียง และสื่อประสมที่ทันสมัย เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวอันอัศจรรย์ใหม่ๆ ให้กับนักท่องเที่ยวที่สวยงามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ยาวต่อเนื่องกว่า 7 นาที โดยแบ่งเป็น 9 องก์ ประกอบด้วย 1) พลุแห่งการท่องเที่ยวไทยแบบยั่งยืน 2) พลุแห่งจินตนาการและความสร้างสรรค์ 3) พลุสวรรค์ของนักท่องเที่ยว 4) พลุ การให้เกียรติซึ่งกันและในความแตกต่าง 5) พลุแห่งสยามเมืองยิ้ม 6) พลุแห่งความทรงจำอันงดงาม 2568 (Amazing Thailand Countdown 2025) 7) พลุแห่งความสงบสุข 8) พลุพร่างพราวรัก และ 9) พลุแห่งความสุขอันไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อส่งมอบความสุขต้อนรับปีใหม่ 2568 อีกทั้งในโอกาสเป็นสิริมงคลต้อนรับแสงแรกของปี ในวันที่ 1 มกราคม 2568 เวลา 06.00 - 08.00 น. ณ วัดอรุณราชวรารามวรมหาริหาร กับกิจกรรมงานทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ เพื่อเป็นการส่งเสริมอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามให้คงอยู่สืบไป และสนับสนุนให้พุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวนกว่า 68 รูป

        งาน "Amazing Chiang Mai Countdown 2025" ในวันที่ 21 - 31 ธันวาคม 2567 ณ อุทยานราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "แบบ ILLUMIDESTINATION : เมื่อแสงสุดท้ายมาบรรจบกับแสงแรกแห่งปี" กิจกรรมแห่งความสุขที่สื่อถึงอัตลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ ด้วยสวนแสงอันวิจิตรงดงามผสมผสานระหว่างงานศิลป์เทคนิคสื่อสมัยใหม่ แสง เสียงอันตระการตา เพื่อเฉลิมฉลองคืนข้ามปี ด้วยประสบการณ์สุดประทับกับอาหารและเครื่องดื่มในบรรยากาศสวยๆ กลางอุทยานหลวง สนุกสนานกับกิจกรรม Wokshop สินค้า Chic Craft อาทิ จักสานของเล่นไทย คุณค่าที่ไม่ลืมเลือน, ตัดตุง การสร้างมิติงานคราฟท์จากกระดาษสี, กิจกรรมมูเตลู ดูดวง "มูดี มูเด้ง" เช็คดวงสุดปัง พร้อมเสริมมงคลชีวิตด้วยเครื่องรางสไตล์สายมู โดยหมอดูที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายศาสตร์พยากรณ์ กิจกรรม Check Point เก็บแต้มจากจุดเช็คอินสุดฮิตในจังหวัดเชียงใหม่ แล้วนำมาแลกรับลาย Limited จำนวนจำกัดได้ก่อนใคร เพลิดเพลินกับการแสดงพื้นบ้านหลากหลายแนว โดยศิลปินท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง ที่สะท้อนเอกลักษณ์วัฒนธรรมของชาวล้านนา และการแสดงศิลปวัฒนธรรมกับกับกลิ่นอายแบบล้านนา เต็มอิ่มกับการแสดงมินิคอนเสิร์ตสุดมันส์ส่งท้ายปีจากศิลปินและดาราที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ได้แก่ อะตอม ชนกันต์, Season Five, ETC, DGERRAD, MEAN, ตู่ ภพธร, ออฟ ปองศักดิ์, PAUSE, ไอซ์ ศรัณยู, Slapkiss, ซานิ, ปอ อรรณพ, สงกรานต์ รังสรรค์ และร่วมเค้าท์ดาวน์ส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่กับ BamBam และพลุสุดอลังการในค่ำคืนแห่งแห่งแสง "llumidestination" ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ "พรจากฟ้า"

        นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับพันธมิตรสนับสนุนการจัดกิจกรรมในพื้นที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานคร เมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวทั่วประเทศ อาทิ งาน ICONSIAM Amazing Thalland Countdown 2025 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 29 - 31 ธันวาคม 2567, งาน Centralworld Bangkok Countdown 2025 ในวันวันที่ 31ธันวาคม 2567 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, งาน "EM DISTRICT WINTER WONDERLAND 2024 : เอ็ม ดิเทริค วินเทอร์ วันเดอร์แลนด์ 2024" ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2567 - 10 มกราคม 2568 ณ เอ็ม ดิสทริค (ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์) กรุงเทพมหานคร, งาน LET'S CELEBRATE 2025 ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 - 5 มกราคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี กรุงเทพมทานคร, งาน Neon Countdown ในวันที่ 30 ธันวาคม 2567 - 3 ธันวาคม 2567 ณ สวนสนุกวันเดอร์เวิลด์ กรุงเทพมหานคร, งาน Siam Paragon The Magical Celebration ในวันที่ 23 - 31ธันวาคม 2567 ณ บริเวณ Park Paragon ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร, งาน Hua Hin Beach Countdown 2025 ในวันวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ณ ริมหาดบริเวณโรงแรม Intercontinental Hua Hin Resort จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, งาน "The New Chapter of Journey Celebrating 9th Anniversany" วันที่ 10 ธันวาคม - 2 มกราคม 2568 ณ ลานเดอะ สแควร์ บลูพอร์ต หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีชันธ์, งาน Phitsanulok Countdown Festive Night 2025 ในวันที่ 25 - 31ธันวาคม 2567 ณ บริเวณสวนสาธารณะกลางเมือง จังหวัดพิษณุโลก, งาน "มหาสารคามเคาท์ดาวน์ เฟสติวัล ซอฟท์พาวเวอร์อีสานใต้ปี 2025" ในวันที่ 20 ธันวาคม 2567 - 1มกราคม 2568 ณ ตลาดต้นสน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม, งาน Chaiyaphum's Countdown 2025 ในวันที่ 29 ธันวาคม - 31ธันวาคม 2567 ณ มอหินขาว จังหวัดชัยภูมิ, งาน "Udon Countdown 2025" ในวันที่ 30 - 31ธันวาคม 2567 ณ ศูนย์การค้ายูดีทาวน์ จังหวัดอุดรธานี, งานอ่าวมะขามป้อม เคาท์ดาวน์ 2025" ในวันที่ 28-31ธันวาคม 2567 ณ ท่าเรืออ่าวมะขามป้อม ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง, งาน HATYAI COUNTDOWN 2025 ในวันที่ 29 ธันวาคม 2567-1 มกราคม 2568 ณ ถนนธรรมนูญวิถี, ถนนิพัทธ์อุทิศ 1, ถนนนิพัทธ์อุทิศ 3, สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

        การจัดงานในครั้งนี้ ททท.คาดว่าจะสร้างสรรค์ประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว นำไปสู่การเพิ่มการใช้จ่ายนักท่องเที่ยว และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในพื้นที่ของการจัดกิจกรรม เช่น โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และผู้ให้บริการล่องเรือรับประทานอาหาร เป็นต้น และเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะเป็นหมุดหมายในการเฉลิมฉลองเทศกาลสำคัญของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องตลอดปี Amazing Thalland Grand Tourism and Sports Year 2025


วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2567

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจัดเต็ม ลงพื้นที่เร่งลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาส สร้างชีวิตแก่ชาวหนองคายอย่างยั่งยืน..

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจัดเต็ม ลงพื้นที่เร่งลดความเหลื่อมล้ำ 

สร้างโอกาส สร้างชีวิตแก่ชาวหนองคายอย่างยั่งยืน..

       มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพผู้ยากไร้ พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่บริการประชาชนฟรี พร้อมมอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบท และสนับสนุนค่าพาหนะพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้รับขาเทียม ช่าง และอาสาสมัคร ในโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 172 แก่ชาวหนองคาย

        ระหว่างวันที่ 16 – 20 ธันวาคม พ.ศ. 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ห่วงใยเยาวชน ประชาชนผู้ยากไร้ และผู้พิการ มอบหมายคณะกรรมการมูลนิธิฯ ลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย เร่งลดความเหลื่อมล้ำ มอบโอกาส สร้างชีวิต แก่ชาวหนองคายอย่างยั่งยืน รวมมูลค่าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งดำเนินการกว่าเจ็ดแสนบาท

      โดยเมื่อวันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2567 นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ผู้ช่วยกรรมการ และ นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย (จังหวัดที่ 16 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จำนวน 21 ครัวเรือน พร้อมมอบจักรยาน จำนวน 50 คัน แก่โรงเรียนชนบทที่ขาดแคลน จำนวน 5 โรงเรียน เพื่อให้นักเรียนที่ประสบปัญหาในการเดินทางได้ยืมเรียน รวมถึงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าพาหนะแก่ผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเสริมสร้างให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย เรียนรู้กฎจราจร เรียนรู้การแบ่งปัน และดูแลรักษาสาธารณสมบัติร่วมกัน รวมมูลค่าการดำเนินการช่วยเหลือชาวหนองคายในครั้งนี้ทั้งสิ้น จำนวน 560,120 บาท (ห้าแสนหกหมื่นหนึ่งร้อยยี่สิบบาทถ้วน)

       นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน กิจกรรมนันทนาการ ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่  โดยมี นายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุรพล แก้วอินธิ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชนเป็นประธานร่วมในพิธี โดยมี มูลนิธิฯ / สมาคมจีนประจำจังหวัดต่างๆ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี รวมทั้ง ประชาชน เยาวชน ผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นผู้รับมอบ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งร่วมมอบและสร้างสีสันภายในงาน ณ บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย

      และวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2567 นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำทีมแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ลงพื้นที่ มอบค่าพาหนะ พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ผ้าห่ม ปลากระป๋อง เส้นหมี่ขาว ทิชชูเปียก รองเท้าฟองน้ำ และขนม บรรจุถุงผ้าดิบ ให้แก่ผู้รับขาเทียม ช่างและอาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 172 รวมจำนวน 160 ชุด พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่เจ้าหน้าที่มูลนิธิขาเทียมอีก 50 ชุด คิดเป็นงบประมาณมูลค่าทั้งสิ้น 162,132.50 บาท (หนึ่งแสนหกหมื่นสองพันหนึ่งร้อยสามสิบสองบาทห้าสิบสตางค์) โดยมี นายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย  เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต เลขาธิการมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กรรมการมูลนิธิขาเทียมฯ และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ ร่วมในพิธี ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย

        รวมงบประมาณการดำเนินภารกิจ 3 โครงการ เพื่อชาวหนองคายและผู้เข้าร่วมโครงการในรอบนี้ทั้งสิ้น 722,252.50 บาท (เจ็ดแสนสองหมื่นสองพันสองร้อยห้าสิบสองบาทห้าสิบสตางค์)

        ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และเฟซบุ๊ก แฟนเพจ  www.facebook.com/atpohtecktung

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก  ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ ...