วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2567

ททท. จับมือ “ไทยรัฐกรุ๊ป” ต่อยอดแคมเปญ สุขทันที ที่เมืองน่าเที่ยว ด้วย “สุขทันที ที่เมืองน่าเที่ยว มุมใหม่” ภายใต้งาน “เชียงรายสายอาร์ตสุดขอบ”

ททท. จับมือ “ไทยรัฐกรุ๊ป” ต่อยอดแคมเปญ สุขทันที ที่เมืองน่าเที่ยว 

ด้วย “สุขทันที ที่เมืองน่าเที่ยว มุมใหม่” 

ภายใต้งาน “เชียงรายสายอาร์ตสุดขอบ”

        การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จับมือ “ไทยรัฐกรุ๊ป” ต่อยอดแคมเปญ สุขทันที ที่เมืองน่าเที่ยว ด้วย “สุขทันที ที่เมืองน่าเที่ยว มุมใหม่” ภายใต้งาน “เชียงรายสายอาร์ตสุดขอบ”แสดงศักยภาพเมืองรอง ชูจุดเด่นเมืองแห่งศิลปะ งานศิลป์ และวัฒนธรรม เชิญชวนนักท่องเที่ยวแวะถ่ายรูปจุดเช็คอินใหม่ของจังหวัดเชียงราย กับภาพกราฟฟิตี้ ในชื่อ Concept : Chiang rai art in your eyes บริเวณถนนพ่อขุน เป็นอีก Must Seek in Chiang Rai


         นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วย นางสาวจิตสุภา วัชรพล ผู้บริหารไทยรัฐกรุ๊ป ร่วมแคมเปญ สุขทันที ที่เมืองน่าเที่ยว ด้วย “สุขทันที ที่เมืองน่าเที่ยว มุมใหม่” ภายใต้งาน “เชียงรายสายอาร์ตสุดขอบ” โดยมีนายราชัน มีน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายนนท์ถพัฒน์ ถะปฎิวงค์ ผู้อำนวยการกองสวัสดิการและสังคมเทศบาลนครเชียงราย และนายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย ให้เกียรติเข้าร่วมด้วย เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2567


          นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ ได้มีการสร้างแลนด์มาร์คใหม่บริเวณถนนพ่อขุน จังหวัดเชียงราย อยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองของเชียงรายที่มีคนมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในช่วงเทศกาลในแต่ละปี เป็นจุดถ่ายทอดมุมมองใหม่ผ่านความเป็นสตรีทอาร์ท ภายใต้คอนเซปต์ภาพกราฟฟิตี้ Chiang rai art in your eyes เรียกว่าเป็น Must Seek ใน 5 Must do in Chiang Rai นำเสนอภาพเด็กผู้หญิง เด็กผู้ชาย และดวงตา เสมือนนักท่องเที่ยว และภาพรถที่สื่อถึงการเดินทางท่องเที่ยวเชียงราย และในส่วนของแบคกราวน์ด้านหลังจะสื่อถึงสถานที่ท่องเที่ยว ของเชียงรายที่คนในยุคนี้รู้จักและยังนิยมมาท่องเที่ยว โดยมีตึกรามบ้านช่องที่มีลายกราฟฟิกตี้ เพื่อจะสื่อว่าเชียงรายไม่ว่าที่ไหนก็สามารถมีศิลปะความร่วมสมัยเก่าและยุคใหม่รวมกันทุกที่ของเมือง


       นอกเหนือจากนี้ ภายในงานได้นำเสนอเชียงรายในมุมมองใหม่ ที่มีมากกว่าแค่ธรรมชาติที่สวยงาม แต่ยังมีมิติใหม่ๆ สะท้อนความเป็นเมืองแห่งศิลปะร่วมสมัย และแหล่งรวมความคิดสร้างสรรค์ สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างภาพลักษณ์ที่หลากหลายตลอดระยะเวลาของการจัดงานจะมีกิจกรรมเชื่อมโยงผู้ประกอบการท้องถิ่น เช่น ตลาดงานฝีมือ ศิลปะชุมชน และคาเฟ่ รวมถึงส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่สะท้อนเอกลักษณ์เชียงราย รวมถึงการแสดงดนตรี และกิจกรรมเพ้นท์กระเป๋าผ้า เพื่อให้นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน สามารถลดขยะเพื่อให้เกิดความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย


        ด้าน นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเชียงราย ได้กล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยวออกมาเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ สัมผัส 5 Must do in Chiang Rai ได้แก่ 

1. Must Taste ได้แก่ น้ำเงี้ยวเชียงราย , ชา , กาแฟ , สัปปะรดนางแล , เกาเหลาเลือดหมูจิงจูฉ่าย

2. Must Try ได้แก่ Chiang Rai Road Classic , Mae Salong Trail , ดอยช้างเทรล , เชียงรายมาราธอน , เชียงของ อัลตร้า มาราธอน

3. Must Buy ได้แก่ เครื่องเคลือบเวียงกาหลง , ผ้าทอไทลื้อ , ผ้าทอตีนจกเชียงแสน , ชา , กาแฟ


4. Must Seek ได้แก่ วัดร่องขุน , อุทยานศิลปวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง , โบราณสถานเชียงแสน , โครงการพัฒนาดอยตุง , หอศิลป์ร่วมสมัยเมืองเชียงราย 

5. Must See ได้แก่ งาน 10 ชาติพันธุ์แม่สาย, โลชิงช้า บ่อฉ่องตุ๊ , จุลกฐิน วัดท่าข้ามดอนชัย ชุมชนไทลื้อ , เทศกาลชิมชา ซากุระงาม วัฒนธรรมเผ่าและกาแฟดอยแม่สลอง , งานสีสันดอยตุง 

#สุขทันทีที่เมืองน่าเที่ยวมุมใหม่

#Chiangraiartinyoureyes

#5MustDoinChiangrai

#ททท.เชียงราย

วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2567

อบจ. ภูเก็ต ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ยกระดับเตรียมแผนรับมือสถานการณ์ “โนโรไวรัส” ระบาด

อบจ. ภูเก็ต ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข
ยกระดับเตรียมแผนรับมือสถานการณ์ “โนโรไวรัส” ระบาด
      องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) พร้อมด้วยเครือข่ายด้านสุขภาพในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ร่วมขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมรับมือกับเชื้อ “โนโรไวรัส” สาเหตุของโรคทางเดินอาหารอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งกำลังมีการระบาดในหลายเมืองของประเทศจีน โดยร่วมกับกรมควบคุมโรค กระรวงสาธารณสุข โดยการจัดเตรียมแผนรับมือสถานการณ์ระบาดของโรคในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เนื่องจากโรคดังกล่าวยังไม่มีวัคซีนและยารักษาที่เฉพาะเจาะจง ทั้งนี้ ยืนยันความพร้อมในฐานะศูนย์กลางการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน พร้อมเดินหน้าให้ข้อมูลและสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง

 

      นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต มีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดที่อาจลุกลามและส่งผลกระทบรุนแรง หากไม่มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม ดังนั้น จึงได้ร่วมกรมควบคุมโรค โดย นายแพทย์วิชาญ บุญกิติกร ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค มาให้ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของโนโรไวรัสในประเทศจีน รวมถึงลักษณะของเชื้อและการแพร่กระจาย


 
        รวมทั้งการดำเนินมาตรการเชิงรุกของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ที่ได้วางมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันโรค และควบคุมการระบาดของโรคในพื้นที่ จึงได้เชิญภาคธุรกิจ และภาคประชาชนมารับทราบแนวทางมาตรการป้องกันและควบคุม เพื่อให้ภูเก็ตสามารถป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดหากพบมีการระบาดในพื้นที่ และพร้อมเป็นศูนย์กลางการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

 
         ทั้งนี้ นายเรวัต ได้มอบนโยบายเฝ้าระวังเชิงรุกแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความร่วมมือจากภาคธุรกิจโรงแรม และประชาชนในพื้นที่ กำชับให้สถานประกอบการต่างๆ สถานที่จำหน่ายอาหาร ทั้งร้านค้า แผงลอย ดูแลความสะอาดให้ปลอดภัยรวมถึงในแหล่งน้ำใช้ หากมีความจำเป็นที่จะต้องนำน้ำมาใช้ให้ ใส่คลอรีนก่อน อย่างไรก็ตาม สถานศึกษาให้เน้นมาตรการสุขาภิบาลอาหารในโรงเรียนอย่างเคร่งครัด ทำความสะอาดจุดเสี่ยงในโรงเรียน กำชับ รพ. ทุกแห่ง เตรียมยา เวชภัณฑ์ และเตียงให้พร้อมรองรับผู้ป่วยเพื่อให้จังหวัดภูเก็ตสามารถป้องกันและรับมือกับโรคระบาดที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2567

ก้าวข้ามความพิการ แสดงศักยภาพที่เหลืออยู่อย่างเต็มที่ เพื่อคว้า “โอกาส” ในชีวิต

ก้าวข้ามความพิการ แสดงศักยภาพที่เหลืออยู่อย่างเต็มที่ เพื่อคว้า “โอกาส” ในชีวิต

      คนพิการก็มีศักยภาพ และความมุ่งมั่นที่จะทำงานเช่นเดียวกับคนปกติ เพียงแต่สิ่งที่พวกเขาขาดคือพื้นที่แห่งโอกาสที่จะได้แสดงความสามารถ พวกเขาต้องการพึ่งพาตนเองได้ ต้องการศักดิ์ศรี มีงานทำเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ เมื่อองค์กรไหนให้โอกาสกับคนพิการ ก็จะพบว่าพวกเขาก็มีศักยภาพ ถึงแม้จะมีข้อจำกัดทางร่างกาย แต่พวกเขาล้วนแล้วแต่มีศักยภาพในตัวที่ไม่แพ้กับคนปกติ มีความสามารถ และทักษะการทำงานเฉพาะตัว มีจิตใจที่มุ่งมั่น เข้มแข็ง ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา สร้างประโยชน์ให้องค์กรได้ ไม่น้อยไปกว่าใคร เพราะพวกเขาเหล่านั้นเชื่อมั่นเสมอว่า ความสมบูรณ์แบบสร้างได้ที่ใจของตัวเอง

       นายธนวัฒน์ เกตุแก้ว คนพิการทางการได้ยิน เผยว่า กว่าจะได้เข้าทำงานในสถานประกอบการไม่ใช่เรื่องยากแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ความพยายามและต่อสู้ จุดเริ่มต้นของการเข้าทำงานที่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด เริ่มจากตอนนั้นเรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี และอยากที่จะทำงานให้ตรงกับสายงานที่เรียนมา จึงได้พยายามส่งจดหมายสมัครงานไปบริษัทต่างๆ โดยหวังว่าจะมีบริษัทไหนที่จะเปิดรับคนพิการบ้าง แต่ก็ไม่มีที่ไหนรับ จนต้องกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด จนมีเพื่อนแนะนำว่า ที่บริษัทฯ เปิดรับสมัครคนพิการ จึงมาสมัครและได้เข้าทำงานจนปัจจุบันทำงานเป็นเวลา 10 ปีแล้ว โดยปัจจุบันทำงานในฝ่ายบุคคล ทำหน้าที่ออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ เช่น รับสมัครงาน โดยได้ทำงานร่วมกับคนปกติใช้การสื่อสารโดยการเขียน ตอนที่เข้ามาทำงานใหม่ๆ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง แต่ก็จะมีเพื่อนร่วมงานที่เป็นคนปกติ สื่อสารด้วยการเขียนอาจจะมีผิดพลาดแต่เพื่อนร่วมงานก็เข้าใจ ทำให้การทำงานไม่มีปัญหา และสามารถอยู่ร่วมกับคนปกติได้อย่างมีความสุข

“ผมอยากบอกเพื่อนๆ คนพิการหูหนวก ใครที่มีปัญหาในการเขียน รู้สึกว่าสื่อสารไม่ได้ ไม่อยากให้ทุกคนท้อ ทุกคนต้องพยายาม เพราะการทำงานย่อมมีอุปสรรค ในสังคมคนทำงานเค้าจะให้โอกาส เราต้องพิสูจน์ตัวเองให้เพื่อนร่วมงานได้เห็นว่าเราสามารถทำงานได้ เราเกิดมาพิการหูหนวก เราไม่ได้ยินพูดไม่ได้ ไม่เป็นไรครับ แต่เรามีอาชีพมีงานทำ มีรายได้ดูแลตัวเองได้ ก็อยากให้ทุกคนสู้ๆ ครับ สำหรับคนพิการผมมองว่า กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จะให้ความช่วยเหลือคนพิการให้มีอาชีพที่มั่นคงและสามารถขอคำปรึกษาในเรื่องการทำงานได้อีกด้วย รวมถึงการประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆ ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีคนพิการอีกหลายๆ คนที่ยังไม่มีงานทำ ก็อยากให้คนพิการลองเข้าไปขอข้อมูลในเรื่องการทำงานได้ที่นี่เลยครับ สุดท้ายผมอยากจะขอบคุณทั้งกองทุนฯ และบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ ที่เปิดโอกาสให้ผมได้ทำงานที่ตรงกับสายอาชีพที่เรียนมาครับ”

       กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการจ้างงาน คนพิการ ให้คนพิการมีงานทำมีรายได้เพียงพอสำหรับการดำรงชีพ เพิ่มโอกาสให้คนพิการเข้าถึงการสร้างอาชีพ ลดภาระในสังคม สร้างอาชีพที่ยั่งยืนสู่คนพิการ ในการพัฒนาศักยภาพ และยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนพิการ 


 


เชิญร่วม“ฉลองคริสต์มาสและปีใหม่” ที่ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์

เชิญร่วม“ฉลองคริสต์มาสและปีใหม่” ที่ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์



        โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ เชิญร่วมฉลองคริสต์มาสอีฟ ค่ำวันที่ 24 ธันวาคม 2567 ด้วย บุฟเฟต์นานาชาติรวมซูชิพรีเมียมและซีฟู้ด  อาทิ หอยนางรม ไก่งวง ซุปเห็ดทรัฟเฟิล กุ้งหวาน ซูชิฟัวกราส์ วากิว คานิมิโซะ ฯลฯ รวมเครื่องดื่มน้ำอัดลม ผู้ใหญ่เพียงท่านละ 1,299 บาท เด็ก 650 บาท ระหว่างเวลา 18.00 – 22.00 น. ที่ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ โปรโมชั่นพิเศษ! รับส่วนลด 30% เมื่อสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์



       และร่วม “ฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่” ที่ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ ขอค่ำคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ที่ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ อิ่มอร่อยกับบุฟเฟต์นานาชาติรวมซูชิพรีเมียมและซีฟู้ด ที่ได้คัดสรรเมนูเพื่อมื้อค่ำสุดหรูของคุณ อาทิ ขาปูอลาสกา กั้งกระดาน หอยนางรม ฟัวกราส์ วากิว ฯลฯ พร้อมเครื่องดื่มพิเศษให้เลือก 1 แก้วและน้ำอัดลมไม่อั้น เพลิดเพลินกับวงดนตรีเล่นสด เสริมบรรยากาศสนุกสุขสันต์ให้ทุกท่านได้ประทับใจ  แล้วลุ้นรับรางวัลมากมาย ผู้ใหญ่ท่านละ 2,568 บาท เด็ก 1,284 บาท ช่วงนับเวลาถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ รับปาร์ตี้เซทและเครื่องดื่มพิเศษท่านละ 1 แก้ว โปรโมชั่นพิเศษ! รับส่วนลด 30% เมื่อสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์



***Early Bird จองและชำระก่อนภายในวันที่ 24 ธันวาคม 2567 ผู้ใหญ่เหลือเพียงท่านละ 2,025 บาท เด็ก 1,012 บาทเท่านั้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2276-4567 หรือไลน์ @theemeraldhotel และwww.facebook.com/theemeraldcoffeeshop


วันอังคารที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2567

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร 4 จังหวัด มอบรถเข็นวีลแชร์พร้อมค่าพาหนะแก่ผู้พิการด้อยโอกาสในส่วนภูมิภาค

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร 4 จังหวัด มอบรถเข็นวีลแชร์พร้อมค่าพาหนะแก่ผู้พิการด้อยโอกาสในส่วนภูมิภาค 

จังหวัดสระแก้ว อุตรดิตถ์ ชุมพร และนครศรีธรรมราช 

พร้อมมอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์

        ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 7 ธันวาคม 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า  ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วย นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นำทีมลงพื้นที่มอบรถเข็นวีลแชร์พร้อมค่าพาหนะ คนละ 500 บาท แก่ผู้พิการด้อยโอกาสในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสระแก้ว อุตรดิตถ์ ชุมพร และนครศรีธรรมราช รวมจำนวน 400 คัน ใน โครงการ ป่อเต็กตึ๊ง สงเคราะห์สังคม รวมมูลค่าเป็นเงินทั้งสิ้น 1,160,000 บาท เพื่อบรรเทาความยากลำบากในการดำรงชีวิต และเพื่อให้ผู้พิการสามารถช่วยเหลือตนเองได้


         และในโอกาสเดียวกันนี้ ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ มูลนิธิฯ  ยังได้มอบจักรยานใน “โครงการ จักรยานเพื่อน้องสัญจร” ให้กับโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ รวม 5 แห่ง รวมจักรยานจำนวน 100 คัน อุปกรณ์กีฬา จำนวน 5 ชุด หน้ากากอนามัย 2,500 ชิ้น พร้อมค่าพาหนะโรงเรียนละ 2,000 บาท  คิดเป็นมูลค่า 165,950 บาท  เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักเรียนที่ประสบปัญหาการเดินทางมาโรงเรียน แบ่งเบาภาระผู้ปกครอง เสริมสร้างให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย เรียนรู้กฎจราจร การแบ่งปัน และการดูแลสาธารณสมบัติร่วมกัน รวมมูลค่าการดำเนินงานทั้งสองโครงการในครั้งนี้ทั้งสิ้น 1,325,950 บาท (หนึ่งล้านสามแสนสองหมื่นห้าพันเก้าร้อยห้าสิบบาทถ้วน) โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย มูลนิธิฯ / สมาคมจีนประจำจังหวัดต่างๆ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี  รวมทั้ง ประชาชน เยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นผู้รับมอบ

           ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

            ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และเฟซบุ๊ก แฟนเพจ  www.facebook.com/atpohtecktung

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2567

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เชิญเที่ยวงาน "Andaman Tourism Networking 2024: Happening Andaman" ณ สวนสาธารณะปลายแหลมสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เชิญเที่ยวงาน 

"Andaman Tourism Networking 2024: Happening Andaman" 

ณ สวนสาธารณะปลายแหลมสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต

      สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับ 6 จังหวัดในเขตอันดามัน ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง ตรัง และสตูล พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมกันจัดงาน "Andaman Tourism Networking 2024: Happening Andaman" ระหว่างวันที่ 6-8 ธันวาคม 2567 ณ สวนสาธารณะปลายแหลมสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต

      คุณวิรินทร์ตรา ปภากิจยศพัฒน์  รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คลัสเตอร์อันดามัน และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดงาน "Andaman Tourism Networking 2024: Happening Andaman" ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดท่องเที่ยวในเขตอันดามัน ภายใต้วิสัยทัศน์ของเทรนด์การท่องเที่ยว 5M (5 Must do Thailand Tourism) นำเสนอสินค้าและบริการที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดท่องเที่ยวในเขตอันดามัน ที่แสดงถึง 5M อันได้แก่ Must Taste (สิ่งที่ต้องชิม), Must Try (สิ่งที่ต้องลองทำ), Must Buy(สิ่งที่ต้องซื้อ), Must Seek (สิ่งที่ต้องแสวงหา), และ Must See (สิ่งที่ต้องชม) ตอกย้ำความเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายด้านศิลปวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร ดนตรี ภาพยนตร์ แฟชั่น กีฬา ศิลปะ และความยั่งยืนของอันดามัน และเพื่อเป็นการขยายตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ให้ท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวในเขตอันดามันมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของการท่องเที่ยว ศิลปะ และวัฒนธรรมจังหวัดท่องเที่ยวในเขตอันดามัน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่

        และมีเป้าหมาย เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดท่องเที่ยวในเขตอันดามัน ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง ตรัง สตูล สร้างความเชื่อมั่นและสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว ด้วยการนำเสนอสินค้าและบริการที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดท่องเที่ยวในเขตอันดามัน อีกทั้งยังเป็นการนำเสนอการท่องเที่ยวเมืองรองให้เป็นที่รู้จัก

       โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 20,000 คน จนเกิดการกระจายรายได้ในพื้นที่และชุมชน จนนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจของอันดามัน ซึ่งรายได้จากการร่วมเจรจาการค้า และเยี่ยมชมการจัดนิทรรศการ จะมีรายได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท รายได้จากการเจรจาการค้าในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท รวมถึงเกิดการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่อันดามัน และเขตอื่นๆ รวม 13 เขตพื้นที่ และ13 สาขาวิชาชีพ โดยสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอันดามัน จะสร้างมูลค่าไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงกระตุ้นและความประทับใจแก่สมาชิกสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ที่มาร่วมงานของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอันดามัน ภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง ตรัง และสตูล

       นอกจากนี้ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวพื้นที่อันดามัน ยังจัดให้มีกิจกรรม หลักๆ อีก 2 กิจกรรม อันได้แก่

        งาน "Andaman Tourism Business Matching Event" ในวันที่ 7 ธันวาคม 2567 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเพิร์ล ภูเก็ต (TBC)  โดยจัดสัมมนาในรูปแบบ Thearter 200 ท่าน งานนี้จัดขึ้นโดยสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับ 6 จังหวัดในเขตอันดามัน พร้อมด้วยหน่วยวยงานภาครัฐและเอกชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงระหว่างนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยจัดให้มีการแสดงผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคอันดามัน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่

       และ ทริปทัวร์ Andaman Tourism Networking 2024: Happening Andaman โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สมาชิกสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่อันดามัน เป็นทริป 3 วัน 2 คืน ซึ่งจะนำเสนอประสบการณ์ตามแนวคิด 5 Must to do เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชนในภูมิภาค

       สำหรับกิจกรรมในงาน "Andaman Tourism Networking 2024: Happening Andaman" มีหลากหลายกิจกรรมให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้งผลิตภัณฑ์ชุมชน ผ้าบาติก และ สินค้าท้องถิ่น พบกับศิลปินรับเชิญ การแสดงศิลปะวัฒนธรรม สนุกสนานกับฟรีคอนเสิรต์จากศิลปินรับเชิญ และการแสดงอื่นๆ อีกมากมาย อิ่มอร่อยกับอาหารท้องถิ่นอันดามัน และ อาหารนานาชาติ Foodtruck ในบรรยากาศริมทะเล ปลายแหลมสะพานหิน และที่พิเศษสุดก็คือ โปรโมชั่นจากบริษัทนำเที่ยว โรงแรม และร้านอาหารท้องถิ่นมากมาย จาก 6 จังหวัดอันดามัน (เฉพาะภายในงานเท่านั้น)

          นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดให้มีการลดการใช้พลาสติกสำหรับภาชนะ ขวดน้ำพลาสติก หลอด ถุง จาน ช้อนส้อม รวมไปถึงมีจุดแยกขยะอย่างชัดเจน เพื่อส่งเสริมการแยกขยะเพื่อนำไปรีไซเคิลให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยร่วมมือกับทางเทศบาลนครภูเก็ตและผู้ประกอบการ กับการจัดการขยะและของเสียภายในงานให้ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและพื้นที่จัดงานน้อยที่สุด

*** หากมีการนำขวดน้ำและถุงผ้ามาร่วมงาน จะได้รับส่วนลด หรือโปรโมชั่นพิเศษจากร้านค้าร่วมรายการ

พิธีเททองหล่อหลวงพ่อพระนาคปรก ประดิษฐาน ณ พระอุโบสถวัดมัชฌิมาวาส

พิธีเททองหล่อหลวงพ่อพระนาคปรก ประดิษฐาน ณ พระอุโบสถวัดมัชฌิมาวาส

      นายเรืองไชย สุขเกษม (อาจารย์อ๊อด) ประธานจัดงานและดำเนินการสร้างหลวงพ่อพระนาคปรกจำลอง หน้าตัก ๓๔  นิ้ว เพื่อประดิษฐานในพระอุโบสถ ณ วัดมัชฌิมาวาส พระอารามหลวง ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี วันอาทิตย์ที่ ๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗

      พิธีเททองหล่อหลวงพ่อพระนาคปรก เริ่มจากพิธีบวงสรวงเทพเทวดา บุรพาจารย์วัดมัชฌิมาวาส โดยมี ดร.หม่อมหลวงสราลี กิติยากร และคณวุฒิศักดิ์ รัตนสุวรรณ์ ที่ปรึกษา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้เกียรติเป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย

        จากนั้น พระพรหมวัชรคุณาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี ประธานฝ่ายสงฆ์ เริ่มประกอบพิธีเททองหลวงพ่อพระนาคปรกจำลอง พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา โดยมี นายเรืองไชย สุขเกษม (อาจารย์อ๊อด) ประธานจัดงาน ดร.หม่อมหลวงสราลี กิติยากร และคุณวุฒิศักดิ์ รัตนสุวรรณ์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และนางนงลักษณ์ ซุ้นหั้ว นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี ข้าราชการ คหบดี ลูกศิษย์ อาจารย์อ๊อด พร้อมแขกผู้มีเกียรติจำนวนมาก เข้าร่วมในพิธี ณ พระอุโบสถ วัดมัชฌิมาวาส พระอารามหลวง ในการนี้ ดร.หม่อมหลวงสราลี กิติยากร และคณวุฒิศักดิ์ รัตนสวรรณที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ถอดแหวนทองที่นิ้วคนละวงร่วมหล่อพระนาคปรกจำลอง พร้อมทั้งมอบเงินจำนวนหนึ่งสมทบด้วย


       หลังเสร็จพิธีเททองหลวงพ่อพระนาคปรกจำลอง นายเรืองไชย สุขเกษม (อาจารย์อ้อด) ถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระพรหมวัชรคุณาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี ประธานฝ่ายสงฆ์ ดร.หม่อมหลวงสราลี กิติยากร และคณวุฒิศักดิ์ รัตนสุวรรณ์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ในพิธี


           ปิดท้ายด้วย ดร.หม่อมหลวงสราลี กิติยากร และคณวุฒิศักดิ์ รัตนสุวรรณ์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ร่วมกรวดน้ำรับพร และถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ เป็นอันเสร็จพิธี

     

จุฬาฯ​ เปิดพื้นที่สยาม จัดงาน “จุฬาฯ ห่วงใย แรงงานไทยแข็งแรง” ปีที่ 2​

จุฬาฯ​ เปิดพื้นที่สยาม จัดงาน “จุฬาฯ ห่วงใย แรงงานไทยแข็งแรง” ปีที่ 2​  รวมพลังเพื่อแรงงานไทยอย่างยิ่งใหญ่ ชูโมเดลเชื่อมโยงพลังคนอุดมศึกษา-แ...