วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2567

ททท. ผนึกกำลัง SME D Bank ส่งเสริมผู้ประกอบการโรงแรมและที่พักสู่ความยั่งยืน

ททท. ผนึกกำลัง SME D Bank 

ส่งเสริมผู้ประกอบการโรงแรมและที่พักสู่ความยั่งยืน

      การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการโรงแรมและที่พักเร่งปรับปรุงธุรกิจให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ “ส่งเสริมศักยภาพด้านการเงินให้แก่ผู้ประกอบการโรงแรมและที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (CF-Hotels)” โดยมี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และนายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ SME D Bank เป็นผู้ลงนาม ณ ห้องโถงธนะรัชต์ อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2567

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จึงได้ดำเนินการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ผ่านหลากหลายโครงการที่มุ่งสร้างความยั่งยืน อาทิ โครงการ Thailand Tourism Awards โครงการ STAR: Sustainable Tourism Acceleration ตลอดจนมุ่งส่งเสริมตลาดและการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะโครงการ Carbon Footprint Hotels หรือ CF-Hotels ซึ่ง ททท. ได้พัฒนาแพลตฟอร์มรายงานตัวเลขการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับธุรกิจโรงแรมและที่พัก เพื่อเป็นเครื่องมือสะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม

      ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการเดินหน้าปรับปรุงพัฒนาธุรกิจไปสู่ความยั่งยืน พร้อมรองรับความเปลี่ยนแปลง ทั้งทางด้านกฎระเบียบประชาคมโลกที่ให้ความสำคัญกับธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาสมดุลให้แก่ธรรมชาติ ททท. จึงทำหน้าที่เป็นหน่วยงานเชื่อมต่อระหว่างสถาบันการเงินและผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ไทย โดยการให้สินเชื่อพิเศษสำหรับการลงทุนพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน 

พร้อมกันนี้ สินเชื่อดังกล่าวยังครอบคลุมถึงผู้ประกอบการในโครงการสิ่งแวดล้อมของ ททท. ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ มีโรงแรม CF-Hotels ทั้งหมด 43 โรงแรมและได้รับผลกระทบ 18 ราย ในจำนวนนี้มีผู้เสียหายหนัก 3 ราย และที่ จ.เชียงราย มีโรงแรม CF-Hotels ทั้งหมด 7 โรงแรมและได้รับผลกระทบ 1 ราย และกลับมาดำเนินการได้ตามปกติเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567

       นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ SME D Bank ยังเสริมด้วยว่า จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ทำให้มีกฎกติกาใหม่ต่าง ๆ ออกมาควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจ ซึ่งสำหรับประเทศไทย การท่องเที่ยวถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มีผู้ประกอบการกลุ่มโรงแรมและที่พักอยู่จำนวนมากที่ต้องการยกระดับสู่การเป็นธุรกิจสีเขียว ซึ่งการพัฒนาโรงแรมหรือที่พักให้ได้มาตรฐานตามกำหนด จำเป็นต้องใช้ความรู้ ควบคู่ใช้เงินทุน เพื่อปรับเปลี่ยนระบบ อุปกรณ์ หรือเทคโนโลยี


       ดังนั้น SME D Bank พร้อมสนับสนุนเงินทุนผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อ “SME Green Productivity” วงเงิน 15,000 ล้านบาท ที่มีจุดเด่นเป็นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียงร้อยละ 3 ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาท ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 10 ปี แถมปลอดชําระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือนแรก

      นอกจากนั้น รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ดังนี้ผู้ประกอบการที่ไม่มีหลักประกัน สามารถใช้บริการของ บสย. ค้ำประกัน ผ่านโครงการ Smart Green โดย ฟรี ค่าธรรมเนียมค้ำประกันตลอด 4 ปีแรก ผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองจากการเข้าร่วมโครงการเกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของ ททท. จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ เช่น รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย CF-Hotel การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี: ผู้ประกอบการจะได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การให้คำปรึกษา: ผู้เชี่ยวชาญจะให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

      คุณสมบัติของผู้สมัคร : เป็นผู้ประกอบการโรงแรมและที่พัก มีความมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงธุรกิจให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีแผนธุรกิจที่ชัดเจนในการนำเงินกู้ไปใช้

      วิธีการสมัคร: ยื่นขอสินเชื่อ SME Green Productivity ผ่านช่องทางออนไลน์  https://coreportal.smebank.co.th/osr.php?qid=349  

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1357 หรือ LINE OA @smedevelopmentbank

      ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเกี่ยวกับความยั่งยืนของ ททท. อาทิ รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และ CF-Hotels จะถือเป็นผู้ผ่านการพัฒนายกระดับสู่การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถยื่นขอรับสินเชื่อได้ตามเงื่อนไข นอกจากสินเชื่อ SME Green Productivity แล้ว SME D Bank ยังมีสินเชื่อ BCG Loan โดยให้สิทธิพิเศษ ฟรี ค่าธรรมเนียมที่ปรึกษาการขอสินเชื่อมูลค่า 2.5% ให้สำหรับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเกี่ยวกับความยั่งยืนของ ททท. เช่นเดียวกัน

       นอกจากนี้ ภายในงานพิธีลงนามบันทึกตกลงความร่วมมือฯ ยังได้จัดให้มีการสัมมนา ภายใต้หัวข้อ Transition towards Sustainable Business ร่วมโดย นายณัฐวุฒิ คงทอง ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ SME D Bank นายอัครวิชย์ เทพาสิต ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ททท. นายอุดม ศรีมหาโชตะ ผู้บริหารโรงแรมบ้านทะเลดาว ผู้แทนผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ CF-Hotels และนายอติรัตน์ ด่านภัทรวรวัฒน์ ผู้บริหารแพ 500 ไร่ จ.สุราษฎร์ธานี

       ททท. เชื่อมั่นว่า โครงการนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การสร้างระบบนิเวศทางการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สร้างประโยชน์ให้กับทั้งภาคธุรกิจ ภาคสังคมและสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมพลังศิษยานุศิษย์ จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2567

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมพลังศิษยานุศิษย์ จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ 

เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2567 

ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย 

ขอพรให้ทุกผืนแผ่นดินไทย ผ่านพ้นโพยภัยพิบัติ



    มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ คณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ และผู้บริหารมูลนิธิฯ ร่วมในพิธี “เวียนธูปศักดิ์สิทธิ์” เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2567 ตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรจากเทพเจ้า เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเชื่อว่าเมื่อรับพรจากเทพเจ้าแล้ว จะทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว มีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง โดยมี เจ้าหน้าที่ และ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมทั้งศิษยานุศิษย์ และสาธุชน ร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่น ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย เมื่อวันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ 2567 เวลา 18.00 น.


      “พิธีเวียนธูป ในเทศกาลกินเจ” เป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ เป็นการสรรเสริญและรับพรจากเทพเจ้า 9 พระองค์ อันเป็นภาคหนึ่งของพระพุทธเจ้า 7 พระองค์ และพระโพธิสัตว์ 2 พระองค์ โดยเชื่อว่าเมื่อรับพรจากเทพเจ้าแล้ว จะทำให้จิตใจเบิกบานผ่องแผ้ว มีแต่ความสุข ความเจริญ โดยในแต่ละปี ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จะมีศิษยานุศิษย์และสาธุชน นุ่งขาว ห่มขาว ถือศีล กินเจ มาร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์กันอย่างเนืองแน่นขบวนแห่เวียนธูปของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดซุ้มประตูมังกร เพื่อให้ขบวนต่างๆ ผ่านด้านหน้าศาลเจ้าไต้ฮงกง แต่ละขบวนตกแต่งสวยงาม นำด้วยกองธงชาติ ธงธรรมจักร และธงมูลนิธิฯ ตามด้วยขบวนป้ายผ้าเทศกาลกินเจ ชุดตั่วล่อโก้ว (ชุดขบวนกลองใหญ่) ชุดกระถางธูป และขบวนพระผู้ประกอบพิธี ตามด้วยผู้แสวงบุญหลายพันคนตามขบวน


    โดยในปีนี้ มูลนิธิฯ และ ผู้ร่วมขบวนแห่เวียนธูป 3 รอบ จะตั้งจิตอธิษฐานต่อเทพยดาฟ้าดิน ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เช่น หลวงปู่ไต้ฮง ดังนี้

รอบที่ 1 ตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้ทั่วทุกผืนแผ่นดินไทย รวมถึงประเทศใดๆ ผ่านพ้นโพยภัยพิบัติ ให้ทุกดวงวิญญาณ ทุกสรรพสัตว์สู่สุคติ

รอบที่ 2 ตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรแด่ บิดา มารดา ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ ผู้มีพระคุณ และครอบครัว

รอบที่ 3 ตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้ตนเองและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป




       เทศกาลกินเจ ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ถือเป็นงานเทศกาลหลักซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยจะมีพิธีสำคัญต่างๆ ได้แก่ พิธีอัญเชิญ "กิ้วอ๊วงฮุกโจ้ว" หรือเทพเจ้า 9 พระองค์ พิธีสวดพระพุทธมนต์ ชัยมงคลคาถา พิธีเวียนธูปภายในศาลเจ้าพิธีเบิกเนตรองค์ยมทูต พิธีลอยกระทง โปรยทาน และพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์รอบนอกศาลเจ้า เพื่อความเป็นสิริมงคล รวมทั้งจัดให้มีบริการอาหารเจฟรีแก่ประชาชนตลอดช่วงเทศกาล พร้อมจัดการแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) ณ บริเวณลานสำนักงานมูลนิธิฯ 

       มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญตลอดไป

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และเฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/pohtecktungofficial

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2567

CP LAND คว้ารางวัลอาคารประหยัดพลังงาน "MEA ENERGY AWARDS 2023" ต่อเนื่องเป็นปีที่

CP LAND คว้ารางวัลอาคารประหยัดพลังงาน "MEA ENERGY AWARDS 2023" ต่อเนื่องเป็นปีที่7

ตอกย้ำความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

      บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ตอกย้ำความสำเร็จด้านการอนุรักษ์พลังงาน ส่งอาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ 1 (สีลม)  คว้ารางวัลอาคารมาตรฐานตราสัญลักษณ์ "MEA ENERGY AWARDS 2023" ระดับ STANDARD ประเภท อาคารสำนักงาน จาก การไฟฟ้านครหลวง ชูมาตรฐานอาคารอนุรักษ์  ตามโครงการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร ภายใต้เเนวคิด "การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพอากาศได้มาตรฐาน" เมื่อวันก่อน 10 ตุลาคม 2567


        นายกีรติ ศตะสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND เปิดเผยว่า จากเป้าหมายการพัฒนาองค์กรภายในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP ที่ตั้งเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ภายในปี 2030 หรืออีก 6 ปีข้างหน้า และพร้อมมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2050 CP LAND ตอบรับนโยบายเครือ โดยการปรับปรุงแผนงานให้สอดคล้องกับค่านิยมของโลกในปัจจุบันที่มีแนวโน้มใส่ใจในด้านพลังงานสีเขียว การอนุรักษ์พลังงาน ความยั่งยืน โดยเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ คือการจัดการด้านพลังงานของอาคารสำนักงานภายใต้การบริหารของ CP LAND และการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องจักรที่ใช้เงินลงทุน เช่น ปรับปรุงระบบปรับอากาศ เปลี่ยนหอระบายความร้อน ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง หลอดไฟ LED ส่งผลให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าลดลงอย่างต่อเนื่องและที่สำคัญช่วยลดการปล่อย CO2 และก๊าซชนิดต่างๆที่มีผลต่อคุณภาพอากาศ ทำให้สามารถคว้ารางวัลดีเด่นด้านอาคารสำนักงานจาก อาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ 1 ในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพอากาศได้มาตรฐาน ในครั้งนี้

      นอกเหนือจากนั้น โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ (โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพฯ) ของ บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND ภายใต้การบริหารงานของพันธมิตรอย่างเครือไมเนอร์ โฮเทลส์ ได้คว้ารางวัลอาคารมาตรฐานตราสัญลักษณ์ MEA ENERGY AWARDS ประเภท โรงแรม ทั้งระดับ STANDARD และ ระดับพรีเมียม (PLATINUM) จากการไฟฟ้านครหลวง โดยมีนางสาวชิดชนก พศินพงศ์ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ เข้ารับรางวัลพร้อมรับมอบเงินสนับสนุนโครงการจำนวน 1 ล้านบาท

#CPLAND #CPTower #ซีพีแลนด์ #CPLANDคุณภาพทุกชีวิต #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #เจอสุขเจอนั่นเจอนี่ #ความสุขเดินทางได้ #AccessibleCommunitiesforLife #สุขจริงทุกจินตนาการ #MEAEnergyAwards #MEAEnergyAward2023 #MEA







อบจ. ภูเก็ต เปิดแผนผลักดันการพัฒนาท่องเที่ยวภูเก็ตครบวงจร

อบจ. ภูเก็ต เปิดแผนผลักดันการพัฒนาท่องเที่ยวภูเก็ตครบวงจร


     จังหวัดภูเก็ตปรับแผนพัฒนาการท่องเที่ยวดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น โดยการจัดงานประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต วัฒนธรรมด้านอาหาร และการแต่งการย พลิกโฉมการขนส่ง ลดปัญหาจราจรด้วยรถ EV ปรับโฉมท่าเรืออ่าวฉลอง ให้เป็นท่าเรือที่ปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้ใช้บริการ รวมถึงการพัฒนาเรือนจำจังหวัดภูเก็ตแห่งเดิมเป็นสวนสาธารณะเพิ่มพื้นที่สีเขียว ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ครึ่งปีหลังจาก 4.2 แสนล้าน เป็น 5 แสนล้านบาท


      นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากศักยภาพที่หลากหลายของจังหวัดภูเก็ต สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว การขนส่ง และศูนย์กลางการบินของภูมิภาค พร้อมส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งชายฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งในส่วนของ อบจ.ภูเก็ตมีแผนพัฒนาการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต โดยตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ เพิ่มการใช้จ่ายต่อคน และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น


       แผนแรก คือ การพลิกโฉมการขนส่ง แก้ปัญหารถติดสะสมในตัวเมือง โดยโครงการนำรถ EV จำนวน 24 คัน มาใช้แทนรถโพถ้อง สีชมพู ของทาง อบจ.ภูเก็ต ที่ให้บริการมานานกว่า 10 ปี โดยให้บริการใน 3 เส้นทาง บวก 1 เส้นทาง ประกอบด้วย สายที่ 1 สายสีเหลือง เริ่มต้นที่สะพานหิน ไปสิ้นสุดที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลภูเก็ต ระยะทาง 11 กิโลเมตร สายที่ 2 ท่าเรืออ่าวฉลอง-ห้างซุปเปอร์ซีป หรือสายสีแดง ระยะทาง 18 กิโลเมตร สายที่ 3 ท่าเทียบเรือรัษฎา-สวนน้ำอันดามันดา หรือสายสีเขียว ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร และบวกอีก 1 เส้นทางคือสนามบิน- หาดราไวย์ รวมระทางประมาณ 47 กิโลเมตร ทั้งนี้ได้ปรับให้เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว ท่าเรือ โรงเรียน ชุมชน ย่านการค้า ย่านเมืองเก่ามากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม ทั้งคนภูเก็ต และนักท่องเที่ยว คนไทย และ ต่างชาติ 1 คันรองรับผู้โดยสารได้ 21 คน ตั้งเป้าทดลองวิ่งเดือนต้นธันวาคมปีนี้


       แผนต่อมาคือการพัฒนาเมือง จังหวัดภูเก็ตได้มีการย้ายเรือนจำประจำจังหวัดไปอยู่ที่สถานที่แห่งใหม่ ที่บ้านบางโจ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต แทนเรือนจำจังหวัดภูเก็ตเดิม ทำให้พื้นที่ของเรือนจำเดิมว่าง จึงได้มีโครงการก่อสร้างเพื่อพัฒนาและอนุรักษ์พื้นที่เรือนจำจังหวัดภูเก็ตแห่งเดิมเป็นสวนสาธารณะ เป็นพื้นที่สีเขียว เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ จิตใจให้ชาวภูเก็ต เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ สร้างปอดแห่งใหม่ให้จังหวัดภูเก็ต โดยมีงบประมาณ 169.5 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงพื้นที่เรือนจำเก่าจังหวัดภูเก็ต ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครภูเก็ตให้เป็นสวนสาธารณะ เป็นสถานที่ออกกำลังกายแห่งใหม่ พร้อมด้วยที่จอดรถยนต์อีก 300 คัน รองรับรถยนต์ของประชาชนที่มาออกกำลังกายและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่มาท่องเที่ยวยังย่านเมืองเก่าภูเก็ต และเชื่อมโยงกับบริบทพื้นที่สีเขียวโดยรอบให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใจกลางเมือง เพื่อให้เกิดเป็นสวนสาธารณะของชาวภูเก็ตอย่างยั่งยืน บนพื้นที่ 33 ไร่


        และล่าสุด แผนการพัฒนาและปรับปรุงท่าเทียบเรือที่อยู่ในการดูแลของ อบจ.ภูเก็ต ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ทาง อบจ.เป็นผู้บริหารจัดการเอง โดยจะยกระดับเป็นท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier) ใช้ระบบ AI คัดกรองผู้โดยสาร จัดระเบียบการจราจรบนสะพาน เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ เพื่อความพร้อมรองรับการท่องเที่ยวทางทะเลของภูเก็ตมากที่สุด

       นอกจากนี้ นายเรวัต ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมย่านเมืองเก่าภูเก็ต (Phuket Old Town) ซึ่งเป็นชุมชนขับเคลื่อนการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านการท่องเที่ยว ซึ่งการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการนำเสนอประสบการณ์ที่หลากหลายให้แก่นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการชมเมือง การชิมอาหารพื้นถิ่น และการสัมผัสกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของภูเก็ต ซึ่งส่งผลให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักภูเก็ตในแง่มุมที่แตกต่างออกไป ไม่ได้มีเพียงแค่ Sea, Sand, Sun แต่ยังมี City ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่น่าสนใจอีกด้วย

วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2567

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ – อีสาน ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลด

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ – อีสาน 

ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลด รวมมูลค่ากว่า 4.4 ล้านบาท 

พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกตรวจรักษาและจ่ายยาในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

      มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย ลงพื้นที่จังหวัดตาก เชียงใหม่ เชียงราย และนายชุมพล บุญภักดี ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสาธารณภัยลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันพืช และน้ำปลา ให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลด รวมทั้งสิ้น 10 จังหวัด เครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 9,000 ชุด นอกจากนี้ยังได้ มอบเงินสงเคราะห์ค่าฌาปนกิจให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตจำนวน 18 รายๆ ละ 20,000 บาท รวมงบประมาณการช่วยเหลือทั้งสิ้น 4,410,000 บาท (สี่ล้านสี่แสนหนึ่งหมื่นบาทถ้วน) โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ทีมงานแผนกบรรเทาสาธารณภัย และแผนกอาสาสมัครมูลนิธิฯ รวมทั้ง อาสาสมัครกิตติมศักดิ์มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร โอภาสวงศ์ และ นางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ และอาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวอัญชลี จงคดีกิจ (ปุ๊-อัญชลี) ร่วมลงพื้นที่แจกจ่ายและให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัย ในพื้นที่  รวมถึง มูลนิธิฯ / สมาคมจีนประจำจังหวัดต่างๆ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี ระหว่างวันที่ 27 กันยายน - 4 ตุลาคม 2567


     นอกจากนี้  นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้นำทีมหน่วยแพทย์ฯ และเจ้าหน้าที่กู้ชีพ แผนกบรรเทาสาธารณภัยฯ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา คัดกรองเบาหวาน ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยมีประชาชนเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก

      นับตั้งแต่เกิดอุทกภัยใหญ่ในช่วงเดือนกรกฎาคม2567 เป็นต้นมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคเหนือ - อีสาน ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแล้วทั้งสิ้น 10 จังหวัด รวมงบประมาณการช่วยเหลือไม่ต่ำกว่า 9.5 ล้านบาท


       เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเรือท้องแบน และ โรงครัวเคลื่อนที่เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ ชุดยาเวชภัณฑ์ และอาหารสุนัขและแมว นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ในเบื้องต้น หลังจากนั้น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จะดำเนินการประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อบรรเทาทุกข์ ฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย รายละ 20,000 บาท ทั้งนี้ หากมีผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ญาติของผู้เสียชีวิตสามารถขอรับเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์

       ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ยังคงอยู่ระหว่างดำเนินการภารกิจในพื้นที่ และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่าง ๆ ต่อไป

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง www.facebook.com/pohtecktungofficial

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2567

งานเทศกาลกินเจ “Amazing J Fest 2 : Light The Town Up” มาร่วม อิ่มเจ อิ่มบุญ อิ่มความสุข กันได้ ที่สามย่าน-บรรทัดทอง

งานเทศกาลกินเจ “Amazing J Fest 2 : Light The Town Up” 

มาร่วม อิ่มเจ อิ่มบุญ อิ่มความสุข กันได้ ที่สามย่าน-บรรทัดทอง

       สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ (PMCU) จัดยิ่งใหญ่ เทศกาลกินเจ 2567 ชวนชิม อาหารเจ หลากหลาย ในงานเทศกาลกินเจ “Amazing J Fest 2 : Light The Town Up” รวบรวมร้านอาหารเจขวัญใจโซเชียล และร้านรุ่นเก๋าในตํานานกว่า 100 ร้าน พร้อมเนรมิตสีสันด้วยอุโมงค์ดอกไม้และโคมไฟยักษ์ สุดตระการตา อิ่มเจ อิ่มบุญ อิ่มทุกความสนุก มางานเดียวครบรสกว่าที่เคย ที่ถนนบริเวณสามย่าน-บรรทัดทอง (จุฬาฯ ซอย 5) พร้อมชวนช้อปวัตถุดิบทำอาหารเจ และอาหารเจหลากหลาย ที่ตลาดสามย่าน ตั้งแต่วันนี้ - 11 ตุลาคม 2567

นายสหรัฐ โพธิโต รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ทบทวน.) สำนักงานกรุงเทพ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายดำรงค์ เลี้ยงชีพ ผู้จัดการทั่วไปส่วนบริหารกิจการสวนหลวงสแควร์ สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ (PMCU) และพันธมิตร ร่วมพิธีเปิดงานเทศกาลกินเจ “Amazing J Fest 2 : Light The Town Up” อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการเชิดสิงโตถวายเจ้าแม่ทับทิม ณ ศาลเจ้าแม่ทับทิมอุทยาน 100 ปีจุฬาฯ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ชุมชนสามย่าน เมื่อวันก่อน 3 ตุลาคม 2567

        สามย่าน-บรรทัดทอง ร่วมกับ MOVF MEDIA GROUP หรือ Starvingtime เรื่องกินเรื่องใหญ่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) Amazing THAILAND จัดเทศกาลกินเจย่านบรรทัดทอง ฉบับคนรุ่นใหม่ Amazing J Fest เป็นครั้งที่ 2 ประจําปี 2024 ในธีม “Light The Town Up”รวมเอาอาหารเจจากร้านเด็ดขวัญใจโซเชียล และอาหารเจจากร้านเก่าแก่ดั้งเดิม มารวมไว้ในที่เดียว กว่า 100 ร้านค้า อาทิ นิอ่าง น้ำแข็งไส-ไอติมไข่แข็งตลาดพลู, J&G น้ำลําไยออร์แกนิก เจ้าดังตลาดนัด มศว., มุกเต้าทึง ขนมหวานเย็นและไอศกรีมกะทิเจ้าดังย่านสุขุมวิท, ฉ่า ข้าวแต๋นน้ำแตงโม ข้าวแต๋นวัยรุ่นที่ใส่น้ำแตงโมให้เยอะจุใจ, DOOBS BKK ซูชิห่อเต้าหู้ทอดหน้าล้น, เต้าหู้ทอดสัญจร สูตรเด็ด เปิดมานานกว่า 20 ปี, Coco’s Story ขนมถ้วยมะพร้าวอ่อนร้านดังย่านถนนพรานนก, โหวเจียฟา กุยช่ายแป้งบางไส้แน่นจากตลาดพลู พร้อมไฮไลต์เด็ด “คาเฟ่นมวีแกน” ในรูปแบบของโรงน้ำชาจีนร่วมสมัย กับเมนู “ชานมตุ๋นดอกไม้” ที่ใช้ใบชาจากชาตราสิงห์ ห้างขายชาที่เปิดมายาวนานกว่า 111 ปี ผ่านการอบแบบโบราณ เสิร์ฟบนโต๊ะน้ำวนที่ตกแต่งด้วยสวนและต้นไม้จําลอง ที่สามารถแวะพักเช็กอินเก๋ๆ ให้กับ Cafe Hoppers และผู้ร่วมงานทุกคน พร้อมชวนสักการะบูชาเจ้าแม่ทับทิม อุทยาน 100 ปีจุฬาฯ คู่ชุมชนสามย่านโดยผู้ที่เดินมาสักการะบูชาช่วยในเรื่องเสริมสิริมงคลด้านสุขภาพแข็งแรง การงาน การเงิน

       อีกทั้งภายในงาน“Amazing J Fest 2 : Light The Town Up” ยังมีแลนด์มาร์กโคมไฟที่ผสมผสานงานฝีมือแบบดั้งเดิมกับสไตล์ศิลปะแบบโมเดิร์นที่ช่วยเพิ่มแสงสีตลอดงาน อาทิ หุ่นโคมไฟมังกร 6 ตัว, อุโมงค์โคมไฟดอกไม้ความยาว 6 เมตร ที่เนรมิตสวนสมุนไพรในรูปแบบโคมไฟดอกไม้สีขาวและพันธุ์พืชสมุนไพรไม้หอม และหุ่นโคมไฟยาดมยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

       ปิดท้ายด้วยความสิริมงคลกับการเนรมิตศาลเจ้าจําลองสไตล์โมเดิร์น พร้อมอัญเชิญองค์สมเด็จพระมารดาเจ้าแห่งหมู่ดาว หรือองค์เต๋าบ้อหง่วงกุง ที่มีความเชื่อเรื่องช่วยขจัดปัดเป่าเคราะห์ภัยร้ายต่าง ๆ ให้ประชาชนได้มาสักการะ ส่งเสริมหนุนดวงชะตาชีวิตให้มีความสดใสราบรื่น

      ตลาดสามย่านรวบรวมอาหารเจ และวัตถุดิบหลากหลายให้ช้อปเพลินๆ กับ อิ่มอร่อยกับอาหารเจหลากหลาย จากร้านดังประจำตลาด ประกอบด้วย

• เจ๊นา กุยช่ายชื่อดัง ตลาดสามย่าน ปีนี้มี ไชเท้าอี๋ โออี๋ เผือกเส้น ไชเท้าเส้น ให้รับประทานในช่วงกินเจ ปีละครั้งเท่านั้น

• ครัวสีขาว จำหน่ายผักปลอดสารพิษ เทศกาลกินเจปีนี้ยังมีอาหารเจเลิศรสมาเสิร์ฟกันแบบสดใหม่ทุกวัน อาทิ ก๋วยจั๊บเจ ผัดหมี่ซั่ว ผัดผักเจ ข้าวผัดเจ ผัดหมี่กระเฉดเจ

• อู้ฟู่ ร้านอาหารเจแห่งตลาดสามย่าน มี จุ๋ยก๊วย อาหารเจ ผัดผัก หมี่ซั่ว ให้รับประทานตลอดทั้งปี

• ร้านพี่พา ขนมครก ขนมถ้วย ปอเปี๊ยะเจ

• ร้าน Aimaroi Soymilk เครื่องดื่มธัญพืช คิวยาว มีให้เลือกอร่อยทั้งเมนูร้อน และ เย็น อาทิ น้ำเต้าหู้ น้ำฟักทอง มันต้มขิง ถั่วต้ม 5 สี เต้าทึง ทำแบบสดใหม่ วันต่อวัน 

• ก๋วยเตี๋ยวภูเก็ต เดิมจำหน่ายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาวัตถุดิบส่งตรงจากภูเก็ตรสเด็ด เทศกาลเจปีนี้มี ก๋วยเตี๋ยวเจ ผัดยากิโซบะ และอาหารตามสั่งเจหลากหลายเมนูให้เลือกชิม โดยใช้วัตถุดิบสดใหม่ อร่อยถูกใจสาวกเจแน่นอน

• ร้านเจ๊หงษ์ ข้าวแกงเจ อาทิ แกงส้ม ผัดผัก กานาฉ่าย ต้มจับฉ่าย ผัดหมี่ ทุกเมนูมีกระบวนการปรุงที่ถูกหลักการปรุงอาหารเจ

        ส่วนผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารเจรับประทานที่บ้าน ตลาดสามย่านยังรวบรวมร้านจำหน่ายวัตถุดิบเจ ทั้งผัก ผลไม้ ลูกชิ้นเจ กุ้งเจ เนื้อเป็ดเจ เนื้อปลาเค็มเจ ไส้กรอกเจ ลูกชิ้นโปรตีนเกษตร ดอกไม้จีน เต้าหู้ ฟองเต้าหู้ เครื่องปรุงรส เห็ดหอม และ ก้านเห็ดหอม เครื่องเทศ ของหวาน ฯลฯ ให้เลือกสรรอย่างมากมาย

        การเดินทางมาเทศกาลกินเจที่สามย่านสามารถเดินทางได้หลากหลายเส้นทางทัวร์ ได้แก่ 

• รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวเข้ม ลงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติต่อ Shuttle Bus สาย 2 ลงป้ายอาคารจามจุรี 14 

• รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวอ่อน ลงสถานีสยามสแควร์ต่อ Shuttle Bus สาย 1 หรือ 4 ลงที่สถานีศาลาพระเกี้ยว และต่อรถ Shuttle Bus สาย 5 

• รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้าเงิน ลงสถานีสามย่าน ต่อรถ Shuttle Bus สาย 5 ลงสถานีลานจอดรถอุทยาน 100 ปีจุฬาฯ

• รถเมล์ที่สามารถเดินทางได้คือ สาย 73, 73ก, 113 ป้ายถนนบรรทัดทอง

• รถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดรถได้ที่ลานจอดรถอุทยาน 100 ปีจุฬาฯ สวนหลวงสแควร์และ ตลาดสามย่าน


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก  ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ ...