วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565

โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง เปิดตัว CORI หุ่นยนต์อัจฉริยะช่วยผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียม

โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง  เปิดตัว CORI 

หุ่นยนต์อัจฉริยะช่วยผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียม

นายแพทย์พิชิต กังวลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง  นพ.พิชญา นาควัชระ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง และ รศ.นพ.สาธิต  เที่ยงวิทยาพร ประธานอนุสาขาข้อสะโพกข้อเข่าราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัว CORI หุ่นยนต์อัจฉริยะช่วยผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมของ รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง ณอาคารผู้ป่วยนอก (OPD) ชั้นโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง

อาการปวดข้อสร้างความทุกข์ทรมาน และเป็นอุปสรรคในการดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะข้อเข่า เนื่องจากต้องรองรับน้ำหนักของร่างกายเป็นหลัก แม้ว่าข้อเข่าเสื่อมมักพบในคนที่มีอายุเฉลี่ยตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เนื่องจากอายุที่มากขึ้นทำให้ร่างกายเริ่มถดถอย และข้อเข่าเสื่อมพบในเพศหญิงมากกว่าเนื่องจากปัจจัยด้านฮอร์โมน

ในปัจจุบันสามารถพบโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้ที่มีอายุน้อย สาเหตุจากน้ำหนักตัวที่มากเกินไป ยังขึ้นอยู่กับการใช้งานเข่า การทำกิจกรรม หรือกิจวัตรประจำวันที่มีแรงกดต่อข้อเข่ามาก เช่น การเดินขึ้น-ลงบันได รวมทั้งในผู้ที่เคยประสบอุบัติเหตุจากการกระแทกอย่างรุนแรงของข้อเข่า ทำให้มีการฉีกขาดของกระดูกอ่อน หรือเส้นเอ็นภายในข้อเข่า เทคโนโลยีและนวัตกรรมได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาทางการแพทย์ ทำให้สามารถรับมือกับโรคภัยต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับโรคข้อเข่าเสื่อม การรักษาขึ้นกับความรุนแรงของอาการ ตั้งแต่การรักษาด้วยวิธีอนุรักษ์นิยม โดยใช้ยาไปจนถึงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า โดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเข้ามาอำนวยความสะดวก โดยเล็งผลในด้านประสิทธิภาพประสิทธิผลที่ตรงจุดและปลอดภัย

นพ.พิชิต กังวลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง กล่าวว่า ในปัจจุบันวงการแพทย์มีการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้อย่างแพร่หลายตามมาตรฐานระดับสากล ไม่ใช่แค่เพื่อให้เกิดประโยชน์ในด้านของการอำนวยความสะดวกแก่คนไข้เท่านั้น แต่ต้องการให้เกิดประโยชน์ทางการรักษาที่เพิ่มคุณภาพบริการ ความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นด้วย   โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง จึงมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีการรักษาและนวัตกรรมทางการแพทย์เหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นต้น ทั้งนี้การให้บริการของโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง เราได้ผนวกความชำนาญการเฉพาะทางของแพทย์แต่ละสาขา พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ที่มีประสบการณ์ ผสมผสานไปกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีความก้าวหน้า โดยนำมาปรับใช้ร่วมกับการรักษาเพื่อเพิ่มศักยภาพในการรักษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ด้าน นพ.พิชญา นาควัชระ ผู้อำนวยการศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง เปิดเผยว่า ทางโรงพยาบาลฯ เปิดตัวนวัตกรรมเทคโนโลยีหุ่นยนต์อัจฉริยะครั้งนี้ เพื่อมาช่วยในการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมซึ่งทำการผ่าตัดผ่านการควบคุมของทีมศัลยแพทย์กระดูกและข้อที่ชำนาญการ  ทำให้การผ่าตัดโดยเฉพาะตำแหน่งที่เข้าถึงได้ยากมีความตรงจุดมากขึ้น และช่วยลดภาวะแทรกซ้อนในการผ่าตัด ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ข้อดีอีกประการหนึ่งคนไข้จะได้รับโดยตรงคือไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการทำ CT Scan ทำให้คนไข้ลดการสัมผัสต่อรังสีเนื่องจากคุณสมบัติของหุ่นยนต์รุ่นนี้ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมด้วยเทคนิคการจำลองข้อเข่าสามมิติและแผนการผ่าตัดเสมือนจริง ช่วยให้การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมมีความตรงจุดมากขึ้น

ส่วน รศ.นพ.สาธิต เที่ยงวิทยาพร ประธานอนุสาขาข้อสะโพกข้อเข่าราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม หัวหน้าทีมแพทย์การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ข้อสะโพก และแพทย์ที่ปรึกษาของศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง ซึ่งมีประสบการณ์ในการผ่าตัดด้วยเทคนิคการใช้หุ่นยนต์ผ่าตัด ไม่ต่ำกว่า 150 ราย ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า การใช้เทคโนโลยีที่ไม่ต้องพึ่งการส่งผู้ป่วยตรวจ CT SCAN  โดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมอัจฉริยะแบแผลเล็ก Robotic Assisted Total Knee Arthroplasty ทำให้การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นไปได้อย่างถูกต้อง ตรงจุดมากขึ้น และยังช่วยศัลยแพทย์ผ่าตัด ในการคำนวณการปรับความตึงของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อโดยรอบข้อเข่าให้เป็นไปอย่างเหมาะสมโดยระบบปฏิบัติการของหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดจะประมวลผลข้อมูลที่ได้ออกมาเป็นรูปแบบจำลองของกระดูกคนไข้ซึ่งข้อมูลนี้เป็นข้อมูลเฉพาะบุคคลของคนไข้แต่ละราย

นอกจากนี้ยังสามารถจำลองแผนการผ่าตัดเสมือนจริงส่งผลให้ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือผ่าตัดแบบเดิมๆ อีกทั้งเครื่องกรอกระดูกที่ควบคุมโดยระบบปฏิบัติการของหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด  ได้รับการออกแบบให้มีขนาดเล็ก เหมาะสมถนัดมือช่วยให้ศัลยแพทย์ผ่าตัดทำการตัดกรอกระดูกเฉพาะส่วนที่ต้องการออก จึงลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อข้างเคียงรอบ ๆ ข้อเข่า และลดการบาดเจ็บต่อกระดูก โดยให้เป็นไปตามที่ได้กำหนดและวางแผนไว้ ทั้งนี้เพื่อสามารถเตรียมกระดูกให้มีขนาดพอดีกับการใส่ข้อเข่าเทียมที่เหมาะสมต่อไป หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดช่วยศัลยแพทย์กำหนดขนาดและตำแหน่งการวางข้อเทียมได้อย่างตรงจุดส่งผลให้อายุการใช้งานของข้อเข่าเทียมยาวนานขึ้น โดยรวมแล้วผู้ป่วยจึงฟื้นสภาพข้อเข่าได้เร็ว สามารถเดินลงน้ำหนักและกลับไปประกอบกิจวัตรประจำวันได้อย่างปกติ

ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง ต้องการช่วยให้ผู้ป่วย หรือผู้รับบริการทั้งคนไทยและต่างชาติ ผ่านพ้นความทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดข้อเข่าและสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมด้วยหุ่นยนต์อัจฉริยะแบแผลเล็ก Robotic Assisted Total Knee Arthroplasty ได้สะดวก ผู้ป่วยจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น



อีกทั้งในอนาคตทางศูนย์กระดูกและข้อโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง จะเปิดศูนย์ฝึกอบรมสอนแสดงเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าให้แก่แพทย์ พยาบาล เพื่อเป็นวิทยาทานและร่วมพัฒนาวงการแพทย์ไทยให้ก้าวหน้าทัดเทียมนานาชาติต่อไป

 

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565

นวัตกรรมเสาจราจรล้มลุกจากยางธรรมชาติ เพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน เพื่อประโยชน์ทางคมนาคมทางบก

นวัตกรรมเสาจราจรล้มลุกจากยางธรรมชาติ 

เพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน 

เพื่อประโยชน์ทางคมนาคมทางบก 

                        รศ.ดร.จิตติศักดิ์  ธรรมาภรณ์พิลาศ  รองอธิการบดีด้านการจัดการทรัพย์สินและกายภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) รับมอบเสาจราจรล้มลุกผลิตจากยางธรรมชาติ (ยางพารา) จำนวน 300 ต้น จากคุณสุวัฒน์  กอบกาญจน์สกุล ประธานกรรมการบริษัท สยามยูไนเต็ดรับเบอร์ จำกัด ณ Sky Scape สยามสเคป เมื่อเร็วๆ นี้

                       ซึ่งเสาจราจรล้มลุกดังกล่าวเป็นผลงานการวิจัยของ รศ.ดร. ศิริลักษณ์ พุ่มประดับ  ภายใต้โครงการ “นวัตกรรมเสาจราจรล้มลุกจากยางธรรมชาติเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ท างคมนาคมทางบก (Innovative Traffic Poles from Natural Rubber for use in Land Transportation)” โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช) และบริษัท สยามยูไนเต็ดรับเบอร์ จำกัด เพื่อใช้ประโยชน์ด้านการจราจร ช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ทั้งยังช่วยส่งเสริมการเดินอัจฉริยะ หรือ Smart Mobility ภายใต้โครงการ Samyan Smart City 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นตัวแทนผู้มีจิตศรัทธา ส่งต่อธารน้ำใจ ยกทัพเครื่องอุปโภคบริโภคมอบให้แก่โรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นตัวแทนผู้มีจิตศรัทธา ส่งต่อธารน้ำใจ ยกทัพเครื่องอุปโภคบริโภคมอบให้แก่โรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก

                   มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมเจ้าหน้าที่ แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ  ยกทัพเครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของเครื่องใช้มอบให้แก่โรงพยาบาลอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ประกอบด้วย ข้าวสาร  ครีมอาบน้ำ โลชั่นบำรุงผิว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เส้นหมี่ขาว ปลากระป๋อง ยาฟ้าทะลายโจร  ยาพาราเซตามอล  ยาตำราหลวง รองเท้าฟองน้ำ เสื้อสำเร็จรูป รวม 11 รายการ คิดเป็นเงินมูลค่าทั้งสิ้น 117,360 บาท (หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นเจ็ดพันสามร้อยหกสิบบาทถ้วน) โดยมี นายแพทย์วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง เป็นผู้รับมอบ ณ โรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2565




                 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยต่าง ๆ  สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่มีความประสงค์จะบริจาคสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม  หรือติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org   เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือ ติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

#ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2565

กรมการท่องเที่ยวร่วมลงนาม MOU รวม 21 หน่วยงาน ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับเด็ก (Child Safe Friendly Tourism Project)

กรมการท่องเที่ยวร่วมลงนาม MOU รวม 21 หน่วยงาน ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับเด็ก (Child Safe Friendly Tourism Project)

                พลตำรวจเอกธรรมศักดิ์ วิชชารยะ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ให้เกียรติเป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับเด็ก (Child Safe Friendly Tourism Project) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 21 หน่วยงาน โดยมีนายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมออดิทอเรียม ชั้น 3 โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร เมื่ิอวันที่ 7 กันยายน 2565

ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและกรมการท่องเที่ยว  แสดงเจตจำนงเพื่อผนึกกำลังบูรณาการความร่วมมือในลักษณะภาคีหุ้นส่วน (Partnership (ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร (NGOs) และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว) ในการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับเด็ก เพื่อร่วมกันส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีและความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวทั้งจากนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้ทุกคนรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเมื่อพำนักอยู่ในประเทศไทย

                  พลตำรวจเอกธรรมศักดิ์ วิชชารยะ กล่าวว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับเด็ก (Child Safe Friendly Tourism Project) ในวันนี้ โดยได้เปิดเผยว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ห่วงใยในมาตรการป้องกันและคุ้มครองเด็กจากการค้ามนุษย์ และเล็งเห็นความจำเป็นที่จะต้องมีแนวทางแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนเพื่อตัดช่องโอกาสมิให้มีการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กในทุกรูปแบบ แม้ว่าในปีนี้ประเทศไทยได้รับการจัดระดับอยู่ในกลุ่มเทียร์ 2 ตามรายงาน US TIP Report 2022 แต่ยังพบว่ามีปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การแสวงหาประโยชน์ทางเพศต่อเด็กในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวบางแห่ง ดังนั้น การที่จะปรับปรุงภาพลักษณ์เดิมเชิงลบที่กล่าวหาว่าประเทศไทยใช้เพศพาณิชย์ดึงดูดนักท่องเที่ยว ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสร้างมาตรฐานทางการท่องเที่ยวที่ปกป้องและคุ้มครองเด็กจากการค้ามนุษย์ การแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก รวมทั้งกำหนดมาตรการและแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม เพื่อส่งเสริมภาคธุรกิจในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยจากการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กทุกรูปแบบ

                   ด้านนายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกฝ่ายบูรณาการความร่วมมือในลักษณะภาคีหุ้นส่วน ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ในการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับเด็ก ระหว่าง ๒๑ หน่วยงาน โดยร่วมกันพัฒนามาตรการที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กทุกรูปแบบ ทั้งมาตรการเชิงป้องกันและมาตรการจูงใจ การพัฒนาหลักสูตรอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรในสถานประกอบการและนักศึกษาเกี่ยวกับการป้องกันการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กทุกรูปแบบ การพัฒนามาตรฐานทางการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง การส่งเสริมการสร้างแบรนด์ (Branding) และการใช้ตราสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับธุรกิจที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับเด็กให้เป็นที่รู้จักในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของสถานประกอบการ และการประชาสัมพันธ์โครงการหรือแผนการต่อต้านการค้ามนุษย์และการล่วงละเมิดทางเพศเด็กของประเทศไทยบนสื่อโซเชียลต่างๆ รวมถึงการขยายการดำเนินการไปยังสถานประกอบการประเภทอื่น ในห่วงโซ่อุปทานทางการท่องเที่ยว

                     ส่วน นายทวีศักดิ์ วาณิชย์เจริญ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมการท่องเที่ยวยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลงนามความร่วมมือครั้งนี้ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าการท่องเที่ยวของประเทศไทย ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ ประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโต มีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น โดยสร้างความหลากหลายด้านการท่องเที่ยว สามารถผลักดันให้ประเทศบรรลุเป้าหมายในการเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวระดับโลกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทุกระดับ ซึ่งการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับเด็ก (Child Safe Friendly Tourism Project) ร่วมกันระหว่าง ๒๑ หน่วยงาน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กทุกรูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการบูรณาการความร่วมมือในครั้งนี้จะประสบผลสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ร่วมกัน

                    ทั้งนี้ 21 หน่วยงานที่ร่วมลงนาม ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมการท่องเที่ยว สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมบัญชีกลาง กรมสรรพากร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย สมาคมโรงแรมไทย มูลนิธิเพื่อความเข้าใจเด็ก (FOCUS) มูลนิธิเพื่อยุติการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก (ECPAT Foundation) มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย มูลนิธิวัฒนเสรี มูลนิธิรักษ์เด็ก และมูลนิธิเอ - ทเวนตี้วัน (A 21 Foundation) 

#CHILDSAFETY #ChildSafeFriendlyTourismProject 

ฐาปนีย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. ได้รับเกียรติเชิญบรรยาย ในงาน Venice International Film Festivals ครั้งที่ 79 ณ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

ฐาปนีย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. ได้รับเกียรติเชิญบรรยาย 

ในงาน Venice International Film Festivals ครั้งที่ 79 ณ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี


             นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้รับเกียรติเชิญบรรยาย “Focus Thailand” ณ Italian Pavilion ในงาน Venice International Film Festival 2022 ณ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี



       โดยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. ได้กล่าวเชิญชวนผู้สร้าง ผู้ถ่ายทำและนักลงทุนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ที่ร่วมงานงาน Venice International Film Festival 2022 ให้เดินทางถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยที่มีแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่ถ่ายทำใหม่ๆ ภายใต้การนำเสนอ Thailand 365 All Year Round ซึ่งมีความโดดเด่นในด้าน Location ที่มีศักยภาพและมีความแตกต่างใน 5 ภูมิภาคของไทย รวมถึงได้ฉายหนัง Amazing New Chapters ทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยได้ให้ข้อมูลถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศไทย ทั้งด้านบุคลากร อุปกรณ์ และต้นทุนการผลิตซึ่งมีศักยภาพในการแข่งขัน รวมถึงมาตรการด้านภาษีสำหรับคณะถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศ ซึ่งล้วนจูงใจให้ผู้เข้ารับฟังการบรรยายกว่า 110 คน เกิดความสนใจในศักยภาพของประเทศไทยในฐานะ “Filming Destination”และถือเป็นการเขื่อมความสัมพันธ์ทางการท่องเที่ยสและวัฒนาธรรม ผ่าน Softpower ของไทย อิตาลี ได้เป็นอย่างดี



      ภายในงานดังกล่าว คุณลอเรนโซ่ กาลานติ เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ได้บรรยายถึงความร่วมมือระหว่างประเทศอิตาลีกับประเทศไทย ในการประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมของประเทศไทยในรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 สืบเนื่องถึงรัชกาลที่ 6 ที่ทรงมอบหมายให้วิศวกรและช่างชาวอิตาลีก่อสร้างอาคารที่สวยงามในกรุงเทพฯ โดยการฉายภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “Me and the Magic Door” ซึ่งเป็นสารคดี Documentdrama ที่สวยงามและสร้างความประทับใจในความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ และจะเป็นประโยชน์ ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ ททท ต่อไป



       นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท.  กล่าวว่า การเจาะตลาดส่งเสริมให้เกิดการเดินทางเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยนั้น เป็นหนึ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายที่ ททท. ให้ความสำคัญ โดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา มีกองถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 176 เดินทางมาถ่ายทำในประเทศไทย ซึ่ง Mr. Nicholas Simon – Executive Producer บริษัท Indochina Productions ซึ่งร่วมบรรยายภายในงานก็ได้ร่วมยืนยันถึงศักยภาพการถ่ายภาพยนตร์ในประเทศไทย ให้แก่ผู้เข้าร่วมงานได้เกิดความเชื่อมั่นในการเดินทางมายังประเทศไทยในอนาคต

#AmazingThailand

#AmazingNewChapters

#VeniceInternationalFilmFestival2022

#MeandtheMegicDoor

#Thailand365

#เที่ยวเมืองไทยAmazingยิ่งกว่าเดิม

#365มหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565

'มูลนิธิพระราหู' โดย ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ มอบทุนการศึกษาและถุงยังชีพ เขต จ.พิษณุโลก

'มูลนิธิพระราหู' โดย ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ มอบทุนการศึกษาและถุงยังชีพ เขต จ.พิษณุโลก

                มูลนิธิพระราหู โดย ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิฯ จัดกิจกรรมโครงการ "ใจถึงใจ ปันน้ำใจ"มอบทุนการศึกษาพร้อมถุงยังชีพ ให้กับบุตรธิดาข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.วัดโบสถ์ จว.พิษณุโลก ตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงระดับ ปริญญาตรี รวมจำนวน 35 ทุน รวมทั้ง ถุงยังชีพจากมูลนิธิพระราหู มอบให้ข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.วัดโบสถ์ ตั้งแต่ระดับ รอง สว.- ผบ.หมู่ จำนวน 89 ชุด ที่ ห้อง ศปก.สภ.วัดโบสถ์ อ.วัดโบสถ์ จว.พิษณุโลก




               ต่อมาเวลา 16.00 น. มูลนิธิพระราหู โดย ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิฯ มอบทุนการศึกษา พร้อมถุงยังชีพให้กับบุตรธิดาข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.ชาติตระการตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงระดับ ปริญญาตรี รวมจำนวน 31 ทุน รวมทั้ง ถุงยังชีพ จากมูลนิธิพระราหู มอบให้ข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.วัดโบสถ์ ตั้งแต่ระดับ รอง สว.- ผบ.หมู่ จำนวน 49 ชุด และมอบเงินสนับสนุนสมทบทุนการก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ของสภ.ชาติตระการ อีกจำนวนหนึ่ง ณ ห้องประชุม สภ.ชาติตระการ ตำบลป่าแดง อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก



                 นอกจากนี้ ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิพระราหูและคณะฯได้ร่วมเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 10/1 ม.3 บ้านปากรอง ตำบล ชาติตระการ เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจให้กับ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) ที่ต้องสูญเสียบิดาและมารดา เนื่องจากบ้านถูกน้ำท่วมบริเวณชั้นล่างและทำให้ทั้งคู่ถูกไฟฟ้าช็อตจนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่ง ด.ช.เอ เป็นเด็กเรียนดี ปัจจุบันอาศัยอยู่กับลุง ซึ่งมีฐานะยากจน ทั้งนี้ ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิพระราหู ได้มีความห่วงใยอนาคตการเรียนของ ด.ช.เอ จึงได้มอบเงินสนับสนุนเพื่อเป็นทุนการศึกษา

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก  ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ ...