วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2567

ททท.เชียงราย ชวนเที่ยวทุ่งดอกบัวตอง (Mexican Sunflowers) บ้านหัวแม่คำ

ททท.เชียงราย ชวนเที่ยวทุ่งดอกบัวตอง (Mexican Sunflowers) 

บ้านหัวแม่คำ  อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ต้นเดือนพฤศจิกายน 2567 นี้


      นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการการท้องเที่ยวแห่งประเาย กล่าวทุ่งบัวตองไม่ใช่จะมีแต่จังหวัดแม่ฮ่องอนเท่านั้น ที่จังหวัดเชียงรายก็มีเหมือนกันที่บ้านหัวแม่คำ ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ต้นเดือนพฤศจิกายน 2567


     ทุ่งดอกบัวตอง (Mexican Sunflowers) บ้านหัวแม่คำ ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย อยู่บนดอยที่มีความสูงกว่า 1,850 เมตรจากระดับน้ำทะเล และจะบานเต็มที่กลางเดือนพฤศจิกายนไปถึงต้นเดือนธันวาคมนี้


      โดยจะมีพิธีเปิดงาน "ดอกบัวตองบานบนดอยหัวแม่คำ" ในวันที่ 16-17 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งพี่น้องชนเผ่าทั้ง อาข่า ลาหู่ ม้ง จีนยูนนาน แทบทุกคนเขาจะแต่งชุดชาติพันธุ์มาประชันกันในงาน เรียกได้ว่า "สวยทั้งดอกบัวตอง สวยทั้งชุดชาติพันธุ์" ส่วนอากาศนั้นไม่ต้องห่วง ถ้าข้างล่างหนาวเล็กน้อย บนดอยหัวแม่คำก็หนาวถึงหนาวมากแน่ๆ


      ททท.เชียงราย จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว เที่ยวทุ่งดอกบัวตอง (Mexican Sunflowers) บ้านหัวแม่คำ ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย รับรองว่าสวยไม่แพ้ทุ่งบัวตองทึ่แม่ฮ่องสอนแน่นอน

     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย โทร. 53744674, 53744675, 53717433 แฟกซ์ 53717434 อีเมล์: tatchrai@tat.or.th

#ททท.เชียงราย #amazingthailand # การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย



วันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2567

"สวพส. หนุนชุมชนบ้านปางมะกล้วย” เข้าร่วมโครงการคาร์บอนเครดิ

"สวพส. หนุนชุมชนบ้านปางมะกล้วย” เข้าร่วมโครงการคาร์บอนเครดิต 

เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมบนพื้นที่สูง

      ชุมชนบ้านปางมะกล้วย หมู่ที่ 2 ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ มีประชากร 364 ครัวเรือน 836 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยพื้นเมืองและชนเผ่ากระเหรี่ยง พื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่แตง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ลา-แม่แสะ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 16,087 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัย 274 ไร่ พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 8,719 ไร่ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขา มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์และเป็นป่าต้นน้ำ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 800-1,300 เมตร


      ชุมชนบ้านปางมะกล้วย ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม การปลูกชาเมี่ยง หรือชาอัสสัม โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้เข้าไปขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนบนฐานสังคม เศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี 2556 ให้คนอยู่ร่วมกับป่า เสริมภูมิปัญญาและพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืน ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เหมาะสมมาใช้ในการส่งเสริมและต่อยอดภูมิปัญญา การปลูกพืชเดิมร่วมกับพืชอื่นภายใต้ระบบอนุรักษ์ โดยไม่บุกรุกป่าหรือตัดทำลาย รวมทั้งการเพิ่มมูลค่าของพืชเดิมและจากความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งพันธุ์พืช ผึ้ง และเห็ดท้องถิ่น ซึ่งผลสัมฤทธิ์จากการพัฒนาและการทำงานแบบมีส่วนร่วม ส่งผลให้ชุมชนมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงจากการเกื้อกูลป่า ชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ และพร้อมใจกันดูแลรักษาและบริหารจัดการป่าไม้ในพื้นที่อย่างยั่งยืน


       นายศุภกฤต วรนันสิทธิ์ หัวหน้าศูนย์โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงป่าแป๋ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง หรือ สวพส. กล่าวว่า แนวทางการพัฒนาชุมชนบ้านปางมะกล้วย ตำบลป่าแป๋ โดยสวพส. มีการส่งเสริมให้มีการทำเกษตรอินทรีย์ และใช้พลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ มีการปลูกป่าและการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่า ซึ่งปัจจุบันถือว่าประสบความสำเร็จเพราะพื้นที่ปลอดการเผา 100% และเป็นกิจกรรมที่คนในชุมชนทำมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันชุมชนมีความพร้อมในเข้าร่วมโครงการ T-VER โดยการดำเนินงานของกรมป่าไม้และ สวพส. ภายใต้โครงการร่วม ซึ่งอาศัยมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 เพื่อดำเนินงานโครงการฯ ให้เป็นไปตามแนวทางการควบคุม ป้องกัน ดูแล และบำรุงป่าสงวนแห่งชาติ ช่วยเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บหรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่า ตลอดจนการสร้างผลตอบแทนและแรงจูงใจจากการดูแลรักษาป่า และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนให้มีกลไกการทำงานที่เข้มแข็งในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้“คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างสมดุลและยั่งยืน”


    สำหรับพืชท้องถิ่น ทั้งพืชอาหารและพืชสมุนไพร ได้มีการยกระดับจากพืชป่ามาเป็นพืชปลูก สร้างรายได้จากฐานความหลากหลายทางชีวภาพของชุมชน อาทิ รางจืด ตีนฮุ้งดอย หวายฝาด กาแฟ ชาอัสสัม มะแขว่น ลิงลาว เชียงดา ข่าแกง ต๋าว และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพเสริมในระบบ โดยใช้องค์ความรู้จากงานวิจัย รวมทั้งยกระดับตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่กระบวนการปลูก การจัดการ การแปรูป และการตลาด เช่น ชาอินทรีย์ ผลิตภัณฑ์ชาอัสสัม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ชาอัสสัมถือว่าประสบความสำเร็จทางการตลาดอย่างมาก มีการส่งออกไปขายต่างประเทศ ทั้งในสหรัฐอเมริกา และในยุโรป เช่น โปรแลนด์ สาธารณรัฐเช็ก และยังมีจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในชุมชน นอกจากนี้ยังส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ในรูปแบบโรงเรือน และการปลูกไม้ดอก ที่ใช้พื้นที่น้อย แต่ให้ผลตอบแทนสูง เพื่อเป็นรายได้ให้กับผู้สูงอายุในชุมชนอีกด้วย


      การพัฒนาพื้นที่บ้านปางมะกล้วยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่ป่าไม้เพิ่มขึ้น ระบบนิเวศป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพได้รับการฟื้นฟู สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร รวมถึงชุมชนมีความเข้มแข็ง เกิดการทำงานอย่างมีส่วนร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับชุมชนในการพัฒนาป่าไม้ให้เกิดประโยชน์ในทุก ชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน สร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่เรียนจบการศึกษาในเมืองตัดสินใจกลับถิ่นฐานมาทำงานในหมู่บ้าน โดยยึดผู้นำชุมชนเป็นต้นแบบของการเป็นผู้รักษาที่มีรายได้ มีการฝึกอบรมทักษะอาชีพเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้ง ยังมีการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ได้โอกาสไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ เพราะมองว่าเทคโนโลยีดิจิทัลในปัจจุบัน ยังเอื้ออำนวยความสะดวกและสามารถขยายช่องทางการตลาด โดยเฉพาะช่องทางตลาดออนไลน์ได้ รวมถึงการมีกิจการในชุมชนเป็นของตัวเอง เช่น ร้านกาแฟ เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งเป็นเป้าหมายของคนรุ่นใหม่ที่อยากจะกลับบ้านเกิด ปัจจุบันชุมชนบ้านปางมะกล้วยมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยครัวเรือนละ 130,000/ ปี  


วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2567

องคมนตรี เป็นประธานมอบรางวัล "วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก"

 องคมนตรี เป็นประธานมอบรางวัล 

"วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก"

งานสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรรม ครั้งที่ ๓๖


        วัน "หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร" จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาเสด็จฯ เป็นไปประธานเปิดงานที่หอประชุมบ้านมนังคศิลา เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งเป็นวันที่หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ถึงแก่อนิจกรรม จัดโดยองค์การกุศลต่างๆ ที่หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตรมีส่วนเกี่ยวข้องประมาณ ๔๕ หน่วยงาน



         งาน "วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก" งานสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม จัดเพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีและเผยแพร่เกียรติคุณของหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก และมอบรางวัล "หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก" ให้แก่บุคคลผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อเยาวชน สังคม ประเทศชาติโดยรวม  ซึ่งเป็นการดำเนินรอยตามจริยปฏิบัติและคุณธรรมสำคัญข้อหนึ่งของ "หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร" ที่ตลอดชีวิตท่านมีแต่การให้ คือให้ความเมตตา ให้โอกาส ให้เกียรติยกย่อง ให้กำลังใจส่งเสริมสนับสนุนเพื่อนร่วมงาน ผู้น้อย และผู้ใต้บังคับบัญชา


      สำหรับการจัดงาน "วันหม่อมงามจิตด์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก" งานสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรรม ปี ๒๕๖๗ นี้ เป็นการจัดงานครั้งที่ ๓๖ โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานเปิดงานและมอบรางวัล "หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก" สร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ประจำปี ๒๕๖๗ โดยมี คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระราชาชูปถัมภ์ฯ นางอารยา อรุณสวัสดิ์ รองประธานมูลนิธิฯ และประธานโครงการยกย่องเกียรติคุณคพิการดีเด่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้ช่วยศาสดาจารย์ ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข รองประธานมูลนิธิฯ คณะกรรมการมูลนิธิฯ คุณอัจฉรพรรณ คณาธนะวนิชย์ บริษัท แหลมทองสหการ ดร.พรชัย มงคลวนิช อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม คุณจันทรา อินทรทูต รองประธานกรรมการมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถ้มภ์ และแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๗



         โดยภายในงาน พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานเปิดงานและมอบรางวัล "หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก" สร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ประจำปี ๒๕๖๗ ให้แก่ประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำจังหวัด (ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด) ของมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์, อาจารย์ระดับอุดมศึกษาผู้ทรงคุณธรรม มีผลงานดีเด่นในการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมของนิสิตนักศึกษาระดับอุดมศึกษา,



ครูในกรุงเทพฯ ผู้รับผิดชอบงานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์ ผู้มีผลงานดีเด่นในการบำเพ็ญประโยชน์ดีเด่นแก่ประชาชนและสังคม (ตำรวจจราจรดีเด่น พนักงานกวาดถนนดีเด่น พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง บขส. ดีเด่น ผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดีเด่น พลเมืองดี และจิตอาสาดีเด่น), คนพิการดีเด่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิต, หมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่นและผู้นำหมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น

      นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์หัตถกรรมทึ่ได้รับรางวัลในปีนี้ (ทุกภาค) และสินค้าผลิตภัณฑ์คนพิการอีกด้วย


วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2567

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สร้างชีวิต อย่างยั่งยืน มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรีแก่ชาวนครพนม

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สร้างชีวิต อย่างยั่งยืน มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน 

พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรีแก่ชาวนครพนม


      มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ พร้อมด้วย นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ร่วมในพิธีมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดนครพนม (จังหวัดที่ 14 ของทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จำนวน 25 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 612,689 บาท (หกแสนหนึ่งหมื่นสองพันหกร้อยแปดสิบเก้าบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน กิจกรรมนันทนาการ ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยมี นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ ปลัดจังหวัดนครพนม นายสุรพล แก้วอินธิ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชนเป็นประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วย คณะสมาคมพ่อค้าจังหวัดนครพนม เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี และอาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายศรสุทธา กลั่นมาลี (ถั่วแระ เชิญยิ้ม) นายธนกฤต พรามเย็น (ศรีหลอด เชิญยิ้ม) ร่วมในพิธี และสร้างสีสันภายในงาน ณ บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองนครพนม อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เมื่อวันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2567


     โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยในกลุ่มเป้าหมายแรกดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ต่อมได้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ซึ่งได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในขณะได้พิจารณาพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 20 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา อุดรธานี มุกดาหาร หนองบัวลำภู บึงกาฬ ยโสธร ศรีสะเกษ มหาสารคาม ขอนแก่น อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ สกลนคร เลย หนองคาย และ นครพนม


       ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ  www.facebook.com/pohtecktungofficial

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2567

CP LAND X พันธมิตร เสริมคุณภาพเพื่อทุกชีวิต ส่งต่อความสุขเดินทางได้ “Solar Cell for Life” ปีที่ 2

CP LAND X พันธมิตร เสริมคุณภาพเพื่อทุกชีวิต

ส่งต่อความสุขเดินทางได้ 

“Solar Cell for Life” ปีที่ 2

ให้ชุมชนห่างไกล อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น 

         บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย เดินหน้าพร้อมพันธมิตร และ พี่น้องประชาชนชาวดงลาน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยหน่วยงานจากภาครัฐ อาทิ องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น องค์การบริหารส่วนตำบลดงลาน สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น บริษัท นิสสัน เคเคที จำกัด และ ภาคเอกชน ประกอบด้วย สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยจังหวัดขอนแก่น บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟโคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด หอการค้าจังหวัดขอนแก่น บริษัท ซีพีแรม จำกัด หจก. พีซี. คอนสตรัคชั่น แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง บริษัท ที เอ็ม ที เอ็น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด บริษัท ขอนแก่น บริวเวอรี่ จำกัด บริษัท พรพิวัฒน์ยานยนต์ ขอนแก่น จำกัด บริษัท ฟู๊ด ฟาสต์ ฟิน จำกัด บริษัท ดงลานศิลา จำกัด บริษัท ต.พีระกฤษ จำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไทยรัฐยางยนต์ บริษัท 22 คอนซัลแต้นท์ แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ศูนย์เชี่ยวชาญด้านธุรกิจอีเว้นท์และอุตสาหกรรมบริการแบบครบวงจร (CEMBEI) มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ อินฟลูเอนเซอร์จากเพจ Photogangs ร่วมผนึกกำลังสานต่อ โครงการ Solar Cell for Life ความสุขเดินทางได้ ปีที่ 2 ที่ ตำบลดงลาน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2567


       โครงการ Solar Cell for Life ความสุขเดินทางได้ เป็นโครงการที่ส่งมอบแสงสว่างจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความปลอดภัยให้แก่ชุมชนในพื้นที่ห่างไกลและขาดแคลนไฟฟ้า ต่อเนื่องจากปี 2566 ที่ได้ทาง CP LAND ได้ริเริ่มโครงการที่ อำเภอคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อมาที่อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก และดำเนินการอย่างต่อเนื่องที่ ตำบลดงลาน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น โดยมอบเสาไฟโซลาร์เซลล์บริเวณถนน จำนวน 60 ต้น ระยะทางทั้งหมด 2 กิโลเมตร และโคมไฟโซลาร์เซลล์บริเวณลานกีฬาของชุมชน จำนวน 20 ต้น มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการการตอบแทนสังคม (Social Contribution) ของ CP LAND ภายใต้ปรัชญาพื้นฐาน “คุณภาพเพื่อทุกชีวิต” หรือ “Accessible Communities for Life” ของ CP LAND ที่ต้องการส่งมอบความสุขให้แก่ชุมชนที่ห่างไกล “แม้ในพื้นที่ ที่ห่างไกล ความสุขก็จะไปเป็นแสงสว่าง” ซึ่งจะมีการศึกษาการต่อยอดและพัฒนาโครงการดังกล่าวต่อไปและพร้อมเปิดรับพันธมิตรที่ต้องการขยายความร่วมมือเพื่อไปดำเนินการในพื้นที่อื่นๆ ในอนาคต


       นายกนธีร์ ติรวิภาส หัวหน้าโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND เปิดเผยว่า โครงการ Solar Cell For Life ความสุขเดินทางได้ ปีที่ 2 ในครั้งนี้ถือเป็นความภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ทาง CP LAND ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งการมอบความสุขให้แก่ชุมชนอีกครั้ง ตามนโยบายเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ดำเนินธุรกิจ ภายใต้ยุทธศาสตร์ความยั่งยืนควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าร่วมกันกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้ยุทธศาสตร์ 3 ด้านหลัก  (Heart) ด้วยใจที่ยั่งยืน  (Health) สร้างสังคม (Home) เพื่อสิ่งแวดล้อม ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) ทั้ง 5 เป้าหมาย ด้วยการมอบแสงสว่างจากพลังงานสะอาด ที่เป็นหนึ่งในการยกระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ดังกล่าว ของ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ที่ขาดแคลนไฟฟ้าในบางพื้นที่ การมอบเสาไฟโซลาร์เซลล์ ในครั้งนี้จึงถือเป็นการส่งต่อความสุขอย่างยั่งยืน ที่จะช่วยให้ชุมชนสามารถมีชีวิตที่ดีและปลอดภัยขึ้นได้  อีกทั้งยังได้การช่วยเหลือจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ สนับสนุนทั้งแรงกายและเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆในการติดตั้ง  ถือว่าเป็นการร่วมแรงร่วมใจ ตอบแทนสังคมกันอย่างแท้จริง


       นายอภิชาติ สินธุมา ผู้อำนวยการบริหารกลุ่มธุรกิจภูมิภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน)  หรือ CP LAND กล่าวว่า การติดตั้งระบบเสาไฟโซลาร์เซลล์ในครั้งนี้ ร่วมกันติดตั้งระบบเสาไฟโซลาร์เซลล์ เป็นปีที่ 2 ที่ทาง CP LAND ได้เป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนสังคม ถือเป็นความสุขจากทั้งผู้ให้ส่งต่อไปยังประชาชนผู้รับในพื้นที่ จากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมสนับสนุน ที่มาร่วมแรงร่วมใจกันติดตั้งระบบเสาไฟโซลาร์เซลล์ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุในการเดินทางสัญจร ช่วยให้เกิดความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการช่วยการกระตุ้นการท่องเที่ยววิถีชุมชนอีกด้วย


       นายภพพล เกษมสันต์ ณ อยุธยา ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า สีชมพูคืออำเภอห่างไกลสุดขอบของจังหวัดขอนแก่น ดีใจอย่างมากที่ทาง CP LAND นำโครงการดีๆแบบนี้มาช่วยพัฒนา ความตั้งใจของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่นคือ การทำเส้นทางท่องเที่ยว อำเภอสีชมพู แบบท่องเที่ยวยั่งยืน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งธรรมชาติของสีชมพู สวยงามทำได้ เชื่อมโยงเส้นทางต่อมาจากอำเภอภูผาม่านซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวอยู่แล้ว เรามาช่วยกันพัฒนาชีวิต ความเป็นอยู่ เพิ่มรายได้ของชาวบ้าน โดยมีกิจกรรมดีๆแบบนี้เป็นตัวนำ และทางเรานำกิจกรรมต่างๆมาเสริมกัน ประชาสัมพันธ์ และเดินหน้ากันต่อไป


       นายปริญ นาชัยสิทธิ์ รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวว่า โครงการ “Solar Cell for Life ความสุขเดินทางได้” เป็นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างผลกระทบที่เป็นบวกต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม ในนามของมหาวิทยาลัยฯ มีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการฯ คณาจารย์และนักศึกษามีส่วนร่วมในการติดตั้งและวางระบบเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของพลังงานสะอาดและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


      นายธัชพล สิงห์นอก กรรมการผู้จัดการ บริษัท 22 คอนซัลแต้นท์ แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้มาร่วมงาน Solar Cell for Life ความสุขเดินทางได้ ปีที่ 2 ภายใต้การนำของบริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) มีพันธมิตรและหน่วยงานราชการต่างๆ มีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้และได้ร่วมส่งมอบเสาไฟโซลาร์เซลล์ เพื่อให้ประชาชน ตำบลดงลาน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ได้ประโยชน์ในการเดินทางสัญจรต่างๆ และถ้ามีกิจกรรมดีๆ แบบนี้อีกบริษัทพร้อมจะสนับสนุนโครงการต่อไป


       นายวัชระ ศิริฤทธิชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟโคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Nippon Paint กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่สีของ Nippon Paint ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Solar Cell for Life “ความสุขเดินทางได้” ปีที่ 2 นี้อย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อมั่นว่าโครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ทางกายแล้ว ยังมีส่วนช่วยเพิ่มพูนความสุขทางใจได้อย่างดีแน่นอน  รวมถึงความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้งานถนนและสนามกีฬาของชุมชนอีกด้วย อีกทั้งอาจก่อเกิดการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นในชุมชน ช่วยสร้างรายได้ในชุมชน นับเป็นการสร้างสรรค์สังคมยั่งยืนที่ให้ประโยชน์อย่างแท้จริง นอกจากนี้หลักการของโครงการฯยังสอดคล้องกับหนึ่งในกลยุทธ์การดำเนินงานของ Nippon Paint ในด้านการลดการใช้พลังงาน เพื่อมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำด้วยเช่นกัน

 #CPLAND #ซีพีแลนด์ #CPLANDคุณภาพทุกชีวิต #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #ความสุขเดินทางได้ #โซลาร์เซลล์ #AccessibleCommunitiesforLife #แม้ในพื้นที่ที่ห่างไกลความสุขก็จะไปเป็นแสงสว่าง #SolarCellForLife #SolarCell #ขอนแก่น #เที่ยววิถีสีชมพู

 

 

 

 

 



มาม่วนซื่นโฮแซวกับ คอนเสิร์ต "อีสานมาหานครอีสานแคมป์ซิ่ง" คอนเสิร์ตหมอลำปะทะลูกทุ่งอินดี้

มาม่วนซื่นโฮแซวกับ คอนเสิร์ต 

"อีสานมาหานครอีสานแคมป์ซิ่ง"

คอนเสิร์ตหมอลำปะทะลูกทุ่งอินดี้ 

ส่งต่อวัฒนธรรมสู่ SoftPower

     บริษัท บรรไดร์ บาร์ จำกัด ร่วมกับบริษัท เจพี วัน คอนซัลแทนท์ จำกัด และบริษัท ทรี พลัส พลัส จำกัด เตรียมจัดคอนเสิร์ต “หมอลำ ปะทะ ลูกทุ่ง อินดี้” กับ “อีสานมาหานครอีสานแคมป์ซิ่ง” เทศกาลดนตรีและแคมป์ปิ้งสุดม่วนท่วงทำนองอีสาน เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมเพลงหมอลำ-ลูกทุ่งให้คงอยู่ และการสืบสานวัฒนธรรมผ่านบทเพลง ซึ่งในปัจจุบันทั้งเพลงหมอลำและลูกทุ่งไทยยังคงรักษาความนิยมไว้ได้อย่างดี ด้วยการปรับตัวที่ชาญฉลาดและกล้าหาญ วงการเพลงหมอลำและลูกทุ่งได้มีการปรับตัวก้าวสู่ยุคสมัยใหม่โดยไม่สูญเสียตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์ การผสมผสานระหว่างดนตรีพื้นบ้านกับแนวเพลงสมัยใหม่ไม่เพียงแต่ทำให้เพลงหมอลำหรือเพลงลูกทุ่งไทยยังคงความสดใหม่ แต่ยังสร้างสรรค์เสียงดนตรีที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม และที่สำคัญคือการพยายามการสร้างมูลค่าจากการส่งต่อวัฒนธรรมสู่ SoftPower ให้กระแสเพลงหมอลำและเพลงลูกทุ่งฟื้นคืนชีพในกลุ่มคนรุ่นใหม่

       คอนเสิร์ตหมอลำปะทะลูกทุ่งอินดี้ "อีสานมาหานครอีสานแคมป์ซิ่ง" จัดจัดใหญ่จัดเต็มตลอด 2 วัน 2 เวที ต้อนรับลมหนาวในวันที่ 13-14 ธันวาคม 2567 ณ ลานรังสิตเฟส รังสิตคลอง 6 โดยสุดยอดศิลปินหมอลำซิ่ง ลูกทุ่งตัวมัมตัวแม่ที่ชวนมาเซิ้งกันแบบบใกล้ชิด แบบเน้นๆ ฉะนั้นเตรียมมาม่วนหน้าฮ้าน มันส์หน้าแคมป์ พร้อมซิ่งกันให้สุดจัดเต็มทั้ง Lineup กับ สาวน้อยเพชรบ้านแพง ลำไย ไหทองคำ หมอลำคณะเสียงอิสาน แอน อรดี และ แพรวพราว แสงทอง ประทะความซิ่งของวงอินดี้เพื่อชีวิตสุดฮิตอย่าง ไววิทย์ Freehand Warin The Studio Project และ Greasy Cafe 

      งานนี้ห้ามพลาด! ออกมาเซิ้งมาซิ่งมาดิ้นกันได้ กับคอนเสิร์ตหมอลำ ปะทะลูกทุ่งอินดี้ "อีสานมาหานครอีสานแคมป์ซิ่ง"เทศกาลดนตรีและแคมปิ้งสุดม่วนท่วงทำนองอีสานในวันที่ 13-14 ธันวาคม 2567 ณ ลานรังสิตเฟส รังสิตคลอง 6 เพราะความม่วนคักพร้อมเสิร์ฟถึงถิ่น 

    สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามได้ที่ www.theconcert.com หรือ The Concert Application แล้ว 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก  ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ ...