วันพุธที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2567

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซับน้ำตา บรรเทาทุกข์ผู้ประสบอัคคีภัย บริเวณชุมชนสินทรัพย์เก่า ซอยรามคำแหง 39

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซับน้ำตา บรรเทาทุกข์ผู้ประสบอัคคีภัย

บริเวณชุมชนสินทรัพย์เก่า ซอยรามคำแหง 39  แขวงวังทองหลาง กรุงเทพฯ

         ตามที่ได้เกิดอัคคีภัยบ้านเรือนประชาชนบริเวณชุมชนสินทรัพย์เก่า ซอยรามคำแหง 39 ถนนรามคำแหง แขวงวังทองหลาง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งเพลิงไหม้ในครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก

          มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ พร้อมด้วยนายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ  นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย จำนวน 25 ครอบครัว 56 คน โดยมอบเงินสดคนละ 3,000 บาท พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภครายครอบครัว15 ชุด รายบุคคล 10 ชุด รวมมูลค่าการช่วยเหลือทั้งสิ้น 220,500 บาท (สองแสนสองหมื่นห้าร้อยบาทถ้วน)

          ในการนี้ มูลนิธิไกรสิทธิการกุศล มอบเงินสดคนละ 400 บาท จำนวน 56  คน มูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ มอบเงินสดครอบครัวละ 500 บาท จำนวน 25  ครอบครัว และมูลนิธิพุทธสมาคมปทุมรังษี  มอบข้าวสารให้คนละ 10 กิโลกรัม จำนวน 56 คน คิดเป็นมูลค่าการช่วยเหลือทั้งสิ้น 263,800  บาท (สองแสนหกหมื่นสามพันแปดร้อยบาทถ้วน) โดยมีนายสรวุฒิ ลันสุชีพ หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ  สำนักงานเขตวังทองหลาง พร้อมด้วย นางนฤมล ขอดอนุ หัวหน้าฝ่ายรายได้  ร่วมในพิธี ณ บริเวณสำนักงานเขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ เมื่อวันอังคารที่ 16 มกราคม 2567

          ตลอดระยะเวลา 114 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา  เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ต่อไป

           ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung  

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418 

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

“สุดาวรรณ” รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ประกาศพลิกโฉมท่องเที่ยวและกีฬาไทยในปี 2567

“สุดาวรรณ” รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ประกาศพลิกโฉมท่องเที่ยวและกีฬาไทยในปี 2567

         นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว จัดงานประกาศแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วาง 7 นโยบายขับเคลื่อนท่องเที่ยวและกีฬา ใช้ Soft Power เป็นขุมพลังใหม่ พลิกโฉมท่องเที่ยวและกีฬาไทยในปี 2567 ต่อสื่อมวลชน โดยมีนายสุพจน์ วงศ์จรัสรวี คณะปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายอารัญ บุญชัย ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว นาวาเอก อธิคุณ คงมี อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. พลตำรวจโท ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมด้วย ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 1 สำนักงานปลัดกระทรวงการห่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ เมื่อวันพุธที่ 17 มกราคม 2567



       นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประกาศเป้าหมายการทำงนปี 2567 สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 3.5 ล้านล้านบาท เพิ่มส่วนแบ่งมูลค่ากีฬาไทยให้ได้ 1% ของอุตสาหกรรมกีฬาโลก คิดเป็นมูลค่า 455,800ล้านบาท วาง 7 นโยบายขับเคลื่อนท่องเที่ยวและกีฬา ใช้ Soft Power เป็นขุมพลังใหม่


        นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในปี 2567 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาขอประกาศนโยบายที่สำคัญที่จะ “พลิกโฉมการท่องเที่ยว และกีฬาของไทย” ด้วยการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 3.5 ล้านล้านบาท และเพิ่มส่วนแบ่งมูลค่ากีฬาไทยที่มีเพียง 0.58% ในขณะนี้ให้เป็น 1% จากอุตสาหกรรมกีฬาโลกที่มีขนาด 45.58 ล้านล้านบาท คิดเป็นมูลค่า 455,800 ล้าน บาทให้ได้
"เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มอบนโยบายให้หัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงานในสังกัด กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้ว มีความมุ่งมั่นและตั้งใจว่าในปี 2567 เราจะเติบโต ไปพร้อมๆ กัน จับมือไปด้วยกันกับทุกภาคส่วน ดิฉันจะเน้นการบูรณาการกับทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ จะพูดจากันมากขึ้น บูรณาการกันมากขึ้น เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายได้อย่างว่องไว"


          สำหรับนโยบายที่กระทรวงฯ จะขับเคลื่อนในปี 2567 มี 7 นโยบายหลักๆ
          นโยบายแรกคือ การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในปี 2567 จากเชิงปริมาณเข้าสู่โหมดของคุณภาพ ทั้งมิติของในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งนายกรัฐมนตรีต้องการให้บรรยากาศการท่องเที่ยวของประเทศไทยคึกคักตลอดทั้งปี ทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทย
"ประเทศไทยต้องมี High season on year round tourism destination คือ เที่ยวได้ทั้งปี หรือเที่ยวได้ ทั้ง 365 วัน จึงได้เตรียม Event ต่างๆ ไว้มากมาย อาทิ เทศกาลตรุษจีน เทศกาลสงกรานต์ ที่จะจัดให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เพราะยูเนสโก้เพิ่งประกาศขึ้นทะเบียนให้สงกรานต์ในประเทศไทย เป็นรายการในบัญชีตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ จึงต้องยกระดับกิจกรรม Event ต่างๆ ในระดับชุมชนให้เป็น Event ในระดับนานาชาติ เป็นการกระตุ้นการไปท่องเที่ยวเมืองรอง จะทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาตลาดเดิม และเจาะตลาดนักท่องเที่ยวใหม่ๆ ได้ต่อเนื่อง”


          นโยบาย 2 กระทรวงฯจะใช้ Soft Power เป็นพลังในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการกีฬาของประเทศไทยให้เป็น “Engine the New Power” และจุดเด่นของ Soft Power ก็จะมีในเรื่องของกีฬาเข้ามาเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนด้วยและเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศไทยในสายตาชาวโลกที่สำคัญ และเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน demand ของการท่องเที่ยวและการกีฬาได้เป็นอย่างดี
         นโยบายที่ 3 ประเทศไทยให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยทั้ง Hospitality และ Safety โดยต้องทำให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นว่า “เมืองไทยปลอดภัย” มาแล้วได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ต้องเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายและปราบปรามการเอาเปรียบ หลอกลวงนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยของเรา
        นโยบายที่ 4 เรื่อง Responsibility เราต้องทำให้การท่องเที่ยวนั้นยั่งยืน ซึ่งเรื่องนี้ เป็นนโยบายที่พูดกันมานานแล้ว แต่ในปี 2567 จะนำเรื่องนี้มาขับเคลื่อนให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นจริงๆ การท่องเที่ยวจะยั่งยืนได้ต่อเมื่อ “ท้องถิ่น” ต้องมาร่วมขับเคลื่อนด้วยกัน


        นโยบายที่ 5 จะใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการกระชับความสัมพันธ์ของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสานต่อนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางเชื่อมโยงภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ปลายเดือนนี้ จะมีประเด็นพูดคุยที่สำคัญคือ ASEAN Connect ที่จะทำให้เกิดการเดินทางเชื่อมโยงทางอากาศ ทางน้ำ และทางบก


        นโยบายที่ 6 มีนโยบายที่จะขับเคลื่อนด้านกีฬาพื้นฐาน โดยวางระบบการพัฒนาทั่วประเทศเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริม พัฒนาการการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา ทุกคนสามารถออกกำลังกายเป็นวิถีชีวิต สามารถเข้าถึงกีฬาได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งคนทั่วไป ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งจะมีการส่งเสริมกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ กีฬาเพื่อการอาชีพที่จะต้องพัฒนากีฬาทุกระดับและบุคลากร รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา และนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาเพิ่มสมรรถนะให้กับนักกีฬาไทยให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อแข่งขันในระดับนานาชาติ หรือกีฬาอาชีพ และต้องผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติและระดับโลก สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ สุดท้ายคือ E-Sport ถือเป็นกิจกรรมกีฬาใหม่ที่ต้องส่งเสริมเพราะสามารถสร้างทักษะให้กับเยาวชนและ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างมาก
              และ นโยบายที่ 7 การเตรียมพร้อมสำหรับมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ ซึ่งปี 2567 จะมีรายการแข่งขันระดับนานาชาติหลายรายการทั้งการส่งนักกีฬาไปร่วมแข่งขันกีฬา โอลิมปิกปารีส 2024 และการเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขัน ได้แก่/ เอเชียนอินดอร์ และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์/ จักรยานยนต์โมโตจีพี/ เจ็ตสกีชิงแชมป์โลก/ ฮอนด้า แอลพีจี เอ ไทยแลนด์ 2024/ รวมถึงการเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในปี 2568 ซึ่ง มี 3 จังหวัดร่วมเป็นเจ้าภาพ คือ กรุงเทพ ชลบุรี และสงขลา

               
           สำหรับความสำเร็จของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปี 2566 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งสิ้น 28 ล้านคน เศษ เกินกว่าเป้าหมายที่เราตั้งไว้ ส่วนรายได้รวมจากนักท่องเที่ยวปี 2566 ตั้งเป้าไว้ที่ 2.38 ล้านล้านบาท แต่สรุปตัวเลขเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา พบว่า ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 100 จากปี 2565
            ส่วนผลงานด้านกีฬาในปี 2566 นักกีฬาของเรามีผลงานในชนิดกีฬาสากลที่ดีขึ้น และนอกจากนี้ ประเทศไทยได้มีการจัดกีฬาในระดับนานาชาติ ได้แก่ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2023 ครั้งที่ 16 การแข่งขันรายการโมโตจีพี 2023 การจัดการแข่งขันรายการวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2023 ซึ่งทุกรายการมีแฟนกีฬาทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศเข้าชมเป็นจำนวนมาก สามารถสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น และผู้ประกอบการได้เป็นจำนวนมาก

วันอังคารที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2567

Phrae Creative Festival 2024 เที่ยวแพร่สนุกสุขทั้งปี

Phrae Creative Festival 2024 เที่ยวแพร่สนุกสุขทั้งปี

      นายชุติเดช มีจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานแถลงข่าวเตรียมจัดกิจกรรม "Phrae Creative Festival 2024 เที่ยวแพร่สนุกสุขทั้งปี เพื่อตอกย้ำ #แพร่เมืองสร้างสรรค์" ระหว่างวันที่ 16-18 กุมภาพันธ์ 2567 ณ สวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ร.9 อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ โดยมีนายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ (แพร่-อุตรดตย์) พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ เข้าร่วมให้การสนับสนุนการจัดงานฯ

        การจัดกิจกรรม "Phrae Creative Festival 2024 เที่ยวแพร่สนุกสุขทั้งปี เพื่อตอกย้ำ #แพร่เมืองสร้างสรรค์" ในครั้งนี้ เพื่อผลักดันให้แพร่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว


         ทั้งนี้จังหวัดแพร่ได้มีการเตรียมความพร้อมการผลักดันให้แพร่ ก้าวขึ้นสู่เมืองหลัก ผ่านกิจกรรมเทศกาลงานประเพณีต่างๆ และสถานการณ์ท่องเที่ยวในห้วงเทศกาลปีใหม่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพัก เที่ยว และใช้จ่าย เกิดรายได้เข้าพื้นที่จำนวนมาก

          สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจภายในงานฯ ระหว่างวันที่ 16-18 กุมภาพันธ์ 2567 มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น งาน Minilight & Sound การแสดงผลงานศิลปะ ผลิตภัณฑ์ชุมชน การโชว์ผลงานสร้างสรรค์ของกลุ่มเยาวชนชาติติพันธ์และชุมชนต่างๆทั่วจังหวัดแพร่ เป็นต้น
#แล้วปะกั๋นเน้อครับ
#อะเมซิ่งเมืองรอง

ททท. สำนักงานแพร่ ร่วมแถลงข่าวงานประเพณีตากธัมม์ ตานข้าวใหม่ หิงไฟพระเจ้า ประจำปี 2567

ททท. สำนักงานแพร่ ร่วมแถลงข่าวงานประเพณีตากธัมม์ ตานข้าวใหม่ หิงไฟพระเจ้า ประจำปี 2567

นายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ (แพร่-อุตรดิตย์) ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “ประเพณีตากธัมม์ ตานข้าวใหม่ หิงไฟพระเจ้า” และร่วมสมโภชพระเจ้าใจ๋ดี ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นโดยจังหวัดแพร่ วัฒนธรรมจังหวัดแพร่ พระพุทธศาสนาจังหวัดแพร่ อำเภอสูงเม่น วัดสูงเม่น ททท. สำนักงานแพร่ (แพร่-อุตรดิตถ์) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง งาน “ประเพณีตากธัมม์ ตานข้าวใหม่ หิงไฟพระเจ้า” และร่วมสมโภชพระเจ้าใจ๋ดี ในรอบปีที่ 187 ระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2567 ณ วัดสูงเม่น อ .สูงเม่น จ.แพร่



งานประเพณีตากธัมม์เป็นงานประเพณีที่สำคัญของ จ.แพร่ อีกทั้งวัดสูงเม่นนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและมีประวัติอันยาวนาน ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรม Workshop ห่อคัมภีร์ธัมม์แห่งเดียวของจังหวัดแพร่ และเป็นแหล่งรวบรวมคัมภีร์ใบลานมากที่สุดในประเทศไทย มีปูชนียบุคคล “หลวงปู่ครูบามหาเถร” ปฐมสังฆครูบาของล้านนา ผู้เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดสูงเม่น และเป็นผู้มีคุณูปการต่อพระพุทธศาสนาอย่างมาก



งาน “ประเพณีตากธัมม์ ตานข้าวใหม่ หิงไฟพระเจ้า” และร่วมสมโภชพระเจ้าใจ๋ดี ในรอบปีที่ 187 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 มกราคม 2567 ณ วัดสูงเม่น อ .สูงเม่น จ.แพร่ โโยภายในงานจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิเช่น ขบวนแห่ธัมม์ยาวที่สุดในโลก ชมการเสนอผ้าคู่บุญ แพร่ธัมม์ การเสวนาพระเจ้าล้านนา หลักธรรม คำสอน ความเชื่อผ่านงานพุทธศิลป์ พิธีตากธัมม์ พิธีหิงไฟพระเจ้า เป็นต้น

ททท. ผลักดัน Soft Power ไทย ด้วยโครงการ THAILAND SOFT POWER X GUINNESS WORLD RECORDS™ CHALLENGE

ททท. ผลักดัน Soft Power ไทย ด้วยโครงการ THAILAND SOFT POWER X GUINNESS WORLD RECORDS™ CHALLENGE 

ค้นหาสุดยอดผู้เข้าแข่งขัน 5 คนจาก 5 หมวดการแข่งขันที่สุดของโลก

        นายสุพจน์ วงศ์จรัสรวี คณะปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เกียรติเป็นประธานในงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “THAILAND SOFT POWER X GUINNESS WORLD RECORDS™ CHALLENGE” นำเสนอ Soft Power 5F ของไทย ได้แก่ Food (อาหาร) Fashion (การออกแบบแฟชั่นไทย) Film (ภาพยนตร์) Fight (มวยไทย) และ Festival (เทศกาลประเพณีไทย) เพื่อขานรับนโยบาย Soft Power ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยมี นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. และตัวแทนครีเอเตอร์จาก TikTok ร่วมเสวนาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม THAILAND SOFT POWER X GUINNESS WORLD RECORDS™ CHALLENGE ได้แก่ คุณกฤษนัย บัวศรี ครีเอเตอร์ TikTok @ohm_plengg ตัวแทน Food คุณสาธิดา ปานสิทธิชัย ครีเอเตอร์ TikTok@wonderdastory ตัวแทน Fashion คุณศตวรรษ นักบุญ ครีเอเตอร์ TikTok@topmie ตัวแทน Film คุณภัคนิพัทธ์ สุดงาม ครีเอเตอร์ TikTok@nuttopak ตัวแทน Fight คุณสุภาภรณ์ สกีน ครีเอเตอร์ TikTok@kruyuy.supaporn ตัวแทน Festival เข้าร่วมแถลงข่าว ณ อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เมื่อวันที่16 มกราคม 2567 โดยครีเอเตอร์ทั้ง 5 ท่าน จะร่วมกับการสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจบน TikTok ตามแนวทางของครีเอเตอร์แต่ละท่าน เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างพร้อมเชิญชวนผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมแข่งขันในวันที่ 21 – 27 กุมภาพันธ์ 2567 ณ พาร์คพารากอน สยามพารากอน

       นายสุพจน์ วงศ์จรัสรวี คณะปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กิจกรรม “THAILAND SOFT POWER X GUINNESS WORLD RECORDS™ CHALLENGE” เป็นการขานรับนโยบายยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่ได้จัดตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดโลก เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่าน Soft Power ในแง่ของการแสดงอัตลักษณ์สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวไทย เพื่อทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำด้าน Soft Power รวมถึงดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

       นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า สำหรับการจัดกิจกรรม “THAILAND SOFT POWER X GUINNESS WORLD RECORDS™ CHALLENGE” ครั้งนี้ ททท. ได้ร่วมกับ GUINNESS WORLD RECORDS™ จัดการแข่งขันใน 5 หัวข้อที่สุดของโลก ได้แก่ 1) ใส่นวมต่อยลูกโป่งแตกมากที่สุดใน 1 นาที 2) ใส่กางเกงช้างเยอะที่สุดใน 1 นาที 3) กินสตรีทฟู้ด (ปาท่องโก๋) มากที่สุดใน 1 นาที 4) ใส่หน้ากาก (หน้ากากผีตาโขน) ได้มากที่สุดใน 1 นาที 5) กินป๊อบคอร์นได้เยอะที่สุดใน 1 นาที โดยการแข่งขันแต่ละรายการได้เลือกเอาสินค้าท่องเที่ยวและ Soft Power ซึ่งเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างชาติมานำเสนอ อาทิ ปาท่องโก๋ ได้ติดอันดับ 1 ใน 5 ขนมสตรีทฟู้ดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกจาก TasteAtlas กางเกงช้างเป็นที่รู้จักและเป็นของฝากยอดนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ มวยไทยเป็นกีฬาซึ่งมีชื่อเสียงในระดับโลก และเทศกาลผีตาโขนซึ่งเป็นศิลปวัฒนธรรมเฉพาะถิ่นที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

       กิจกรรมจะจัดขึ้นในวันที่ 21 – 27 กุมภาพันธ์ 2567 ณ พาร์คพารากอน สยามพารากอน แบ่งออกเป็นรอบ รอบละ 10 นาที หมุนเวียนตามลำดับ ได้แก่ กินปาท่องโก๋มากที่สุด (ผู้แข่งขันรอบละ 10 คน) ใส่นวมต่อยลูกโป่งแตกมากที่สุด (ผู้แข่งขันรอบละ 3 คน) กินป๊อบคอร์นได้เยอะที่สุด (ผู้แข่งขันรอบละ 10 คน) ใส่กางเกงช้างมากที่สุด (ผู้แข่งขันรอบละ 10 คน) ใส่หน้ากากผีตาโขน ได้มากที่สุด (ผู้แข่งขันรอบละ 10 คน) โดยมีลำดับการจัดกิจกรรมในแต่ละวัน ดังนี้

- วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 เริ่มแข่งขันหัวข้อแรกเวลา 12.00 น. – 20.40 น. ตามลำดับ รวมการแข่งขันทั้งหมดหัวข้อละ 9 รอบ

- วันที่ 22 – 26 กุมภาพันธ์ 2567 เริ่มแข่งขันหัวข้อแรกเวลา 11.00 น. – 20.40 ตามลำดับ  รวมการแข่งขันทั้งหมดหัวข้อละ 10 รอบ

- วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 คณะกรรมการตรวจสอบผลการแข่งขันจาก VDO ที่ถูกบันทึกไว้ระหว่างการแข่งขันของผู้ที่ทำสถิติสูงสุดเป็นอันดับที่ 1 พร้อมบันทึกสถิติและรับประกาศนียบัตรจาก Guinness World Records

       โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมแข่งขันผ่านเว็บไซต์ของโครงการ หรือสมัครที่จุดลงทะเบียนฃภายในงาน โดยสามารถลงแข่งขันได้มากกว่า 1 รายการ และเลือกลงแข่งขันในแต่ละหัวข้อได้ไม่เกิน 3 ครั้ง

         ผู้เข้าแข่งขันที่ชนะการแข่งขันในลำดับที่ 1 - 10 ของแต่ละหัวข้อจะได้รับของรางวัล ดังนี้ ผู้ชนะลำดับที่ 1 จะได้รับใบประกาศเกียรติคุณ “Guinness World Records” พร้อม Voucher ท่องเที่ยว และเงินรางวัลมูลค่า 10,000 บาท ผู้ชนะลำดับที่ 2 จะได้รับ Voucher ท่องเที่ยว และเงินรางวัลมูลค่า 5,000 บาท ผู้ชนะลำดับที่ 3 จะได้รับ Voucher ท่องเที่ยว และเงินรางวัลมูลค่า 3,000 บาท ผู้ชนะลำดับที่ 4 ถึงลำดับที่ 10 จะได้รับ Voucher ท่องเที่ยวเป็นของที่ระลึก

         นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่เข้าชมงาน “THAILAND SOFT POWER X GUINNESS WORLD RECORDS™ CHALLENGE”  สามารถร่วมกิจกรรมออฟไลน์ได้ที่บูธกิจกรรม แชะ แชร์ เช็คอิน ด้วยการถ่ายภาพบรรยากาศภายในงาน โพสต์ลงในสื่อ Social Media อาทิ Facebook, Instagram, X และ TikTok พร้อมติด #THAILANDSOFTPOWERCHALLENGE และรับของที่ระลึกมากมาย มากไปกว่านั้น สำหรับผู้ที่รีวิวบรรยากาศภายในงานหรือสร้างสรรค์เนื้อหาโปรโมต Soft Power (5F) ลงบน TikTok ผ่าน #THAILANDSOFTPOWERCHALLENGE ยังสามารถลุ้นรับของที่ระลึกจากทางโครงการฯ จำนวน 30 รางวัล อีกด้วย

       ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน ได้ที่ www.tourismthailand.org/thailandsoftpowerchallenge

THAILAND SOFT POWER BIDS TO ENTER THE GUINNESS WORLD RECORDS™

For the First time in Thailand.. A unique challenge and exclusive invitation to Thai and Foreign visitors to make history and enter the GUINNESS WORLD RECORDS™. 

Between Feb 21-27 at Parc Paragon, the Siam Paragon shopping centre in Central Bangkok.

Another mind-blowing experiential event organised by the Ministry of Tourism and Sports and the Tourism Authority of Thailand.

Participants will get a chance to set a world record and put THAILAND SOFT POWER on the global map. Many other prizes are lined up.

Thailand has many great stories to narrate, be it be food, fashion, film, fight and festivals. All will make you fall in love with Thailand every day.

Come join the challenge together. You may become one of the first 5 Thailand Soft Power (5F) representatives to be listed in the  GUINNESS WORLD RECORDS™. 

See you soon.

#Tourism Authority of Thailand #AmazingThailand #ThailandSoftPower #GUINNESSWORLDRECORDS™

THAILAND SOFT POWER X GUINNESS WORLD RECORDS™ CHALLENGE






WELL THAiLAND เปิดศักราชใหม่ กับ Project LightUp 2024

WELL THAiLAND เปิดศักราชใหม่ กับ Project LightUp 2024

     WELL THAiLAND ค่ายผู้ผลิตคอนเทนต์น้องใหม่  เดินหน้าเปิดศักราชใหม่ด้วยการจัดงาน "WELL THAiLAND Project LightUp 2024" แนะนำนักแสดงนำในคอนเทนต์ต่างๆ ของปี 2024 กว่า 50 ชีวิต ซึ่งแผนการผลิตผลงานในปี 2024 ของทางค่ายประกอบด้วย 1 ภาพยนตร์ 6 ซีรีส์ 5 งานเพลงและดนตรี 1 รายการท่องเที่ยว พร้อมเปิดตัวศิลปินภายใต้ สังกัด WELL THAiLAND's Artists 2024 ทั้ง 19 คน โดยมีแขกผู้มีเกียรติในแวดวงสังคม บุคคลในวงการบันเทิงทั้งเบื้องหนhkและเบื้องหลัง พันธมิตร ลูกค้า และเอเจนซี่  รวมทั้งสื่อมวลชน ร่วมงานอย่างคับคั่ง ที่ลาน Infinicity Hall และ โรงภาพยนตร์ Screen X พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ชั้น 5 – 6 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

      สำหรับกิจกรรมในงานเริ่มต้นด้วยการกลับมาของ "คุณเอ๋-รภัทกร พงศ์วัทธิกร" ในฐานะ CEO & Co-Founder WELL THAiLAND โดยได้รับเกียรติจากคุณประพาฬรัตน์ ชัยชูพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนารายการและปฏิบัติการธุรกิจ ผู้แทนสถานีโทรทัศน์ช่อง GMM25 บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จํากัด (มหาชน) ในฐานะ Media Partner ร่วมเปิดตัวแนะนำ Project แรก อย่าง ซีรีส์ "เปลี่ยนฝันเป็นนาย Born To Be Y The Series" ซึ่งจะออกอากาศทางช่อง GMM25 และ แอปพลิเคชัน oneD ในวันพุธที่ 6 มีนาคม 2567 นี้

       ต่อด้วย Project 1 ภาพยนตร์ เรื่อง "High School Open Day อาถรรพ์วันเปิดเทอม" หนังผี เรื่องราวสยองขวัญและอาถรรพ์วันเปิดเทอมในสัปดาห์แรกของการเปิดเทอมที่จะมีการเลือกตั้งประธานนักเรียน แต่ทุกๆ ปีจะมีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาจากไปทำพิธีกรรมบางอย่าง นำแสดงโดย เบน เบนจมินทร์, ดอลลาร์ พชร, เจเจ ชาคริยา, ภูมิ ณัฐกรณ์, ฟิล อธิกศิษฎ์, ณัฐ ณัฐชนน, พี ชานน, แชมป์ ภราดร, บู๊ค บุญยกร, มิกซ์ กิตติศักดิ์, ริว รวินทร์, แน็ค ชลกร และ เจสัน Junwei 

       ตามด้วย 6 ซีรีส์ 6 รสชาติที่น่าติดตาม เริ่มด้วยเรื่องแรก "รักกันต์ได้ไหม Can I Love You ?" เรื่องราวออฟฟิศออแกไนซ์แห่งหนึ่งที่มีกฎเหล็กว่า ห้ามพนักงานเป็นแฟนกัน แต่ถ้าวันหนึ่ง CEO เจ้าของบริษัทตกหลุมรักพนักงานน้องใหม่เสียเอง เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร นำแสดงโดย ท็อป สุรเชษฐ์, โฟล์ค ธรรศ, บุ๊ค ชารุจ, พอร์ช จิตติพล, เฟิร์น วรางคณา, โอลีฟ อรัญญา, ออมสิน สุพิทชา และคิม ปรมินทร์

       เรื่องที่ 2 "Go Alone With Me รักระหว่างทาง" ที่ได้นักแสดงตัวพ่อของซีรีส์วายอย่าง หล่ง ซื่อ ลี มาประกบ เกรน อรรถพันธ์ นักแสดงดาวรุ่ง เป็นเรื่องราวของบล็อกเกอร์หนุ่มที่เจอมรสุมโซเชียลถล่ม แล้วออกเดินทางมาเจอโฮสเทลคาเฟ่แห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง จึงได้ที่พักกายและพักใจไปพร้อมๆ กันในเวลาเดียว นำแสดงโดย หล่ง ซื่อ ลี, เกรน อรรถพันธ์, โอม พัชรพล, บอส อชิตพล, ออโต้ สฐิรพงศ์, คอมแบท ภาณุมาศ, แม็บ วรรธนะ, ป็อก นิธิกร, ต้าและร์ อภิวัฒน์, และเป้ ฉัตรดนัย

        เรื่องที่ 3 "เปิดเทอมตาย Term Begin" จักรวาลเดียวกันกับภาพยนตร์ เมื่อปริศนาอาถรรพ์การตายที่เกิดขึ้นทุกๆ ปี จะต้องมีใครสักคนมาช่วยหาคำตอบ ซีรีส์เรื่องนี้จะค่อยๆ พาคุณไปไขปมปริศนาของเรื่อง ให้คุณได้หลอนผวาไปพร้อมๆ กับความตายของนักเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ นำแสดงโดย แฟรงค์ วรชัย, เส้นปอ ณภัทร, เจเจ ชาคริยา, ไกด์ ปิยวัฒน์, มาร์ค ลักษณ์กวิน, ณัฐ ณัฐชนน, พี ชานน, แชมป์ ภราดร, บู๊ค บุญยกร, มิกซ์ กิตติศักดิ์, ริว รวินทร์, แน็ค ชลกร และเจสัน Junwei

       เรื่องที่ 4 "Black Forest ไม้ หลง ดิน" เรื่องราวในค่ายปฏิบัติการพิเศษที่นำ 8 คน 8 ที่มา 8 สายอาชีพ ไปเก็บตัวฝึกกลางป่า โดยพวกเขาต้องเลือกที่จะทิ้งทุกอย่างแม้คนที่ตัวเองรัก เพื่อมาร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ พบการโคจรมาเจอกันของ 3 นักแสดงนำอย่างกัน ณภัทร, หล่ง ซื่อ ลี, ไฮด์ ศรุญสธร ร่วมด้วย แซน ปรานต์, ชิชา ชิชากร ไอดอลสาวจาก Berry Berry และ เกรน อรรถพันธ์, ออโต้ สฐิรพงศ์, ต้าร์ อภิวัฒน์, บุ๊ค ชารุจ, พอร์ช จิตติพล, โอม พัชรพล และบอส อชิตพล

 

      เรื่องที่ 5 "The Back Stage ความลับหลังเวที" โปรเจคพิเศษ ที่ WELL THAiLAND ร่วมกับ The Knot Thailand Season 3 นำผู้ชนะการประกวดมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราววงการนายแบบ ฟาดแหลก แฉไม่ยั้ง นำแสดงโดย แม่น็อต แม็กซิม, อ้วน รีเทิร์น, ป้อม วินิจ, เก่ง ธชย, กำปั้น บาซู, ไช ไชยา กรุง และมีน ณัฐกฤต

 

      เรื่องที่ 6 "เติมฝันเพื่อวันของเรา" หรือ "Born To Be Y The Series Season 2" ที่จะกลายเป็นซีรีส์กึ่งเรียลลิตี้ในการออดิชั่นนักแสดงในสังกัดของ WELL THAiLAND

       ปิดท้ายงานซีรีส์ ด้วย Project พิเศษ อีก 1 เรื่อง "Mafia Prince & Bookworm แรงดึงดูดแห่งรัก" ซีรีส์ Y จากนวนิยาย BL สุดฮิตจากเมือง Texas ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ WELL THAiLAND ได้รับมอบหมายจาก Partner หลัก DFF Studio ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ผลิต เพื่อการออกอากาศในประเทศสหรัฐอเมริกา และ อีกกว่า 10 ประเทศทั่วโลก เป็นเรื่องราวของลูกชายมาเฟีย ที่ต้องติวหนังสือกับหนอนหนังสือสุดเนิร์ด แต่แล้วหนอนหนังสือต้องกลายเป็นสายของตำรวจในการช่วยสืบราชการลับ ความวุ่นวายและปัญหาต่างๆ จึงเกิดขึ้นมากมาย นำแสดงโดย ท็อปแท็ป จารุกิต, เจย์ ปรเมศวร์, ริว รวินทร์, โอม พัชรพล และบอส อชิตพล

       รวมท้ง คุณเอ๋ รภัทกร จะแนะนำแพลนงาน 5 งานเพลงและดนตรี ในรูปแบบ MUSIC STORY ในนาม SYNC ที่จะมีงานเปิดตัวเร็วๆ นี้ และ 1 รูปแบบรายการท่องเที่ยวที่จะนำศิลปินในสังกัดทั้ง 19 คนสลับสับเปลี่ยนกันมาทำหน้าที่พิธีกร พร้อมเปิดตัวศิลปินในสังกัดเวลไทยแลนด์ ทั้ง 19 คน

        ติดตามอัพเดทคอนเทนต์ และข่าวสารของทาง ค่าย WELL THAiLAND ได้ทาง Facebook IG Twitter (X) TikTok และ ช่อง Youtube : Well Thailand

#WELLTHAiLAND

#WELLLIGHTUP2024 

วันจันทร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2567

GQ แบรนด์เสื้อผ้านวัตกรรมเพื่อคนรักงาน ที่จะเปลี่ยน “งานธรรมดา ๆ” ให้กลายเป็น “ภารกิจที่ยิ่งใหญ่”

GQ แบรนด์เสื้อผ้านวัตกรรมเพื่อคนรักงาน ที่จะเปลี่ยน “งานธรรมดา ๆ” ให้กลายเป็น “ภารกิจที่ยิ่งใหญ่”

       GQ Apparel ประกาศจุดยืนผ่าน Tagline ใหม่ “GQ ใส่แล้วเวิร์ค” (GQ workwear that works) ก้าวใหม่สู่การเป็นแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับคนรักงาน

        GQ Apparel เชื่อในศักยภาพของคนรักงานแบบคุณ เสื้อผ้าที่เราผลิตจึงถูกคิดมาซัพพอร์ตเพื่อให้คุณทำงานได้อย่างเต็มที่ด้วยนวัตกรรมต่างๆที่ช่วยแก้ไขปัญหาชีวิตประจำวันของคุณ

      หลังจากนี้นิยามคำว่า “งาน” จะเปลี่ยนไปตลอดกาล นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 เป็นต้นมา พื้นที่ทำงานไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในออฟฟิศเท่านั้น วันจันทร์นั่งทำงานจากที่บ้าน วันอังคารทำงานอยู่คาเฟ่ และวันต่อมาเข้าออฟฟิศเจอเพื่อนร่วมงาน สถานที่ในการทำงานหลากหลายขึ้น เสื้อผ้าสำหรับใส่ทำงานก็เปลี่ยนไป หลาย ๆ อาชีพสามารถเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่ต้องทางการเสมอไปแต่เหมาะสมกับการทำงาน และยังสะท้อนความเป็นมืออาชีพของสายอาชีพของคุณเอง ซึ่งเป็นไอเดียหลักในการสร้างเสื้อผ้าผสานนวัตกรรมของแบรนด์ GQ Apparel 

       GQ Apparel เชื่อในศักยภาพของคนรักงานแบบคุณ เสื้อผ้าที่เราผลิตจึงถูกคิดมาซัพพอร์ตเพื่อให้คุณทำงานได้อย่างเต็มที่ ด้วยนวัตกรรมต่างๆ ที่ช่วยแก้ไขปัญหาชีวิตประจำวันของคุณ

       ด้วยการเปลี่ยนแปลงนี้ GQ Apparel จึงประกาศจุดยืนผ่าน Tagline ใหม่ “GQ ใส่แล้วเวิร์ค” (GQ workwear that works) ก้าวใหม่สู่การเป็นแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับคนรักงาน ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมต่างๆ บนเสื้อผ้า ช่วยแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันและสนับสนุนให้ทุกคนได้ทำงานได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน อายุเท่าไหร่ หรือประกอบอาชีพอะไร เสื้อผ้าของเราก็ตอบโจทย์ครบทุกท่วงท่าตั้งแต่หัวจรดเท้า

        สินค้าไฮไลต์ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี ปรากฎการณ์เสื้อเชิ้ตขาวสะท้อนน้ำ GQWhite™ Shirt เสื้อเชิ้ตผ้าสะท้อนน้ำ, GQ Cool Tech™ กางเกงในไข่เย็น หรือล่าสุดกับ GQ SMELLBLOCK™ Socks ถุงเท้าบล็อกกลิ่น ผ่านการทดลองและทดสอบจริงก่อนการผลิตมาเป็นอย่างดี จนเกิดเป็นนวัตกรรมต่างๆ ที่พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าสามารถทำงานขจัดปัญหาต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมช่วยซัพพอร์ตให้คนรักงานใส่แล้วเวิร์คอย่างแท้จริง

สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ก้าวใหม่ของ GQ Apparel ประกาศจุดยืนเป็นเสื้อผ้าเพื่อ    ”คนรักงาน” ผ่านโฆษณาตัวใหม่ล่าสุดจาก GQ Apparel ที่จะเปลี่ยนนิยามการทำงานแบบเดิมๆ ไปตลอดกาล 

         ผลงานนี้ได้ผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณาชื่อดังระดับโลกอย่างคุณต่อ ธนญชัย ศรศรีวิชัย หนึ่งในผู้กำกับที่ได้รับรางวัลจากคานส์ไลออนส์มากที่สุดในโลก มาร่วมสร้างหนังโฆษณาเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของทัศนคติของคนทำงานที่ดี ที่เล่าถึงคนทำงานคนหนึ่งที่มองทุกเรื่องของการทำงานเป็นเรื่องใหญ่ จริงจัง ซีเรียส จนเปลี่ยน “งานธรรมดาๆ” เป็น “ภารกิจที่ยิ่งใหญ่” ที่ไม่ว่าจะเหนื่อย หนัก สาหัสเท่าไหร่ ก็ยังพร้อมสู้ พร้อมลุย พร้อมแก้ปัญหา

เหมือนกับ GQ Apparel ที่มีภารกิจคือการออกแบบเสื้อผ้าเพื่อคนรักงาน เสื้อผ้าที่เราผลิตจึงถูกคิดมาเพื่อซัพพอร์ตให้คนรักงานได้โชว์ศักยภาพในการทำงานได้อย่างเต็มที่ ด้วยนวัตกรรมบนเสื้อผ้าจาก GQ Apparel ที่พร้อมเวิร์คไปกับคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกท่วงท่า และยังดูเป็นมืออาชีพเพราะไม่ต้องคอยแก้ปัญหารอยเลอะ รอยยับ หรือคราบเหงื่อตลอดทั้งวัน เพื่อให้คนรักงานสามารถโฟกัสกับการทำงานได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องกังวลเรื่องเสื้อผ้าอีกต่อไป ให้ทุกคนสนุกและมีความสุขกับงานที่ทำ ให้ทุกๆ วันคุณ “ใส่แล้วเวิร์ค”

       ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://gqsize.link/WWTOFU

#GQApparel #GQใส่แล้วเวิร์ค #GQworkwear

#Workwearthatworks #เสื้อผ้าของคนรักงาน

เเละ Social Media ทุกช่องทางของ GQ Apparel

Facebook https://www.facebook.com/GQApparel

Instagram https://www.instagram.com/gqapparel_official/

X https://twitter.com/gq_apparel

Tiktok https://www.tiktok.com/@gqapparel



จุฬาฯ​ เปิดพื้นที่สยาม จัดงาน “จุฬาฯ ห่วงใย แรงงานไทยแข็งแรง” ปีที่ 2​

จุฬาฯ​ เปิดพื้นที่สยาม จัดงาน “จุฬาฯ ห่วงใย แรงงานไทยแข็งแรง” ปีที่ 2​  รวมพลังเพื่อแรงงานไทยอย่างยิ่งใหญ่ ชูโมเดลเชื่อมโยงพลังคนอุดมศึกษา-แ...