วันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

เส้นทางสู่มืออาชีพกับ SBU

 เส้นทางสู่มืออาชีพกับ SBU



           มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอกนำทีมโดย ดร.ภัทรดา รุ่งเรือง รองอธิการบดี ฝ่ายบริหารและวางแผน  จัดแสดงนิทรรศการ และให้คำปรึกษาแนะแนวการศึกษา ระดับอุดมศึกษาในงาน Dek’D TCAS Fair  ณ ศูนย์การประชุมไบเทคบางนา เมื่อเร็วๆนี้ โดยมีอาจารย์และพี่ๆ ร่วมให้คำแนะนำ พร้อมทั้งจัดกิจกรรม #SBUอาชีพในฝัน ผ่านแฟลตฟอร์ม TIKTOK   ให้เยาวชน เลือกเส้นทาง ในอนาคตแบบมืออาชีพ ไปกับ SBU นอกจากยังได้ความรู้แล้วยังได้ความสนุกและของรางวัลมากมาย

ชัชชาติ ผู้ว่า กทม. มีแนวคิดตรงกันกับสารวัตรแรมโบ้ ในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการเลือกตั้ง ศรีสุวรรณ ก็เห็นด้วยกับหนังสือถึงการแนะนำในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.

ชัชชาติ ผู้ว่า กทม. มีแนวคิดตรงกันกับสารวัตรแรมโบ้ ในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการเลือกตั้ง 

ศรีสุวรรณ ก็เห็นด้วยกับหนังสือถึงการแนะนำในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.

       การจัดการเลือกตั้งในเมืองไทย พรรคการเมือง ก็ถูกยุบพรรคมาแล้วมากมาย และผู้สมัคร ส.ส. บางท่าน ก็ถูกใบเหลือง ใบแดง ถูกตัดสินในการสมัคร ส.ส. และด้วยในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 ที่จะถึงนี้ ก็จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั้งประเทศอีกครั้ง


        สารวัตรแรมโบ้ -พันตำรวจเอกสุรโชค เจษฎาเดช อดีตผู้กำกับสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ และคณะที่ปรึกษา ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาการเมืองของไทย จึงได้ทำหนังสือยื่นถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แนะนำสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์ในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและนักการเมืองให้สะดวก รวดเร็ว สะอาดและยุติธรรม เพื่อเป็นประโยชน์ในการพัฒนาทางการเมืองในโอกาสต่อๆ ไปในอนาคต โดยได้ยื่นไปทางไปรษณีย์ไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2566 และในวันนี้ (วันที่ 3 พฤษภาคม 2566) สารวัตรแรมโบ้ -พันตำรวจเอกสุรโชค เจษฎาเดช ก็ได้เดินทางมาที่สำนักคณะกรรมการการเลือกตั้ง อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ได้นำหนังสือแนะนำในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและนักการเมืองมายื่นกับ กกต. ด้วยตัวเอง โดยทาง กกต. ได้ออกเอกสารการรับหนังสือดังกล่าวแล้ว เลขที่ 14594  วันที่ 3 พฤษภาคม 2566 เวลา 10.10  น.

        สำหรับหนังสือแนะนำในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและนักการเมืองที่ยื่นถึง กกต. มีใจความที่สำคัญคือ ให้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการเลือกตั้ง มีผลทำให้การเลือกตั้งมีความสะดวก รวดเร็ว สุจริต และยุติธรรมขึ้น และขอนำเสนอพอสังเขปได้ดังนี้ คือ


1. สิ่งที่มีความสำคัญที่สุดในระบบต่างประเทศที่มีประชาธิปไตยมายาวนาน การพิจารณาการยุบพรรคการเมืองนั้น จะต้องมีกระบวนการที่มีความรัดกุม มีความละเอียด และชัดเจนมาก ในต่างประเทศจะมีการยุบพรรคการเมืองน้อยมาก และถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็จะไม่มีการยุบพรรคการเมือง เพราะพรรคการเมืองถือเป็นองค์กรสถาบันทางการเมืองที่อยู่ยึดติดกับประชาชน พรรคการเมืองจะต้องมีประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองอยู่ทั่วประเทศ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนใช้สิทธิใช้เสียงผ่านไปยังพรรคการเมือง โดยผ่านทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองนั้นๆ เพื่อเป็นสิทธิประโยชน์ของประชาชน ดังนั้นการยุบพรรคการเมืองเหมือนเป็นการหยุดการพัฒนาทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เพราะประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองทั่วประเทศที่ไม่รู้รายละเอียดของการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งตามที่กฎหมายเลือกตั้งบัญญัตไว้ จึงไม่ใช่ความผิดของประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคและพรรคการเมืองนั้นต้องรับผิดชอบ ฉะนั้นผู้ที่รับผิดชอบควรเป็นกรรมการบริหารพรรคที่กระทำความผิดหรือรู้เห็นจากการร่วมกันกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งตามที่บัญญัติไว้

2. ในต่างประเทศบางประเทศได้ใช้เครื่องลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยในการเลือกตั้ง เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการลงคะแนน นับคะแนน และประกาศผลคะแนนการเลือกตั้งทุกครั้งได้รวดเร็วขึ้น ดังนั้นจึงเห็นสมควรที่จะนำเครื่องลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์มาพิจารณาใช้ในโอกาสต่อไปในการเลือกตั้งครั้งหน้า


3. หีบที่ใส่บัตรลงคะแนนเลือกตั้ง ควรเป็นหีบที่เป็นเหล็กกล้าที่ทันสมัย แข็งแรงและทนทาน ยากต่อการงัด ทุบ ทำลาย พร้อมกุญแจล็อคที่แข็งแรงมาใช้ เพื่อป้องกันการทุบ งัด รื้อ หรือทำลายได้โดยง่าย ไม่ควรนำกล่องกระดาษหรือกล่องพลาสติกมาใช้เป็นหีบใส่บัตรลงคะแนนเหมือนที่ผ่านมา

4. ควรนำกล้องวงจรปิดที่ทันสมัยแบบไร้สาย ใช้ซิมการ์ด และมีเมมเมอร์รี่การ์ด ที่สามารถบันทึกเก็บความจำได้ทั้งวันแบบออนไลน์ รวมทั้งอินเตอร์เน็ต wifi ที่สามารถบันทึกภาพและเสียงที่ได้ยินการพูดคุยอย่างชัดเจน และสามารถดูทางมือถือได้  โดยให้นำมาใช้ในหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ หน่วยเลือกตั้งละ 1-2 เครื่อง มีการบันทึกตลอดเวลาในขณะประชาชนทั่วไปมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันใช้สิทธิลงคะแนน รวมทั้งใช้บันทึกตอนนับคะแนน และประกาศผลคะแนนทุกขั้นตอน ซึ่งปัจจุบันนี้ราคาไม่แพง

5. ในบัตรเลือกตั้งควรมีบาร์โค้ดทุกใบ เพื่อเช็คได้ว่าเป็นบัตรที่มาจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้เกิดความสุจริตยุติธรรมมากยิ่งขึ้น



6. ขอให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรยกเว้นค่าสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคไม่ต้องเสียค่าสมัคร จะช่วยให้พรรคการเมืองทุกพรรคไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นการลดค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองและนักการเมือง ซึ่งถือเป็นการพัฒนาทางการเมืองของประเทศตามนโยบายของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยตรง

7. ป้ายหาเสียงตามจุดต่างๆ การใช้รถแห่ป้ายหาเสียง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรเป็นผู้จัดการทั้งหมด เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองผู้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคได้หาเสียงแบบเท่าเทียมกัน และต้องไม่เสียค่าใช้จ่าย

8. ไม่ให้พรรคการเมืองและนักการเมืองออกค่าใช้จ่ายช่วยงานต่างๆ เช่น งานแต่ง งานบวช งานเลี้ยงต่างๆ แต่สามารถไปร่วมงานได้ แต่ห้ามใช้เงินช่วยค่าใช้จ่ายในงาน และประชาชนก็ห้ามเรียกรับเงินจากการช่วยงานโดยเด็ดขาด 

9. หมายเลขบัตรเลือกตั้งแบบ สส.บัญชีรายชื่อ กับหมายเลขบัตรเลือกตั้ง สส.เขต ควรที่จะเป็นหมายเลขเดียวกัน เพื่อความสะดวกง่ายต่อการจดจำของประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ ป้องกันการสับสนของประชาชน ประชาชนที่มีอายุมากมักจะไม่ค่อยเข้าใจ

         การยื่นหนังสือแนะนำในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและนักการเมืองมาเพื่อพิจารณา สารวัตรแรมโบ้-พันตำรวจเอกสุรโชค เจษฎาเดช ไม่ได้ทำเพื่อพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น และไม่มีเจตนาที่จะให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหายแต่อย่างใด แต่ทำเพื่อให้การเลือกตั้งในครั้งต่อๆ ไปสะดวก รวดเร็ว และสามารถตรวจสอบได้  เพื่อประเทศชาติจะได้มีพรรคการเมือง นักการเมืองที่ซื่อสัตย์ สุจริต ยุติธรรม และลดค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง

         ในหนังสือดังกล่าว นายชัช สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ยังมีความเห็นตรงกันในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ โดยการนำระบบ AI มาใช้นับผลคะแนนแทนการเขียนมือ 5 นาทีรู้ผลทันที และติดกล้องเฝ้าจุดเก็บหีบ ให้ดูบนเว็บได้ 24 ชั่วโมง เพื่อความสะดวก รวดเร็ว ซื่อสัตย์ สุจริต ยุติธรรม ป้องกันการโกงในรูปแบบต่างๆ สามารถตรวจสอบได้ 

          ส่วนนายศรีสุวรรณ จรรยา เมื่อเห็นใจความในหนังสือที่สารวัตรแรมโบ้ -พันตำรวจเอกสุรโชค เจษฎาเดช แนะนำในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและนักการเมืองที่นำมายื่นกับ กกต. ก็มีความเห็นหลายอย่างคล้ายๆ กัน และสนับสนุนอย่างเต็มที่เช่นกัน


วันอังคารที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

ครูรัก-ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ พร้อมด้วยศิลปิน นักร้อง ร่วมกันจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ส่งพลังใจให้เด็กๆ บ้านพระพร

ครูรัก-ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ พร้อมด้วยศิลปิน นักร้อง 

ร่วมกันจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ส่งพลังใจให้เด็กๆ บ้านพระพร





           ครูรัก ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ (ดารานักแสดง, ผู้กำกับฯ และผู้เขียนบท) พร้อมด้วยครูเต๋า ภราดร เพ็งศิริ (ศิลปิน นักร้อง , Voice Director) ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ส่งพลังใจให้เด็กๆ บ้านพระพร ร่วมกับเด็กๆ กลุ่ม Voize Academy Thailand , คณะละครนกกระจิบของพ่อ





           ในการทำกิจกรรมสร้างสุข ทางด้านเสียงดนตรีและละครเวที รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับนักร้อง นักแสดง คนบันเทิง อาสาสมัครที่มาร่วมกันแบ่งปันความสุขและมีการมอบข้าวสาร อาหารแห้ง ของใช้จำเป็นให้กับมูลนิธิฯ เพื่อส่งต่อให้กับเด็กๆ ณ บ้านพระพร จำนวนกว่า 100 ชีวิต พร่้อมในกิจกรรมยังมีการเล่นเกมส์สร้างความสนุกสนาน และมีอาหารจาก เอ-ส่งสุข เอ-สุรพันธ์ ชาวปากน้ำ, เชฟเบิร์ด-นันทชัย กู้ชาติ, ออฟ-เอเอฟ 6




            และไอศครีมจาก #ชมรมนักข่าวบันเทิง, #มูลนิธิช่างภาพสื่อมวลชน และผู้ใหญ่ใจดี มาร่วมมอบความอร่อย รวมถึงได้ฟังเพลงเพราะจาก วงเดอะไดนามิค, ศิลปินนักร้อง วิล มาสเตอร์คีย์, ปาล์ม แพมเมล่า, ออฟ เอฟ 6 (ออฟ ชาญณรงค์ หอมชิต) และครูเต๋า มาร่วมมอบเพลงให้ทุกคนอย่างมีความสุข

CP LAND Presents ‘เจอสุข เจอนั่น เจอนี่’ CP LAND X สิงโต นำโชค ต่อยอดภาพโฆษณาให้เกิดขึ้นจริง ขนทัพคาราวานส่งความสุขทั่วไทย

CP LAND Presents ‘เจอสุข เจอนั่น เจอนี่’  

CP LAND X สิงโต นำโชค ต่อยอดภาพโฆษณาให้เกิดขึ้นจริง 

ขนทัพคาราวานส่งความสุขทั่วไทย 

             บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ต่อยอดความสำเร็จจากภาพยนตร์โฆษณา ‘ความสุขเกิดขึ้นได้ทุกที่รอบตัวคุณ’ ที่นำแสดงโดย สิงโต นำโชค ศิลปินนักร้องชื่อดัง ซึ่งถูกปล่อยไปเมื่อเดือนธันวาคม 2565 ให้เกิดขึ้นจริงด้วยการขนทัพคาราวานความสุขทั่วไทย กับแคมเปญ CP LAND Presents ‘เจอสุข เจอนั่น เจอนี่’  ที่นำทัพความสุขโดย สิงโต นำโชค คนเดิมพร้อมเสริมทัพคาราวานความสุขด้วย ว่าน ธนกฤต, ดา เอ็นโดฟิน, เต๋า เศรษฐพงศ์ และป๊อป ปองกูล เริ่มออกเดินทางไปสร้างความสุข วันที่ 7 พฤษภาคมนี้ที่แรก เดอะ คอร์ทยาร์ด เขาใหญ่ และ โรงแรมฟอร์จูน คอร์ทยาร์ด เขาใหญ่

           นายดำรงศักดิ์ ถุงเงิน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายขายและการตลาดโครงการ บริการหลังการขายและลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND เปิดเผยว่า  CP LAND เดินหน้าจัดกิจกรรมส่งความสุขต่อเนื่อง หลังจากที่ประกาศรีเฟรชแบรนด์ใหม่ในรอบ 10 ปี ภายใต้แนวคิด ‘คุณภาพเพื่อทุกชีวิต’ หรือ ‘Accessible Communities for Li fe’ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกชีวิต และเพื่อต่อยอดความสำเร็จจากภาพยนตร์โฆษณา ‘ความสุขเกิดขึ้นได้ทุกที่รอบตัวคุณ’ ที่นำแสดงโดย สิงโต นำโชค ให้เกิดขึ้นจริงด้วยการขนทัพคาราวานความสุขทั่วไทยผ่านกลยุทธ์ขับเคลื่อนประสบการณ์ผ่านเสียงเพลง (Dynamic Experiential Marketing Strategy) กับแคมเปญ CP LAND Presents ‘เจอสุข เจอนั่น เจอนี่’ นำทัพความสุขโดย สิงโต นำโชค คนเดิมพร้อมเสริมทัพคาราวานความสุขกับศิลปินมากมาย ซึ่งคาราวานความสุขจะเริ่มออกเดินทางไป ‘เจอสุข เจอนั่น เจอนี่’ เริ่มครั้งแรกตั้งแต่วันที่  6 พฤษภาคม เจอกับ ว่าน ธนกฤต ที่เดอะ คอร์ทยาร์ด เขาใหญ่ และโรงแรมฟอร์จูน คอร์ทยาร์ด เขาใหญ่ 

วันที่ 27 พฤษภาคม เจอกับ ดา เอ็นโดรฟิน ที่เดอะ คอร์ทยาร์ด ระยอง และโรงแรมฟอร์จูน แสงจันทร์ บีช ระยอง

วันที่ 17 มิถุนายน เจอกับ เต๋า เศรษฐพงศ์ ที่พาร์ค คอนโด ดรีม บุรีรัมย์ และโรงแรม ฟอร์จูน บุรีรัมย์

วันที่ 1 กรกฎาคม เจอกับ สิงโต นำโชค ที่พาร์ค คอนโด ดรีม นครราชสีมา และโรงแรมฟอร์จูน โคราช

วันที่ 2 กันยายน เจอกับ ป๊อบ ปองกูล ที่พาร์ค คอนโด ดรีม พิษณุโลก

นายนิธิศ สุดเกษม ผู้อำนวยการด้านการขายและการตลาด โครงการที่อยู่อาศัย CP LAND กล่าวว่า สำหรับการจัดแคมเปญ CP LAND Presents ‘เจอสุข เจอนั่น เจอนี่’ นอกจากเป้าหมายทางการตลาดในเรื่องการส่งเสริมและสร้างการจดจำภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ CP LAND เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้นแล้ว CP LAND ยังตั้งเป้าหมายที่จะต่อยอดกระตุ้นกลับมาเป็นยอดขายในกลุ่มธุรกิจต่างๆอีกด้วย โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัย ที่คาดว่าจะสามารถช่วยกระตุ้นยอดขายในช่วงของไตรมาส 2 และ 3 /2566 ประมาณ 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยจะกระจายตามจุดของการจัดกิจกรรมทางการตลาดอีกด้วย

“ลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อคอนโดของ CP LAND ส่วนใหญ่กว่า 70% เป็นผู้ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัย และอีก 30% คือผู้ที่ซื้อเพื่อเก็งกำไรและปล่อยเช่า โดยโครงการที่ได้รับการตอบรับที่ดีส่วนใหญ่จะกระจายอยู่ตามภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) และภาคเหนือ เช่น บุรีรัมย์ นครราชสีมา อุดรธานี และแม่สอด โดยปัจจัยในการเลือกซื้อมาจากการทำเลที่เหมาะสม ความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป และแคมเปญ CP LAND Presents ‘เจอสุข เจอนั่น เจอนี่’ และแคมเปญทางการตลาดอื่นๆที่มาสนับสนุน เชื่อมั่นว่าอีก 3 ไตรมาสที่เหลืออยู่จะสามารถทำรายได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อสอดรับเป้าหมายรวมของ CP LAND ที่ระดับ 2,500 ล้านในปี 2566 นี้” 

            พบกับแคมเปญ CP LAND Presents ‘เจอสุข เจอนั่น เจอนี่’ ได้ที่โครงการของ CP LAND ตามวันที่กำหนด รวมทั้งสามารถติดตามกิจกรรมสร้างความสุขต่อไปได้ที่ Facebook Fanpage CP LAND และ CP LAND Property แหล่งรวมข้อมูลและกิจกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์ในเครือ CP ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกชีวิต

CPLAND #CPLANDProperty #HappinessIsAllAround #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #AccessibleCommunitiesForLife #ซีพีแลนด์คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #BrandRefresh #Rebranding #ความสุขเกิดขึ้นได้ทุกที่รอบตัว #ความสุขเดินทางได้ #เจอสุขเจอนั่นเจอนี่    #ซีพีแลนด์พรีเซนต์เจอสุขเจอนั้นเจอนี่ #CPLANDPresentsJerSukJerNanJerNee #ส่งมอบความสุข  #ว่านธนกฤต #ดาเอ็นโดรฟิน #ป๊อบปองกูล #สิงโตนำโชค  #เต๋าเศรษฐพงศ์





"ฐาปนีย์" รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. ต้อนรับคณะขบวนคาราวาน Porsche Vietnam Club และ Porsche Thailand Club อีกหนึ่งกลุ่ม นักท่องเที่ยวคุณภาพ Fanclub เมืองไทย

"ฐาปนีย์" รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. ต้อนรับคณะขบวนคาราวาน Porsche Vietnam Club และ Porsche Thailand Club อีกหนึ่งกลุ่ม นักท่องเที่ยวคุณภาพ Fanclub เมืองไทย



     นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วยนายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง ททท. และนายชาญยุทธ เศวตสุวรรณ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานกรุงเทพมหานคร ร่วมต้อนรับคณะขบวนคาราวาน Porsche Vietnam Club และ Porsche Thailand Club ซึ่งดำเนินการจัดกิจกรรมในระหว่างที่คณะมาพักในกรุงเทพฯ ด้วยการขับรถยนต์ท่องเที่ยว รอบเกาะรัตนโกสินทร์ จำนวน 25 - 30 คัน ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2566



     โดยมีจุดปล่อยขบวนรถคาราวาน บริเวณด้านหน้าโรงแรมสยามเคมปีนสกี้ ในวันอังคารที่ 2 ฤษภาคม พ.ศ.2566 และร่วมประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานครเพื่อจุดประสงค์ในการกระตุ้นธุรกิจท่องเที่ยวคาราวานรถยนต์ในภูมิภาคอาเซียนให้กว้างขวางมากขึ้น



     การขับรถแบบ Bangkok road show เน้นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพมหานคร และยังเป็นการประชาสัมพันธ์อย่างเยี่ยมยอดให้แก่วงการธุรกิจท่องเที่ยว ถือเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญแก่วงการธุรกิจท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่จะเผยแพร่และดึงดูดนักท่องเที่ยวที่รักในการผจญภัยรูปแบบคาราวานรถยนต์เข้ามาในประเทศมากขึ้นในอนาคต

#AmazingThailand

#365วันมหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน 

#BangkokRoadShow

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ร่วมสร้างความยั่งยืนให้สังคม เยาวชน ภายใต้กรอบแนวคิด ESG เพื่อพัฒนาชีวิตและสิ่งแวดล้

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ร่วมสร้างความยั่งยืนให้สังคม เยาวชน 

ภายใต้กรอบแนวคิด ESG เพื่อพัฒนาชีวิตและสิ่งแวดล้อม

นายยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป บริษัทบริหารจัดการโรงแรมชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม เยาวชน และสังคมมาโดยตลอด จึงประกาศเจตนารมณ์ผ่านนโยบาย CSR ภายใต้กรอบแนวคิด ESG (Environment Social และ Governance) และสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (UNSDGs) ซึ่งประกอบด้วย 4 หัวใจหลักที่สอดคล้องชื่อองค์กร ได้แก่ “O” Opportunity มุ่งเน้นการให้โอกาส ทั้งในโอกาสด้านการศึกษาหรือทุนทรัพย์แด่ผู้ที่ขาดแคลน “N” Nature มุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกและความตระหนักรู้ในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาขยะ มลพิษ หรือ น้ำเสีย เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมร่วมกัน “Y” Youth มุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน ผ่านการมอบประสบการณ์การเรียนรู้ การขยายโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ต่อยอดสู่การทำงานในอนาคต และ “X” Collaboration การจับมือเป็นพันธมิตรกับองค์กรที่มีความใส่ใจในเรื่องของการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อรวมกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ตอบแทนคืนสู่สังคม

 “นโยบาย 4 ด้านข้างต้นเป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและความพยายามของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ซึ่งได้ถูกผลักดันสู่โรงแรมในเครือออนิกซ์ฯ เพื่อร่วมกันสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม เยาวชนและสังคม อีกทั้งยังตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวปัจจุบันที่นอกจากจะมองหาที่พักที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แล้ว ยังมองหาที่พักที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคมอีกด้วย” 

          สำหรับกิจกรรมปี 2566 ในด้านสิ่งแวดล้อม ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ มูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม (ESF) และกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF Thailand) ในการจัดทำโครงการ Environmental Education Tour ซึ่งเป็นกิจกรรม Road Show เพื่อมอบความรู้ และสร้างการตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมให้แก่นักเรียนใน 8 จังหวัด ทั่วประเทศไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ สุราษฎร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี ภูเก็ต กระบี่ ชัยภูมิ และบุรีรัมย์ โดยจะถูกจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2566 - กุมภาพันธ์ 2567 ภายใต้หัวข้อการจัดการขยะจากการประมงและขยะทะเล การอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก การฟื้นฟูแนวปะการัง การรณรงค์สภาวะโลกร้อน การจัดการไมโครพลาสติก การอนุรักษ์สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ และการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน

         นอกจากนั้นยังจับมือร่วมกับบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ ในการติดตั้งชุดเครื่องชาร์จไฟฟ้า ภายใต้แบรนด์ EV Station PluZ ในพื้นที่โรงแรมเครือออนิกซ์ฯ ทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าของโรงแรมที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า นับเป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด และช่วยปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีในการแสดงออกถึงการกระทำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ขณะที่ ด้านการพัฒนาศักยภาพเยาวชน ได้จัดตั้งโครงการ Exclusive Pre-Employment Program ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือพิเศษระหว่างออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ปกับมหาวิทยาลัย มอบโอกาสให้กับนักศึกษาเข้าฝึกงานที่โรงแรมในเครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ปเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยมีรายได้ตลอดช่วงฝึกงาน รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่จบการฝึกงานและผ่านการคัดเลือกรับเข้าเป็นพนักงานประจำที่โรงแรมในเครือทั้งในและต่างประเทศ

พร้อมกันนี้ยังเอื้อประโยชน์ด้านการพัฒนาต่อยอด ปรับปรุงหลักสูตรสำหรับการเรียนการสอนในสายงานโรงแรมร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยและบริษัทฯ ด้วย โดยปัจจุบันนำร่องโครงการร่วมกับทางมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางภาคเหนือ อาทิ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ซึ่งเฟสแรกจะเริ่มกับโรงแรมในเครือฯ 8 แห่ง ได้แก่ อมารี ประตูน้ำ กรุงเทพฯ อมารี พัทยา อมารี ภูเก็ต อมารี หัวหิน อมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โอโซ่ ภูเก็ต โอโซ่ นอร์ธ พัทยา และโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ และจะขยายไปยังโรงแรมในเครือฯ ทั้งหมดทั้งในประเทศและต่างประเทศในเฟสถัดไป

ทั้งนี้ นอกจาก 2 โครงการข้างต้น ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังมีโครงการที่ดำเนินการร่วมกับชุมชนเพื่อสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนร่วมกันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก  ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ ...