วันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566

สมาคมนักออกแบบแฟชั่นแห่งฮ่องกงนำเสนอ "JUXTAPOSED 2023"เปิดประสบการณ์ Immersive Show

สมาคมนักออกแบบแฟชั่นแห่งฮ่องกงนำเสนอ "JUXTAPOSED 2023"เปิดประสบการณ์ Immersive Show

ส่งโลกแฟชั่นประชันโลกเสมือนจริงนำ 52 ดีไซเนอร์ฮ่องกงอวดผลงานพร้อม 4  ดีไซเนอร์แบรนด์ไทยรับเชิญ


        สมาคมนักออกแบบแฟชั่นแห่งฮ่องกง (Hong KongFashion Designers Association  - HKFDA) เตรียมจัดงาน “JUXTAPOSED2023 Hong Kong Fashion in Bangkok”  ด้วยความสนับสนุนของ CreateHK หน่วยงานรัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกง นำเสนอผลงานออกแบบแฟชั่นจาก 52 ดีไซเนอร์ฮ่องกง พร้อม 4 แบรนด์ไทยรับเชิญ ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน 2566 นี้ ที่ ICONSIAM กรุงเทพฯ โดยจัดขึ้นเป็นหนึ่งในรายการของเทศกาล “Hong Kong Week 2023@Bangkok”


       นิทรรศการและการแสดงแฟชั่นสุดล้ำระดับเวิลด์คลาสนี้เกิดจากการผสานความคิดสร้างสรรค์อันสุดยอดของโลกแฟชั่น กับเทคโนโลยี่ขั้นสูงโดยทีมงานนวัตกรรม Virtual Reality แถวหน้าของฮ่องกงเพื่อเปิดโอกาส ให้คนไทยได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจระหว่างโลกจริงกับโลกเสมือนจริงซึ่งได้รับความสำเร็จอย่างงดงามมาแล้วในการนำเสนอ JUXTAPOSED 2022 ที่ฮ่องกงเมื่อปีที่แล้ว


       ฮ่องกงพบไทย... โลกเสมือนสัมผัสโลกแห่งความจริง จินตนาการนี้ไม่มีที่สิ้นสุด ในขณะที่โลกแห่งเทคโนโลยีและระบบนิเวศของเมตะเวิร์สได้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอุตสาหกรรมแฟชั่นซึ่งเกี่ยวข้องกับทุกวันของชีวิตก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วด้วยอิทธิพลของเทคโนโลยีเสมือนจริงและ เมตะเวิร์สเช่นกัน และนั่นคือที่มาของแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ ธีมแห่ง "Fashion Meta" ที่จะนำพาผู้ชมท่องโลกของ “JUXTAPOSED 2023 Hong KongFashion in Bangkok” ไปเพลิดเพลินกับผลงานของ 52 ดีไซเนอร์ฮ่องกง หลากรุ่น หลายสไตล์พร้อมดีไซเนอร์รับเชิญชาวไทยจาก 4 แบรนด์ดังต่างแนวซึ่งต่างก็มีเรื่องราวให้ชื่นชม ทั้งในด้านนวัตกรรมและฝีมือเชิงช่างอันยอดเยี่ยมแต่ละชิ้นงาน ที่จัดแสดงในนิทรรศการ คือการตีความแฟชั่นในนิยามใหม่สะท้อนจุดน่าสนใจ ในอัตลักษณ์ที่แตกต่างระหว่างวัฒนธรรมของฮ่องกงและไทย นอกจากผลงานการออกแบบเสื้อผ้ายังมีอุปกรณ์เทคโนโลยี่ และคอลเล็คชั่นภาพเสมือนที่ชวนให้ตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง


       Pop-Up Shop จุดเชื่อมโยงประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์และออฟไลน์แบบไร้รอยต่อ ตลอด 15 วันของการจัดงาน ผู้สนใจจะได้พบกับ Pop-Up Shopที่ผนวกความสนุกของการช้อปทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ โดยสามารถชมผลงาน แฟชั่นที่จัดแสดง ในนิทรรศการ และสั่งซื้อทางออนไลน์ ได้ทันทีในที่เดียวกันนับเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ไปไกลกว่าการชมนิทรรศการทั่วไป


         สำหรับพิธีเปิดงาน ครั้งแรกกับปรากฏการณ์ Immersive Virtual Fashion Show “JUXTAPOSED 2023 Hong Kong Fashion in Bangkok” จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการพร้อมการแสดงแฟชั่นแบบ Immersive Showที่หลอมรวมโลกจริงและเสมือนจริง สำหรับแขกรับเชิญและสื่อมวลชน ณ เจริญนครฮอลล์ ชั้น M  ศูนย์การค้า ไอคอนสยาม ในวันที่ 22 ตุลาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป โดยทีมนวัตกรรมและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีล้ำยุคสร้างสรรค์พื้นที่นิทรรศการเป็นแค็ทวอล์คเหนือจริงที่มีผู้แสดงแบบทั้งจริงและเสมือนจริง ชวนให้ผู้ชมมองเข้าไปในหลากหลายมิติของจักรวาลนฤมิตและแก่นแท้ของความคิดสร้างสรรค์จากเหล่าแฟชั่นดีไซน์เนอร์ที่เปิดจินตนาการอันทำให้โลกจริงและโลกเสมือนเกิดขึ้นได้ไม่มีที่สิ้นสุด
      "JUXTAPOSED 2023 Hong Kong Fashion in Bangkok” เปิดให้ผู้สนใจได้เข้าชมฟรี และเลือกซื้อสินค้าได้ ทุกวันระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน 2566 เวลา 10.00 น.-22.00 น  ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.juxtaposed.com.hk หรือ ติดต่อ ICONSIAM โทร 02 495 7080


          
                                                                                                                      

"อาระแต แซ่บยกครัว นัวร์ยกซด" น้ำปลาร้าปรุงสุกแบรนด์ใหม่ สูตรครอบครัวคนอีสานเมืองเกินร้อย

"อาระแต แซ่บยกครัว นัวร์ยกซด"

น้ำปลาร้าปรุงสุกแบรนด์ใหม่

สูตรครอบครัวคนอีสานเมืองเกินร้อย


       "อาระแต" น้ำปลาร้าพันล้าน น้ำปลาร้าปรุงสุกแบรนด์ใหม่ สูตรจากครอบครัวคนอีสานเมืองเกินร้อย ผลิตภัณฑ์ฑ์แรกของบริษัท อีสานอินเตอร์ฟู้ดส์ จำกัด ตำบลหนองฮี อำเภอหนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด รับรอง "แซ่บยกครัว นัวร์ยกซด" แน่นอน
        ขวัญเรือน สุขศรีนวล ผู้ผลิต กล่าวว่า น้ำปลาร้าพันล้าน "อาระแต" ผลิตภัณฑ์น้ำปลาร้าน้องใหม่ เกิดจากความคิดของคุณน้ากับหลานๆ ที่ชอบทำอาหารเป็นต้นทุน เลยอยากจะมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้สูตรตำรับรสชาดของครอบครัวได้ส่งต่อให้ผู้คนได้ลิ้มลอง


         "อาระแต" น้ำปลาร้าพันล้าน ปรุงรสต้มสุก ผลิตด้วยวัตถุดิบที่สะอาด มีคุณภาพ และคุณค่าทางโภชนาการ บรรจุในบรรจุภัณฑ์คุณภาพดีขนาด 400 มล. หุ้มพลาสติกอย่างดี มีสลากตราสัญลักษณ์ที่ชัดเจน จากโรงงานที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง โดยมีใบสำคัญการจดแจ้งรายละเอียดและได้รับตราสัญญลักษณ์มาตรฐานการผลิตทุกขั้นตอน หรือ อย. จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข
         "อาระแต" น้ำปลาร้าพันล้าน ปรุงรสต้มสุก ถูกสุขลักษณะ อนามัย สามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้ง ตำ ยำ หรือแกง รสชาดจากตันตำรับครอบครัวคนอีสานเมืองเกินร้อย (ร้อยเอ็ด) และได้ปรับสูตรให้เข้าได้กับทุกครัวเรือนในทุกภาค ด้วยการผลิตที่สะอาด มีคุณภาพ และพิถีพิถัน ทำให้เชื่อมั่นและมั่นใจได้ว่าลิ้มลองแล้ว "รสชาด "แซบยกครัว นัวส์ยกซด" ตามสโลแกนของเราแน่นอน เปลี่ยนความจำเดิมๆ ที่ที่คนทั่วไปจะกลัวและห่วงใยในเรื่องของสุขลักษณะ


          น้ำปลาร้าพันล้าน "อาระแต" ปรุงรสต้มสุก "แซ่บยกครัว นัวร์ยกซด" บรรจุ 400 มล. ราคาขวดละ 35 บาท เหมาะแก่กาทุกครัวเรือนของทุกบ้าน 
         ผู้สนใจที่จะเป็นตัวแทนจำหน่าย "อาระแต" น้ำปลาร้าพันล้าน ปรุงรสต้มสุก สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทร 062-425-2896 หรือเข้ามาดูข้อมูลเพิ่มได้ที่ Page Facebook : น้ำปลาร้า คุณนายอาระแต
         และในอนาคต บริษัทฯ ก็ตั้งใจจะทำผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่เป็นอาหารของชาวอีสานออกสู่ตลาดให้กับพี่น้องทุกๆ ภาค รวมถึงคนที่อยู่ต่างประเทศได้มีโอกาสรับประทานอาหารที่ตัวเองคิดถึง

วันพุธที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2566

สทท. ขานรับนโยบายรัฐบาลเศรษฐา ดันท่องเที่ยวเป็นวาระแห่งชาติ หนุนตั้ง Tourism War Room ขับเคลื่อนท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์ พร้อมแถลงโครงการเสริมศักยภาพผู้สูงอายุในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล กิจกรรม ความฝันไม่มีวันหมดอายุ

สทท. ขานรับนโยบายรัฐบาลเศรษฐา ดันท่องเที่ยวเป็นวาระแห่งชาติ หนุนตั้ง Tourism War Room ขับเคลื่อนท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์

พร้อมแถลงโครงการเสริมศักยภาพผู้สูงอายุในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล กิจกรรม ความฝันไม่มีวันหมดอายุ


        นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และ รศ.ผกากรอง เทพรักษ์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ร่วมกันแถลงข่าว "ดัชนีชี้วัดผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย" ตามด้วยการแถลงข่าว "โครงการเสริมศักยภาพผู้สูงอายุในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล กิจกรรมความฝันไม่มีวันหมดอายุการใช้งาน" โดยมี คุณภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการฯ รวมทั้งการเสวนา "ทำไมต้องมี โครงการเสริมศักยภาพผู้สูงอายุในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล กิจกรรมความฝันไม่มีวันหมดอายุการใช้งาน" โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้กำกับหนังชื่อดัง ได้แก่ นายธนิตย์ จิตนุกูล นายปรัชญา ปิ่นแก้ว คุณภรณี ภู่ประเสริฐ นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ นายราเชนท์ ลิ้มกตระกูล และบัณฑิต ทองดี ร่วมเสวนา ดำเนินการโดยนายกฤตภาส ต๊ะประจำ ที่ปรึกษาโครงการฯ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ อาทิ นางสาวรพีรัตน์ ราชาพชร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาลูกค้าสถาบันและองค์กรชุมชน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) และสื่อมวลชน ร่วมงานจำนวนมาก ณ ชั้น 10 อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถนนเพชรบุรี แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันอังคารที่ 3 ตุลาคม 2566


      สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ระดับ 69  สะท้อนสถานการณ์ท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 1/2566 เป็นต้นมา เนื่องจากเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวของทั้งคนไทยและต่างชาติ ประกอบกับประชาชนมีความกังวลเกี่ยวกับสภาพเศรฐกิจไทยที่ยังไม่แน่นอนและหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นจากวิกฤติควิด-19 นอกจากนี้ยังกังวลเกี่ยวกับ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมันที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น


     ช่วงต้นไตรมาสประชาชนมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาลอาจจะส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของประเทศในปีหน้า นอกจากนี้ภาคการส่งออกของไทยหดตัว 10 เดือนติดต่อกัน ส่งผลให้เม็ดเงินในมือของประชาชนน้อยลง  จากปัจจัยต่างๆ เหล่านี้  จึงส่งผลให้ประชาชนระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น  สถานการณ์ท่องเที่ยวไตรมาสนี้จึงต่ำกว่าไตรมาสที่ผ่านมา  แต่ดีกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว  และยังถือว่าต่ำกว่าปกติในระดับมาก (ปกติ 100) ร้อยละ 76 ของสถานประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังมีรายได้น้อยกว่าก่อนเกิดวิกฤตโควิด –19


     โดยธุรกิจร้านอาหารมีรายได้มากที่สุด ประมาณร้อยละ 64  ของรายได้ก่อนเกิดวิกฤตโควิด–19  และร้านขายของฝากของที่ระลึกมีรายได้น้อยที่สุด ประมาณร้อยละ 46 กรุงเทพมหานครมีรายได้มากที่สุด ประมาณร้อยละ 59 ส่วนภาคตะวันออกและภาคตะวันตกมีรายได้น้อยที่สุด ประมาณร้อยละ 51


     ขณะนี้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีจำนวนแรงงานประมาณร้อยละ 84 ของช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด –19  น้อยกว่าก่อนเกิดวิกฤตโควิด –19 ประมาณร้อยละ 16 (คิดเป็นจำนวนแรงงาน ประมาณ 600,000 ตำแหน่ง)  แต่มีสถานประกอบการเพียงร้อยละ 4 ที่ระบุว่าต้องการแรงงานเพิ่มในไตรมาสหน้า (ประมาณ 160,000 ตำแหน่ง)


       ส่วนการคาดการณ์สถานการณ์ท่องเที่ยวไตรมาส 4/2566  ค่าดัชนีฯ อยู่ที่ 75 สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการคาดว่าในไตรมาสหน้าสถานการณ์ท่องเที่ยวจะดีขึ้นกว่าไตรมาสนี้ เนื่องจากเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของคนไทยและต่างชาติ รวมทั้งมีวันหยุดยาวถึง 6 ช่วง และการจัดกิจกรรมในเทศกาลต่าง ๆ ในไตรมาสหน้าจะส่งผลต่อสถานการณ์ท่องเที่ยวให้ดีขึ้น


      นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ถือเป็นข่าวดีที่รัฐบาลเศรษฐา ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอันดับแรกๆ และตั้งเป้าแบบท้าทาย สร้างรายได้รวมจากการท่องเที่ยวไว้ที่ 4 ล้านล้านบาท โดยเน้นที่มูลค่ามากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว ทำให้ทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชน และต้องปรับกลยุทธใหม่ นอกจาก Restart แล้ว ยังต้อง Reboost ทั้งออกแบบสินคัาและบริการตอบโจทย์และสร้างประสบการณ์ที่ดีกับนักท่องเที่ยวคุณภาพยุคใหม่


      ในส่วนของภาคเอกชน เห็นการเดินหน้าเชิงรุก ทั้งเรื่องฟรีวีซา  การพัฒนาสนามบิน การตั้งทีมยุทธศาสตร์ Softpower และการเติมบูสเตอร์ซอตต่างๆ แล้วมีความมั่นใจว่าภาคการท่องเที่ยวจะกลับมาเป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อน GDP ของประเทศและกระจายรายได้ให้คนไทยทั้งประเทศได้อีกครั้ง เป้าหมายรายได้ 4 ล้านล้านบาทนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้ หากทุกภาคส่วน เอกชน ภาครัฐทุกกระทรวง ร่วมกันทำงาน กำจัดอุปสรรค สร้างจุดแข็งร่วมกัน และเพื่อให้เกิดการทำงานแบบ RealTime ที่มีประสิทธิภาพ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ขอเสนอให้มีการตั้ง Tourism Warroom ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยมี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงดีอีเอส และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันสร้าง Tourism Big Data + Social Listening เพื่อทั้งรวบรวมข่าวสาร แก้เฟคนิวส์ ช่วยกันดูแลนักท่องเที่ยวให้ปลอดภัยและมั่นใจ รวมถึงการสร้าง Digital Content ที่มีพลังบวกให้สอดรับกับโอกาสใหม่ๆตามเทรนด์ที่เกิดขึ้น และมีการสรุปนโยบายเชิงเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งเพื่อผลักดันโยบายเชิงรุกในยุค Tourism War Game นี้ที่หลายประเทศใช้ท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือ Quick win ในการฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19


         สำหรับในส่วนของ "โครงการเสริมศักยภาพผู้สูงอายุในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล กิจกรรม ความฝันไม่มีวันหมดอายุ" ที่ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) นั้น ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของสถานการณ์ของผู้สูงอายุที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วส่งผลกระทบทั้งทางด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมโดยรวม การเปลี่ยนแปลงบทบาททางสังคม และการเกษียณอายุ ผู้สูงอายุจะมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายไปในทางเสื่อมมากกว่าการเจริญเติบโต ขาดความคล่องแคล่วว่องไว การเคลื่อนไหวร่างกาย ความคิดความอ่านช้าลง สภาพทางร่างกายเสื่อมถอยของกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อต่อ เป็นต้น


        การเตรียมการเพื่อรองรับสถานการณ์สังคมสูงอายุจึงเป็นประเด็นที่สำคัญ จึงได้มีการจัดทำ "โครงการเสริมศักยภาพผู้สูงอายุในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลภายใต้ กิจกรรมความฝันไม่มีวันหมดอายุ" เพื่อที่จะเชิญชวนผู้สูงอายุที่สนใจจากทั่วประเทศ ร่วมทำกิจกรรมความฝันไม่มีวันหมดอายุ เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะ ผ่านการบอกกล่าวเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมา เล่าเรื่องความประทับใจหรือสิ่งที่เป็นความฝัน ที่ประทับใจที่สุดในชีวิตที่ผ่านมา ผ่านการถ่ายด้วยมือถือหรืออุปกรณ์ที่ตนเองถนัด ส่งเป็นคลิปวีดีโอสั้นๆ ไม่เกิน 3-5 นาที เพื่อใช้ในการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมความฝันไม่มีวันหมดอายุ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้ร่วมกันทำกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนในประเทศ

             โดยจะมีการส่งเสริมความรู้ด้านการผลิตสื่อคลิปวีดีโอสั้น ในด้านต่างๆ ดังนี้

    1.สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จะสอนในการเรียนรู้ทักษะทางด้านดิจิทัล (Digital Skill) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญกับมนุษย์ทุกคน รวมไปถึงผู้สูงอายุด้วย เพราะทำให้เรารู้เท่าทัน มีความรอบคอบ ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลลงในสื่อสาธารณะ การรักษาความปลอดภัยของตนเองเมื่ออยู่ในระหว่างการใช้งานสื่อออนไลน์ หนึ่งตัวอย่างของการใช้ประโยชน์จากใช้เทคโนโลยีได้อย่างสร้างสรรค์เริ่มต้นจากการการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อพูดคุยกันได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าตัวผู้สนทนานั้นจะอยู่ห่างไกลกัน และนับเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ขยับจากกิจวัตรทั่วไปที่เราคุ้นชินกันกับการทักทายด้วยการสวัสดีกัน มาสู่เทคโนโลยีใหม่แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ความเป็นไทยให้เป็นที่มองเห็นถึงกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดรอบตัวเรา หนึ่งในการขยับตัวของผู้ใช้งานที่เป็นผู้สูงอายุที่น่าสนใจคือ การส่งรูปสวัสดีตอนเช้าในวันต่างๆ มีภาพพื้นหลังเป็นรูปดอกไม้ต่างๆ สีสันสวยงามตามวันนั้น เช่น สวัสดีวันจันทร์แล้วมีภาพพื้นหลังเป็นรูปดอกทานตะวันหรือดอกดาวเรืองบานหรือดอกที่มีสีเหลืองเพื่อสื่อถึงสีเหลืองของวันจันทร์ มีคำคม คำอวยพร เป็นต้น     

         2. สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จะบอกในเรื่องของบทบาท เป้าหมาย การสนับสนุนการพัฒนาและยกระดับการใช้เทคโนโลยีกับการผลิตสื่อวีดีโอสั้นของผู้สูงอายุ โดยการบอกกล่าวเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมา เล่าเรื่องความประทับใจหรือสิ่งที่เป็นความฝัน ที่ประทับใจที่สุดในชีวิตที่ผ่านมา ผ่านการถ่ายด้วยมือถือหรืออุปกรณ์ที่ตนเองถนัด ส่งเป็นคลิปวีดีโอสั้นๆ ไม่เกิน 3-5 นาที เพื่อใช้ในการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมความฝันไม่มีวันหมดอาย

       3. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นั้น จะให้ความสำคัญกับการผู้สูงอายุ เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้ทดลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำหรือบางคนได้เติมเต็มความฝันให้เป็นจริง ผ่าน "ดินแดนแห่งความสุข' สามารถเชื่อมโยงกับเรื่องสุขภาวะหรือสุขภาพของผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุตระหนักและเห็นคุณค่าของตนเองสังคมและช่วงวัยอื่นๆ เห็นศักยภาพของผู้สูงอายุในด้านดิจิทัล

        4. ส่วนการขยายผลในวันนี้คือ 

4.1 เพื่อเสริมทักษะการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลให้แก่ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการ 

4.2 เพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและช่วยส่งเสริมให้ผู้สูงอายุ หันมาสนใจในการผลิตคลิปวีดีโอสั้นเพื่อสร้างเป็นรายได้ 

4.3 เพื่อกระตุ้นให้สังคม/ช่วงวัยอื่นๆ เห็นศักยภาพของผู้สูงอายุในด้านดิจิทัล


วันพฤหัสบดีที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566

ไหว้พระจันทร์ปีนี้ ขอพรเจ้าแม่ทับทิม เสริมสิริมงคลชีวิตรุ่งเรือง ณ อุทยาน 100 ปีจุฬาฯ

ไหว้พระจันทร์ปีนี้ ขอพรเจ้าแม่ทับทิม เสริมสิริมงคลชีวิตรุ่งเรือง ณ อุทยาน 100 ปีจุฬาฯ

      สวนหลวง-สามย่าน ร่วมกับคณะกรรมการศาลเจ้าแม่ทับทิม อุทยาน 100 ปีจุฬาฯ จัดพิธีไหว้พระจันทร์ ในวันศุกร์ที่ 29 กันยายน 2566 เวลา 19.00 น. ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาสักการะขอพรเสริมสิริมงคล ด้านสุขภาพ การเรียน การงาน การเงินธุรกิจ ความรัก ณ ศาลเจ้าแม่ทับทิม อุทยาน 100 ปีจุฬาฯ


และพิเศษสุดวันไหว้พระจันทร์ ตั้งแต่วันนี้ - 29 กันยายน 2566 ศาลเจ้าแม่ทับทิมขยายเวลาเปิดถึงเวลา 21.00 น. เพี่ออำนวยความสะดวกให้ผู้มีจิตศรัทธาได้สักการะเจ้าแม่ทับทิม และพบกับร้านน้องเบเกอร์รี่ที่อำนวยความสะดวกด้วยการนำขนมไหว้พระจันทร์มาจำหน่ายและมอบส่วนลด 10% อีกทั้งยังชวน Work Shop ทำข้าวเกรียบปากหม้อ เวลา 18.00 น.โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ ศาลเจ้าแม่ทับทิม อุทยาน 100 ปีจุฬาฯ


พร้อมกันนี้ตลาดสามย่านได้รวบรวมของไหว้และผลไม้มงคลให้เลือกสรร 

• ขนมไหว้พระจันทร์หลากหลายแบรนด์, ขนมมงคลทั้งสไตล์ไทยและจีนที่ร้านน้องเบเกอร์รี่และร้านเจ๊จันทร์  

• ผลไม้มงคลหลากหลายจากร้านป้าหลวย, ร้านเจ๊เล็ก,  ร้านเจี๊ยบ, ร้านFruit Plus และร้านเจ๊ส่วน

• ดอกไม้ พวงมาลัย ธูปเทียน และเครื่องไหว้ชุดเพ้าหรือชุดกระดาษไหว้ที่ร้านเอี้ยงนี้ และร้านสุพรรณี  

• เครื่องไหว้มงคล อาทิ วุ้นเส้น สาหร่าย ฟองเต้าหู้ เห็ดหอมที่ร้านน้องสุดใจ


         ส่วนการเดินทางมาศาลเจ้าแม่ทับทิม ณ อุทยาน 100 ปีจุฬาฯ มีสถานที่จอดรถที่สะดวกสบาย ปลอดภัย หรือสามารถเดินทางได้หลากหลายช่องทาง 

• รถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดรถได้ที่ลานจอดรถอุทยาน 100 ปีจุฬาฯ

• รถไฟฟ้า BTS สถานี สนามกีฬาแห่งชาติ ต่อรถ Shuttle Bus สาย 2 ลงป้าย อาคารจามจุรี 14 แล้วเดินต่อมาที่อุทยาน 100 ปีจุฬาฯ หรือ ตุ๊ก ตุ๊ก  Movmi ลงสถานีลานจอดรถอุทยาน 100 ปีจุฬาฯ

• รถไฟฟ้า BTS สถานี สยามสแควร์ ต่อรถ Shuttle Bus สาย 1 หรือ 4 ลงที่สถานีศาลาพระเกี้ยว และต่อรถ Shuttle Bus สาย 5  หรือรถตุ๊ก ตุ๊ก “Muvmi” ลงสถานีลานจอดรถอุทยาน 100 ปีจุฬาฯ 

• รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานี สามย่าน ต่อรถ Shuttle Bus สาย 5 หรือ รถตุ๊ก ตุ๊ก “Muvmi” ลงสถานีลานจอดรถอุทยาน 100 ปีจุฬาฯ 

• รถประจำทาง สาย 73, 73 ก, 113  (ถนนบรรทัดทอง)


วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2566

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ แถลงข่าวโครงการสูงวัยหัวใจยัง WORK ปี 2 ‘ผลิตสื่อได้ ใช้สื่อเป็น เห็นค่าในตนเอง’

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ แถลงข่าวโครงการสูงวัยหัวใจยัง WORK ปี 2 

‘ผลิตสื่อได้ ใช้สื่อเป็น เห็นค่าในตนเอง’


         กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ แถลงข่าวโครงการ สูงวัยหัวใจยัง WORK ปี 2 "สื่อเปลี่ยน ผู้สูงอายุปรับ ผลิตสื่อได้ ใช้สื่อเป็น เห็นค่าในตนเอง สร้างประโยชน์ให้กับสังคม" วัตถุประสงค์หลัก เพื่อสานต่อพันธกิจในด้านการดําเนินโครงการเพื่อพัฒนาศักยภาพ ผู้สูงอายุ, การนําเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง มีความกระฉับกระเฉงในการดําเนินชีวิตประจําวัน  และมีความสัมพันธ์ที่ดีและมีส่วนร่วมทํากิจกรรมกับคนในครอบครัว ชุมชน  อีกทั้งมีความสามารถสร้างผลผลิตเพื่อ ความมั่นคงทางรายได้เพื่อการดํารงชีพของตนเอง รวมทั้งสามารถสร้างผลผลิตในชุมชน และสามารถใช้เทคโนโลยีดีจิทัล ในการดํารงชีวิตประจําวันได้อย่างปลอดภัย ที่ E 88 Bangkok สุขุมวิท เมื่อวันที่12 กันยายน 2566





        ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์และพฤติกรรมการบริโภคสื่อของผู้สูงอายุได้ เปลี่ยนไปอย่างมาก มีการเข้าถึงข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น จากข้อค้นพบของมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย ที่ระบุว่า ผู้สูงอายุ ช่วงอายุ  60 - 70 ปี และ ช่วงอายุ 50 - 59 ปี เข้าถึงและใช้งานอินเทอร์เน็ต เฉลี่ย 2 - 3 ชั่วโมง ต่อวัน และ ช่วงอายุ 50 - 54 ปีที่กําลังจะก้าวสู่วัยผู้สูงอายุ ใช้งานอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยสูงถึง 4 - 5 ชั่วโมง ต่อวัน โดยมักจะใช้ในการสนทนา การติดตามข้อมูลข่าวสาร สืบค้นข้อมูลและโพสต์ข้อความ รวมไปถึงมีการรับ- ส่งอีเมล ซื้อสินค้าออนไลน์ และทําธุรกรรมทางการเงินผ่านแอปพลิเคชัน ในระดับที่เพิ่มขึ้นทุกปี จากข้อค้นพบดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า ผู้สูงอายุยอมรับที่จะใช้เทคโนโลยีผ่านกิจกรรมการดําเนินชีวิตประจําวันมากขึ้น  ทั้งใช้ในการติดตามข่าวสาร หาข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ สร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนในครอบครัว เพื่อน ชุมชน รวมทั้งชุมชน ออนไลน์ สามารถแสวงหาความบันเทิงจากสื่อออนไลน์มาใช้เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจได้ แสดงให้เห็นว่าสื่อออนไลน์ เข้ามามีบทบาทและเป็นส่วนหนึ่งของการดํารงชีวิตประจําวันของผู้สูงอายุ และผู้ที่จะก้าวสู่วัยผู้สูงอายุมากขึ้น




            กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้เล็งเห็นถึงความสําคัญในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า และมีส่วนสําคัญต่อประเทศเป็นอย่างมาก  จึงได้ดําเนินโครงการ
“สูงวัยหัวใจยังเวิร์ก ปี 2 ” เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ ในการนําเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เสริมสร้างในการดําเนินชีวิตประจําวัน ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีและมีส่วนร่วมกับครอบครัว ชุมชน และสังคม สามารถปรับตัวนําเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีการ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาเสริมสร้างคุณภาพชีวิตสร้างรายได้ และสร้างผลผลิตให้สังคมได้




           ทั้งนี้การสะท้อนจากผลของโครงการในปีที่ 1 มีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 50 คน และ ลงพื้นที่บ่มเพาะจนเกิด ความเข้าใจ ให้ทําได้และใช้เป็น ‘กระบวนการนี้นอกจากผมจะชื่นชมผู้สูงวัยที่ร่วมโครงการทุกท่านแล้วที่ขาดไม่ได้เลยคือ น้อง ๆ ที่เป็น “Digital Buddy” ที่มีความพร้อมในการให้คําปรึกษาและสนับสนุน เสมือนลูกหลานที่คอยช่วยเหลือผู้ร่วมกิจกรรมให้ก้าวข้ามอุปสรรค ในการพัฒนาทักษะทางดิจิทัล เป็นหน่วยสนับสนุนร่วมบ่มเพาะจนเกิดต้นแบบที่เป็น องค์ความรู้กลับคืนสู่สังคมจึงนํามาสู่การสานต่อและขยายผลในโครงการ ปี 2  ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้สูงอายุ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนให้เกิดนิเวศสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ต่อไป ทุกข้อคิดเห็น ทุกข้อเสนอแนะ มีคุณค่าและความสําคัญต่อการพัฒนาภารกิจของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ต่อไป’



        โดยภายในงานยังมีวงเสวนา “สื่อเปลี่ยน ผู้สูงอายุปรับ ผลิตสื่อได้ ใช้สื่อเป็น เห็นค่าในตนเอง สร้างประโยชน์ให้กับสังคม” โดยมีผู้ร่วมเสวนา อาทิ คุณอนุชิต มณีชัย นักพากย์สารคดีและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ สอนอ่านหนังสือเสียง, คุณอนุสร ตันเจริญ คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ Food Blogger, คุณเพชรี พรหมช่วย สื่อมวลชนอาวุโส และคอนเทนต์ครีเอเตอร์สอนโยคะออนไลน์,  คุณเทินพันธ์ แพนสมบัติ ผู้อํานวยการฝ่ายพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์สําหรับประชาชน กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

ติดตามข้อมูลข่าวสารกิจกรรมได้ที่
FACEBOOK: กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
FACEBOOK: สูงวัยหัวใจยังเวิร์ก
TikTok: สูงวัยหัวใจยังเวิร์ก

ทปอ. จับมือสยามสแควร์ รวมพลังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จ้ดงาน “SIAM YOUTH SQUARE”

ทปอ. จับมือสยามสแควร์ รวมพลังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จ้ด งาน “SIAM YOUTH SQUARE” เปลี่ยนพื้นที่กลางเมืองเป็นเวทีแจ้งเกิดของเยาวชนไทย       ที่...