วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

ซีพีแรม รุกตลาดเบเกอรี่ พร้อมเปิดตัว “เลอแปง ขนมปังแผ่น

ซีพีแรม รุกตลาดเบเกอรี่  พร้อมเปิดตัว เลอแปง ขนมปังแผ่น”

เสริมแกร่งผู้นำอาหารพร้อมรับประทาน 

เดินหน้าขยายกำลังการผลิต มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท

             บริษัท ซีพีแรม จำกัด ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทานโชว์ศักยภาพผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ขนมปังแผ่น” ขนาด 480 กรัม ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภครองรับตลาด เบเกอรี่ ที่มีการเติบโต อย่างต่อเนื่อง พร้อมเอาใจสายเบเกอรี่ การันตีความนุ่ม สด ใหม่จากเตาทุกวัน ไม่มีโคเลสเตอรอล ใช้แป้งสาลีไม่ฟอกขาว 100%  และหอม นุ่ม อร่อย 20 แผ่นเต็มๆ ไม่มีแผ่นหัวท้าย เดินหน้าแผนการตลาดเชิงรุกครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ


            สำหรับเบเกอรี่ "เลอแปง" ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากซีพีแรม มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ด้วยความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคซึ่งมีเอกลักษณ์ เฉพาะตัวทั้งรสชาติ คุณภาพสินค้า ความคุ้มค่า ความสุขในการบริโภคเบเกอรี่ จึงสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ตอบสนองผู้บริโภค ได้อย่างตรงใจ พบความอร่อยกับ “ขนมปังแผ่น 480 กรัม” เพียง 39 บาทเท่านั้น อิ่มคุ้มในแถวเดียว วางจำหน่ายร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ณ บูธซีพีแรม (O-01) อาคารชาเลนเจอร์ 3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายในงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2024 จัดขึ้นในวันที่ 28 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2567


            คุณวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า ซีพีแรมได้สร้างโรงงานเบเกอรี่ที่ทันสมัยแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท มีกำลังผลิต 2.4 ล้านแผ่นต่อวัน โดยเปิดดำเนินการแล้ว นับเป็นโรงงานแห่งที่ 16 ของซีพีแรมรองรับตลาดเบเกอรี่ที่การเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคนิยมรับประทานผลิตภัณฑ์กลุ่มขนมปังมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการดำรงชีวิตของคนไทยในปัจจุบันที่เน้นความ สะดวกสบายรวดเร็วและอิ่มท้อง แต่นอกเหนือจากความอิ่มท้องแล้วนั้น ปัจจุบันคนมักจะดูรูปร่างหน้าตาของขนมเป็นองค์ประกอบ ซึ่งแบรนด์ที่เรานำมาประกอบ ข้อมูลนั้นไม่เพียงแค่คงคุณภาพในเรื่องของรสชาติ แต่หน้าตาก็ดึงดูดผู้บริโภคเช่นกัน

             นอกจากนี้ บูธซีพีแรม ภายในงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2024 นั้น ยังชู Functional Food อาหารกลุ่มใหม่สำหรับผู้สูงอายุ ภายใต้ตราสินค้า “ครีเอเตอร์” ที่เน้นให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ เนื่องจากตลาดอาหารสำหรับผู้สูงอายุมีแนวโน้มการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุตามการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรโลก โดยภายในบูธ ซีพีแรม ยังประกอบไปด้วย การแสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมอาหาร การจัดแสดงผลงานวิจัยด้านอาหาร หรือ Biotech โดยศูนย์วิจัยและบริการทดสอบ บริษัท ซีพี ฟู้ดแล็บ จำกัด การถอดบทเรียนศูนย์วิชาการเกษตร  ผ่านโครงการ “เกษตรกรคู่ชีวิต” รวมถึงการสร้างสรรค์เมนูอาหารสุดพิเศษ โดยเชฟฝีมือดีพร้อมจัดแสดงสินค้าอาหารพร้อมรับประทาน ในกลุ่มบริษัท ซีพีแรม จำกัด อาทิ เลอแปง, เจด ดราก้อน, วีจีฟอร์เลิฟ, เดลี่ไทย, เดลิกาเซีย, โอแรมปัง, เลดี้เจน และครีเอเตอร์ เป็นต้น






วันพุธที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

งานสมโภชหลักเมืองและงานกาชาด จ.ยะลา ครั้งที่ 62 สุดยิ่งใหญ่อลังการ ประชาชนชื่นมื่น ร่วมชมขบวนพาเหรดวัฒนธรรมและของดีเมืองยะลา 8 อำเภอ ที่สวยงามตระการตา (ตอนที่ 1)

งานสมโภชหลักเมืองและงานกาชาด จ.ยะลา ครั้งที่ 62 สุดยิ่งใหญ่อลังการ 

ประชาชนชื่นมื่น ร่วมชมขบวนพาเหรดวัฒนธรรมและของดีเมืองยะลา 8 อำเภอ ที่สวยงามตระการตา



 
      ศาลหลักเมืองยะลา ตั้งอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดยะลา ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ได้รับการออกแบบโดยกรมศิลปากร เป็นอาคารจตุรมุข ภายในประดิษฐานเสาหลักเมืองทำด้วยไมัชัยพฤกษ์ ซึ่งกรมป่าไม้เป็นผู้จัดหามาจากป่าเมืองกาญจนบุรี นายช่างของกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบแกะสลักเสาและยอดเสาหลักเมือง มีลักษณะเป็นแท่งกลม สูง 1.25 เมตร ตันเสาวัดโดยรอบ 1.05 เมตร และปลายเสา 0.88 เมตร แกะสลักลวดลายไทย ลงรักปิดทองรอบฐาน มีเทพารักษ์จากกาญจนบุรีมาประจำอยู่ ยอดเสาหลักเมืองเป็นรูปพรหมจตุรภักตร์ หมายถึงธรรมะของนักปกครอง ฐานเสาหลักเมือง สลักคำว่า "เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา" บนยอดเสาหลักเมืองเป็นรูปเปลวไฟ หมายถึง ความรุ่งโรจน์ สว่างไสว หรือความพัฒนาการ




         จังหวัดยะลาไม่ปรากฎหลักฐานในการสร้างหลักเมืองมาก่อน จนในปีพ.ศ. 2504 พ.ต.อ. (พิเศษ) ศิริ คชหิรัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาในขณะนั้นและประชาชนจังหวัดยะลาได้พร้อมใจกันก่อสร้างศาลหลักเมืองยะลาขึ้นบริเวณศูนย์กลางวงเวียนด้านหน้า โดยพ.ต.อ. (พิเศษ) ศิรี คชหิรัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาประกอบพิธีวางแผ่นศิลาฤกษ์ศาลหลักเมืองยะลา ในวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2504
        พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระสุหร่าย ประพรม และทรงเจิมยอดเสาหลักเมืองยะลา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยอดเสาหลักเมืองแก่จังหวัดยะลา พร้อมพระราชทานผ้าตาดติดขลิบทอง แก่ พ.ต.อ. (พิเศษ) ศิริ คชหิรัญ ผู้ว่ราชการจังหวัดยะลาสำหรับไปผูกเสาหลักเมือง เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2505




       โดยเสาหลักเมืองมาถึงจังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 และได้อัญเชิญเสาหลักเมืองยะลาลงจากขบวนรถไฟขึ้นประดิษฐานบนราชรถ ตั้งขบวนแห่จากสถานีรถไฟยะลาไปประดิษฐานยังโรงพิธีบริเวณศาลหลักเมืองยะลา สำหรับพิธีฝังเสาและปักยอดเสาหลักเมืองยะลา จัดขึ้นในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 ฤกษ์เวลา 12.11 น. โดยจัดงานเฉลิมฉลองสมโภชหลักเมืองยะลา 7 วัน 7 คืน ระหว่างวันที่ 25 - 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 และยึดถือเป็นงานสมโภชประจำทุกปีจนถึงปัจจุบัน




        ศาลหลักเมืองยะลา ได้รับการบูรณะและก่อสร้างใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2445 โดยรองศาสตราจารย์ ดร. ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม) เป็นผู้ออกแบบ โดยยึดตามผังอาคารจตุรมุขแบบเดิม รูปแบบศิลปะสถาปัตยกรรมไทยผสมผสานสถาปัตยกรรมท้องถิ่นภาคใต้ หลังคาแบบบรานอร์ทรงเครื่องลำยอง และบูรณะศาลหลักเมืองอีกครั้ง เมื่อปี พ.ศ. 2565 โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดยะลา บูรณะอาคาร
ตามหลักเมืองยะลาและปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบ         
         งานสมโภชศาลหลักเมืองและงานกาชาดจังหวัดยะลาในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม ถึง 4 มิถุนายน 2567 รวม 11 วัน 11 คืน โดยภายในงานจะมีการแสดงบนเวที การแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินนักร้องมากมายที่มีชื่อเสียง การออกร้านนาวากาชาด การจัดนิทรรศการ การเเสดงของส่วนราชการ เอกชน รวมไปถึงการจำหน่ายสินค้า





         งานสมโภชหลักเมืองและงานกาชาดจังหวัดยะลา ครั้งที่ 62 ประจำปี 2567 ในปีนี้ ได้รับเกียรติจาก นายอำพล  พงศ์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางฉลวย พงค์สุวรรณ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา 2 ท่าน คือ นาธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล และนายอำนาจ ชูทอง พล.ต.ต. เสกสันต์ ชูรังสฤษฎิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พันเอก วิธเวช วิเศษศรี รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา นางสุนิสา อยู่หนูสิงห์ วัฒนธรรมจังหวัดยะลา รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา คณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา นายอำเภอทั้ง อำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสากิจ และประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก ณ บริเวณหน้าศาลหลักเมืองยะลา




          งานสมโภชหลักเมือง และงานกาชาด จังหวัดยะลา ครั้งที่ 62 ประจำปี 2567 ปีนี้จัดได้อย่างยิ่งใหญ่อลังการ ในช่วงเช้าเริ่มจากพิธีสงฆ์ ด้วยการนิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป มาสวดเจริญพระพุทธมนต์ รับศีล ต่อด้วยการประกอบพิธีพราหมณ์บนศาลหลักเมือง โดยมีหน่วยราชการ ประชาชน รวมทั้งนักท่องเที่ยว นำอาหารคาวหวานมาร่วมถวายจำนวนมาก พอได้ฤกษ์ดีอันเป็นมงคล นายอำพล  พงศ์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธาน จุดธูปเทียนสักการะบูชาหลักเมือง พร้อมด้วย นางฉลวย พงค์สุวรรณ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา อธิษฐานจิตขอพร ถวายมาลัย ถวายผ้าแพร ปิดทองทั้ง 4 ทิศ จากนั้นพราหมณ์ก็เริ่มประกอบพิธีพราหมณ์ เชิญเหล่าเทพ เทวดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายมาร่วมปกป้อง คุ้มครอง และนำสิ่งที่ดีงามมาสู่เมืองยะลา ตามด้วยนางรำก็เริ่มรำถวายหน้าหลักเมืองทั้ง 4 ทิศ หลังเสร็จสิ้นพิธีแล้ว นายอำพล  พงศ์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ก็อัญเชิญหลักเมืองจำลองนำขึ้นประดิษฐานบนราชรถ พร้อมนำชักลากราชรถหลักเมืองจำลองออกจากวงเวียนและแห่รอบเมืองจังหวัดยะลา เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ชาวจังหวัดยะลา

 




วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

"ฉลอม" ประธาน TFOPTA และประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานฯร่วมงานเลี้ยงส่งและต้อนรับคณะครูที่ขอย้ายกลับภูมิลำเนา

"ฉลอม" ประธาน TFOPTA และประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานฯร่วมงานเลี้ยงส่งและต้อนรับคณะครูที่ขอย้ายกลับภูมิลำเนา


          นางฉลอม สงล่า ประธานสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA) และประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 46 จังหวัดชัยนาท ร่วมงานเลี้ยงส่งและต้อนรับคณะครูที่ขอย้ายกลับภูมิลำเนา เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2567




           ทั้งนี้ผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 46 จังหวัดชัยนาท ร่วมแสดงความยินดีกับ นางฉลอม สงล่า เนื่องในโอกาสที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง ประธานสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA)


 

วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ จัดโปรสุดพิเศษที่เค้กช็อพ

โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ จัดโปรสุดพิเศษที่เค้กช็อพ 

       เค้กช็อพ  โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เชิญชวนคุณมาเติมความสดชื่นในทุกๆ เช้าวันใหม่ด้วยขนมอบร้อนๆ จากเตา สดใหม่ อาทิ ขนมปัง พัฟ พาย ฯลฯ พร้อมเครื่องดื่มหลากหลายที่คัดสรรมาอย่างพิเศษ ในราคาสบายกระเป๋า เริ่มต้นเพียง 60 บาท เท่านั้น

       เมนู “ชีสเค้กโยเกิร์ตส้ม” แนะนำโดยเชฟเบเกอรี่ผู้มากประสบการณ์ จำหน่ายเพียงชิ้นละ 90 บาท และแบบปอนด์เพียง 490 บาท พร้อมเมนูเครื่องดื่มแนะนำคือ “Orange Moscow Mule” แก้วละ 99 บาทเท่านั้น จัดบริการถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้

       โปรโมชั่นพิเศษ!! รับส่วนลด 10% ทันทีเมื่อสั่งเครื่องดื่ม ชา-กาแฟ หรือ สมูทตี้ 1 แก้วคู่กับเค้ก 1 ชิ้น เปิดบริการทุกวัน ระหว่างเวลา 08.00-20.00 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2276-4567 ต่อ 8797 หรือ ไลน์ @theemeraldhotel  และ www.facebook.com/theemeraldcoffeeshop


วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประกอบพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2567

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประกอบพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2567

     มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ  ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย คณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ และเจ้าหน้าที่บริหาร  ร่วมในพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2567 โดยมี ศิษยานุศิษย์และสาธุชน ร่วมในพิธี ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ เมื่อวันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2567

       โดยระหว่างวันที่ 14-19 พฤษภาคม 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญศิษยานุศิษย์และสาธุชน ร่วมงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2567  สักการะหลวงปู่ไต้ฮงเพื่อความเป็นสิริมงคล ชมการแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) และ รับประทานสาคูสิริมงคล (อี๊) โดยในปีนี้มูลนิธิฯ จัดให้มีการบริการใส่ถุงกลับบ้าน ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ


        ชมกำหนดการงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง รวมถึงติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง [ www.facebook.com/atpohtecktung ]

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

โรงพยาบาลของกลุ่ม BCH และ เมดีซ กรุ๊ป ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ เปิดตัวศูนย์การจัดเก็บเซลล์เพื่อการฝากเก็บสเต็มเซลล์และเซลล์ภูมิคุ้มกัน CELL HARVESTING CENTER

โรงพยาบาลของกลุ่ม BCH และ เมดีซ กรุ๊ป ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ 

เปิดตัวศูนย์การจัดเก็บเซลล์เพื่อการฝากเก็บสเต็มเซลล์และเซลล์ภูมิคุ้มกัน CELL HARVESTING CENTER 

เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Medical Hub ด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์

        บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านสถาบันการฝากเก็บ คัดแยก เพาะเลี้ยง และวิจัยสเต็มเซลล์แบบครบวงจร พร้อมรางวัลการันตีคุณภาพมาตรฐานระดับโลก ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล  จำกัด (มหาชน) กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์  กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กลุ่มโรงพยาบาลการุญเวช และกลุ่มโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ซึ่งเป็นกลุ่มโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศไทย มีทั้งหมด 14 สาขาในประเทศไทย และ 1 สาขาในต่างประเทศ ที่มีวิสัยทัศน์ เพื่อการเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจการบริการด้านสุขภาพทั้งในประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่การเปิดตัวศูนย์การเก็บเซลล์เพื่อการฝากเก็บสเต็มเซลล์และเซลล์ภูมิคุ้มกัน (Cell Harvesting Center) ที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย และครบวงจร ยกระดับให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง การบริการทางการแพทย์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยนวัตกรรมซึ่งเป็นเทรนด์ของเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อให้ได้การฝากเก็บสเต็มเซลล์ตั้งแต่แรกเกิด จนถึงทุกช่วงวัยซึ่งมูลค่าของตลาดนี้ในระดับโลกถือว่าประเมินค่าไม่ได้เพราะทุกคนสามารถฝากเก็บสเต็มเซลล์และเซลล์ภูมิคุ้มกันของตัวเองได้

          ศูนย์การเก็บเซลล์เพื่อการฝากเก็บสเต็มเซลล์และเซลล์ภูมิคุ้มกัน (Cell Harvesting Center)  มุ่งเน้นฐานลูกค้าที่มีพฤติกรรมการเลือกบริโภคสินค้าหรือบริการและมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างจากลูกค้ากลุ่มอื่นๆ โดยลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเหล่านี้มักจะมองเห็นความสำคัญของการใช้จ่ายไปกับการสร้างสุขภาพที่ดีให้กับตนเอง รวมทั้งยังมองหาทางเลือกที่ใช้นวัตกรรมอันก้าวหน้าใหม่ในการสร้างชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพแข็งแรงให้กับตนเอง

           นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผู้คนในโลกปัจจุบันกำลังประสบปัญหาอย่างหนักจากวิกฤติด้านสุขภาวะที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม มลพิษเช่นPM 2.5 อัตราผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว ไปจนถึงสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 และเชื้อโรคกลายพันธุ์ชนิดใหม่อย่างมากมาย เมดีซ กรุ๊ป ตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในทั่วโลก และได้ดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องมาถึง 14 ปี เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนด้านสุขภาพให้กับคนทั่วโลกมุ่งมั่นนำเสนอทางเลือกใหม่ที่จะทำให้ผู้คนสามารถมีชีวิตอันยืนยาวและใช้ชีวิตในวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าเดิมได้ ผ่านนวัตกรรม BIOlongevity ที่ครบวงจรที่สุด โดยในปัจจุบัน เรามียอดรวมจำนวนการฝากเก็บสเต็มเซลล์มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลก เพราะทุกกระบวนการ ตั้งแต่การฝากเก็บ จนถึงการเพาะเลี้ยงเซลล์ ถูกคิดขึ้นจากงานวิจัยที่ได้รับการรับรองจากสถาบันต่าง ๆ ในระดับโลก เราพิถีพิถันในทุกรายละเอียดจนได้รับรางวัลการันตีคุณภาพจากเวทีระดับสากลมากมาย อาทิ รางวัลยอดเยี่ยมต่อเนื่องถึง 4 ปีซ้อนจาก Frost & Sullivan ในฐานะธนาคารสเต็มเซลล์ที่ดีที่สุดของประเทศไทย (Thailand’s Stem Cell Banking Company of the Year) รางวัล World Branding Awards โดย World Branding Forum รางวัลระดับอนุภูมิภาค South East Asia Stem Cell Banking Technology Innovation Leadership Award และ ล่าสุด 2021-2024 Southeast Asia Stem Cell Banking Company of the Year Award* I Frost & Sullivan Awards …ความสำเร็จจากระดับประเทศสู่ที่หนึ่งในระดับภูมิภาค 

        "เรายังได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งสถาบัน นั่นคือ The American Association of Blood Banks(AABB)ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้การรับรองและกำหนดมาตรฐานแนวทางการดำเนินงานของธนาคารสเต็มเซลล์ที่เข้มงวดที่สุดในโลกโดยเป็นมาตรฐานคุณภาพที่ครอบคลุมกิจกรรมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสเต็มเซลล์ชนิดเม็ดโลหิต (Hematopoietic stem cells: HPCs) ที่คัดแยกได้จากเลือดจากสายสะดือทั้งกระบวนการดำเนินการ ตั้งแต่การจัดเก็บในระยะยาว ไปจนถึงการกระจายขนส่งเพื่อรองรับการรักษาให้กับผู้ป่วยในทั่วโลก"

           นายแพทย์วีรพล ยังกล่าวถึงเทคโนโลยีการฝากเก็บสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมันไว้อย่างน่าสนใจว่า “สเต็มเซลล์ชนิดเนื้อเยื่อมีเซนไคม์ (Mesenchymal Stem Cell: MSCs) ในอดีตเรามีความเข้าใจกันว่าควรจัดเก็บจากเนื้อเยื่อสายสะดือของทารกแรกเกิดเท่านั้น มีเพียง เมดีซ กรุ๊ป ที่พยายามพัฒนานวัตกรรมการคัดแยกและเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์นี้จากเนื้อเยื่อไขมันอย่างมุ่งมั่น เพื่อเปิดโอกาสให้กับทุกคนซึ่งรวมถึงตัวผมเองด้วยที่พลาดโอกาสการฝากเก็บสเต็มเซลล์ในวันแรกเกิด ได้มีโอกาสเป็นเจ้าของการฝากเก็บเซลล์ต้นกำเนิดที่ดีที่สุดของตัวเองอีกครั้ง การฝากเก็บ MSCs” ของตัวเอง ไว้เพื่อตัวเองในอนาคต นับเป็นหนทางที่ปลอดภัยและไม่ขัดต่อจริยธรรมใดในการดูแลสุขภาพของมนุษย์ที่จะพึงมีได้ เมดีซ กรุ๊ป ควบคุมมาตรฐานในการจัดเก็บแช่แข็งเซลล์ที่อุณหภูมิ - 196 องศาเซลเซียส ในไอระเหยของไนโตรเจนเหลว เพื่อคงประสิทธิภาพได้ยาวนาน เมดีซ กรุ๊ป มอบกรมธรรม์การจัดเก็บ 60 ปี ซึ่งเป็นการดูแลที่ยาวนานที่สุดในอุตสาหกรรมธุรกิจธนาคารรับฝากเก็บสเต็มเซลล์ นอกจากนั้น MEDEZE GROUP PTE. LTD. (สาขาสิงคโปร์) ยังพัฒนานวัตกรรมการสร้างอวัยวะเทียมจากสเต็มเซลล์ โดยอวัยวะที่ประสบความสำเร็จแล้วคือ “กระจกตา” 

"ในระดับโลกการแข่งขันในการพัฒนาความก้าวหน้าของการนำสเต็มเซลล์และเซลล์ภูมิคุ้มกันไปใช้เพื่อให้มนุษย์มีสุขภาพและคุณภาพการใช้ชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีความสุขนับเป็นการแข่งขันที่สร้างนวัตกรรมแบบก้าวกระโดด แต่ถ้าเราทุกคนต้องการจะไปสู่ทิศทางเดียวกันนี้ให้ได้ เราทุกคนควรฝากเก็บสเต็มเซลล์ของตัวเองไว้ก่อน เพื่อหยุดอายุเซลล์ของตัวเองไว้ในวันนี้ เพราะสิ่งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของทุกคนในการที่จะต่อยอดใช้ประโยชน์ในอนาคต ดังนั้น การตั้งต้นเก็บเซลล์จากเลือดสายสะดือ/เนื้อเยื่อสายสะดือ/เนื้อเยื่อไขมันที่มีคุณภาพดี ด้วยกระบวนการที่ถูกต้องทางการแพทย์จึงสำคัญยิ่งสถานพยาบาลคุณภาพเหนือระดับของโรงพยาบาลของกลุ่ม BCH จึงเป็นนับเป็น ศูนย์การเก็บเซลล์เพื่อการฝากเก็บสเต็มเซลล์และเซลล์ภูมิคุ้มกัน (Cell Harvesting Center) ที่ดีเลิศด้วยประการทั้งปวง"

           ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล  จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในส่วนของบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กลุ่มโรงพยาบาลการุญเวช และกลุ่มโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล เป็น กลุ่มโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศไทย มีทั้งหมด 14 สาขาในประเทศไทย และ 1 สาขาในต่างประเทศ โดยมีวิสัยทัศน์เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจการบริการด้านสุขภาพทั้งในประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  บริษัทมุ่งมั่นที่จะให้บริการทางการแพทย์ พร้อมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่ทันสมัยและครบวงจรเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้มาใช้บริการ  โดยพันธกิจหนึ่งของบริษัทฯเรา คือ เราจะร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจ ในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์ความสำเร็จร่วมกัน เราจะมอบความไว้วางใจในด้านการบริการสุขภาพเพื่อให้โรงพยาบาลของเราเป็นหนึ่งในใจผู้ป่วย และวันนี้เมื่อเราร่วมมือกับ เมดีซ กรุ๊ป ในการจัดตั้งศูนย์การเก็บเซลล์เพื่อการฝากเก็บสเต็มเซลล์และเซลล์ภูมิคุ้มกัน (Cell Harvesting Center) ยิ่งเป็นการยืนยันถึงศักยภาพของเราในการดูแลคนไข้ได้อย่างรอบด้าน

           การเปิดศูนย์การเก็บเซลล์เพื่อการฝากเก็บสเต็มเซลล์และเซลล์ภูมิคุ้มกัน (Cell Harvesting Center) ของโรงพยาบาลของกลุ่ม BCH นั้น เพื่อรองรับการให้บริการสำหรับผู้รับบริการทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด รวมถึงผู้รักสุขภาพจากนานาชาติ ที่มีความต้องการฝากเก็บสเต็มเซลล์และเซลล์ภูมิคุ้มกันที่มีคุณภาพดี ทำให้ทุกขั้นตอนปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ได้คือการวางรากฐานของสุขภาพสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ด้วยโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ระดับสูงและบริการที่น่าประทับใจของโรงพยาบาลของกลุ่ม BCH.




วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

งาน Future Energy Asia 2024 ที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ 15-17 พฤษภาคมนี้ อิตาลีพาวิเลียนนำเทคโนโลยีสุดล้ำมาร่วมขับเคลื่อนพลังงานแห่งอนาคต

งาน Future Energy Asia 2024

ที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ 15-17 พฤษภาคมนี้

อิตาลีพาวิเลียนนำเทคโนโลยีสุดล้ำมาร่วมขับเคลื่อนพลังงานแห่งอนาคต

        สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยและสำนักงานข้าหลวงพาณิชย์อิตาลี ภูมิใจนำเสนอเทคโนโลยีสุดล้ำจาก 8 บริษัทชั้นนำของอิตาลี ในงาน Future Energy Asia 2024 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 ถึง 17 พฤษภาคม 2567 นี้ ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

        งาน Future Energy Asia 2024 จัดขึ้นภายใต้ธีม "Powering a resilient and low carbon energy future” สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการร่วมกัน ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม เพื่อรับมือกับความท้าทาย ในการเปลี่ยนแปลงสู่พลังงานคาร์บอนต่ำหรือพลังงานสะอาดที่มีความเหมาะสมสำหรับอนาคต

        ทั้งนี้ ฯพณฯ นาย เปาโล ดิโอนิซี เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ ประเด็นนี้ว่า “การนำแหล่งพลังงานหมุนเวียนมาใช้เพื่อเสริมสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง"

        นางเปาลา กุยดา ข้าหลวงพาณิชย์อิตาลีประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ไทยและอิตาลีมีเป้าหมายที่สอดคล้องกันในการบริหารการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญยิ่งสำหรับอนาคต โดยประเทศไทยตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนพลังงาน           หมุนเวียนให้ได้ 30% ภายในปี 2580 และบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593  “งานนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้นำอุตสาหกรรมพลังงานของไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียที่จะได้มาพบปะ เชื่อมโยง แลกเปลี่ยนความคิด และประสบการณ์กัน”

        ผู้เยี่ยมชมงาน Future Energy Asia 2024 จะได้พบกับ Italian Pavilion ซึ่งประกอบด้วยการจัดแสดงนิทรรศการจาก 8 บริษัทชั้นนำของอิตาลีที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลายในภาคส่วนต่างๆ ของอุตสาหกรรมพลังงานได้แก่:

1. ASCOT: ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตพลังงานสีเขียวและพลังงานหมุนเวียนแบบผสมผสาน

2. BLUE GROUP: ผู้นำด้านวิศวกรรมและการออกแบบยานยนต์ รถไฟ และการบินและอวกาศ

3. CESI: บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคนิคและวิศวกรรมชั้นนำของโลกในด้านพลังงานไฟฟ้า

4. HT: ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์คุณภาพไฟฟ้าและการทดสอบความปลอดภัยด้านไฟฟ้า

5. MOIWUS: สตาร์ทอัพเทคโนโลยีสะอาดที่เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมไฮเทคสำหรับการบำบัดน้ำเสียและการรีไซเคิล

6. Nidec Industrial Solutions: ผู้ให้บริการชั้นนำด้านการแปลงพลังงาน การจัดการพลังงาน โครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็ก และ การจัดเก็บพลังงานแบตเตอรี่

7. REPCo: ผู้เชี่ยวชาญออกแบบกระบวนการที่ครอบคลุมสำหรับโครงการพลังงานต่างๆ

8. RINA: บริษัทที่มากด้วยประสบการณ์ระดับนานาชาติในด้านวิศวกรรม การให้คำปรึกษา การตรวจสอบ และการรับรองสำหรับภาคพลังงาน

        บริษัทดังกล่าวคือตัวแทนของเทคโนโลยีล้ำสมัย และความเชี่ยวชาญขั้นสูงในการบริหารจัดงานโรงไฟฟ้า วิศวกรรม พลังงานสีเขียว การจัดการน้ำเสีย อิเล็กทรอนิกส์กำลัง และบริการให้คำปรึกษาในด้านอุตสาหกรรมพลังงาน

“Italian Pavilion ในงาน Future Energy Asia 2024 จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอิตาลีในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและความยั่งยืนในภาคพลังงาน” ฯพณฯ เอกอัครราชทูต ดิโอนิซี กล่าว "เราพร้อมที่จะส่งเสริมสัมพันธภาพ และความร่วมมือกันเพื่อนำไปสู่อนาคตของพลังงานคาร์บอนต่ำ"

       สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถชมได้ที่ Facebook Page: ITA Bangkok


         

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                           

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก  ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ ...