วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ชวนนักวิ่ง เข้าร่วมงานวิ่งการกุศล ร่วมสมทบทุนให้กับโรง พยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ชวนนักวิ่ง

เข้าร่วมงานวิ่งการกุศล ร่วมสมทบทุนให้กับโรง

พยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา

จังหวัดชลบุรี

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดกิจกรรม ซึ่งร่วมสนับสนุนโดย มูลนิธิ   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ขอเชิญชวนนักวิ่งทุกท่านร่วมวิ่งการกุศล ครั้งที่ 3 หรือ “Mitsubishi Motors Charity Run 2022” ในวันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2565 บนเส้นทางอ่างเก็บน้ำบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากงานวิ่งการกุศลจะนำไปสมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา

โดยรายการวิ่งการกุศลแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Fun Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร (ค่าสมัคร 500 บาท) และ Mini Marathon ระยะทาง 10 กิโลเมตร  (ค่าสมัคร 600 บาท) โดยเส้นทางการวิ่งจะเริ่มจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ซึ่งเป็นจุดปล่อยตัว และวิ่งผ่านเส้นทางธรรมชาติอ่างเก็บน้ำบางพระ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดชลบุรี

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมงานวิ่งการกุศลได้ที่ https://c55events.com/mitsubishirun2022 หรือ Facebook Page: Wingnaidee โดยผู้เข้าร่วมทุกท่านจะได้รับเสื้อและหมายเลขวิ่ง สำหรับนักวิ่งชายและหญิงที่วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับแรก    ในประเภท Fun Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร จะได้รับถ้วยรางวัลและเงินรางวัลมูลค่า 1,500 บาท สำหรับนักวิ่งชายและหญิงที่วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับแรกในประเภท Mini Marathon ระยะทาง 10 กิโลเมตร จะได้รับถ้วยรางวัลและเงินรางวัลมูลค่า 4,000 บาท สำหรับผู้วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับแรกในแต่ละกลุ่มอายุของการวิ่งประเภท Mini Marathon จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 2,000 บาท สำหรับรองชนะเลิศอันดับ 1 และ รองชนะเลิศอันดับ 2 จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 1,000 บาท และ 500 บาท ตามลำดับ

          สำหรับลูกค้าที่สนใจชม หรือทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นต่างๆ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิทั่วประเทศ หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์



สุรียา ยีลูมา นั่งตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค รวมแผ่นดิน มั่นใจนโยบายพรรค ตอบโจทย์ ปัญหาปากท้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

สุรียา  ยีลูมา  นั่งตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค

รวมแผ่นดิน มั่นใจนโยบายพรรค ตอบโจทย์

ปัญหาปากท้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 พรรครวมแผ่นดิน” จัดประชุมใหญ่วิสามัญ เลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ทั้งหมด 14 คน ประกอบด้วย พล.อ. วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็น หัวหน้าพรรค /  นางบุญญาพร นาตะธนภัทร พลเอก สุรวัช บุตรวงษ์ อดีต ผอ.ช่อง 5 และ พลตรี พิชิต บุตรวงศ์ เป็นรองหัวหน้าพรรค นายจำลอง ครุฑขุนทด เป็นเลขาธิการพรรค / นายณัฐพล ทองคำ เหรัญญิกพรรค / นายมนตรี พรมวัน นายทะเบียนสมาชิกพรรค / นายคมสันต์ พันธุ์วิชาติกุล โฆษกพรรค / นายชิงชัย ก่อประภากิจ นายมาโนช อุณหกาญจน์กิจ นายเฉลิมพล ระดาพัฒน์ นายสุรียา ยีลูมา น.ส.กานดา ถาวรประพาฬ และพันเอก ธีรเดช เบญจาธิกุล เป็นกรรมการบริหารพรรค ที่โรงแรมรามาการ์เด้นท์ เมื่อวันที่ 1 สิงหาค. 2565 ที่ผ่านมา

ทางด้าน นายสุรียา  ยีลูมา อดีตผู้ลงสมัคร สส. พรรคพลังประชารัฐ  ผู้คลุกคลีกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  โดยเฉพาะ จ.นราธิวาส  ซึ่งล่าสุดย้ายเข้าสู่พรรครวมแผ่นดิน พร้อมนั่งตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค เปิดเผยว่า การย้ายเข้าสู่บ้านใหม่ของตนในครั้งนีก็เพราะมีความศรัทธาต่อแนวนโยบายของพรรครวมแผ่นดิน ซึ่งนำโดย  พล.อ. วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรค  ซึ่งมีทิศทางการทำงาน การบริหารงานที่ชัดเจน โดยเฉพาะการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบอบพรรคการเมือง  ด้วยนโยบายลดความขัดแย้ง และยังได้รวบรวมทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถจากทั่วประเทศมาช่วยทำงานแก้ไขปัญหาเรื่องปากท้องให้กับพี่น้องประชาชนอันเป็นนโยบายหลักของพรรค  ซึ่งก็ตรงกับแนวทางการทำงานของตน ซึ่งวางเป้าหมายที่จะแก้ปัญหาในเรื่องปากท้องของพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีคสามมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ในช่วงตลอดระยะวลาที่ผ่านมา ตนได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนใน จ. นราธิวาส เขต 4 ประกอบด้วย อ.ยี่งอ อ.บาเจาะ อ.รือเสาะ  อ.ศรีสาคร ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างใกลที่ยังคงต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐในเรื่องเศรษฐกิจ และ ที่ดินทำกิน ซึ่งตนได้มีการรับฟังปัญหาต่างของพี่น้องในพื้นที่ 3  จังหวัดภาคใต้ ซึ่งตนรับทราบถึงปัญหา  เข้าใจความต้องการ และตนก็พร้อมที่จะทำงานอย่างสุดความสามารถเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้กับประชาชน 3  จังหวัดชายแดนภาคใต้  ส่วนนโยบายพรรครวมแผ่นดิน ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์ เรื่องปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ก็คงเป็นเรื่องนโยบาย  ในการที่จะยกระดับการเกษตรของไทยไปสู่อุตสาหกรรมการเกษตรที่สมบูรณ์  รวมทั้งนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว  ซึ่งตนคิดว่าสองนโยบายนี้  จะสามารถแก้ไขปัญหาปกท้องให้แก่ประชาชนได้ 

อิตั้น อิเล็คทริค (EATON) บุกตลาด AEC พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ชูจุดเด่นเทคโนโลยีล่าสุด

อิตั้น อิเล็คทริค (EATON) บุกตลาด AEC 

พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 

ชูจุดเด่นเทคโนโลยีล่าสุด

บริษัท อีตั้น อิเล็คทริค (ประเทศไทย) จำกัด (Eaton) หนึ่งในบริษัทผู้นำนวัตกรรมด้านไฟฟ้าและบริการทางด้านการจัดการพลังงานไฟฟ้าระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา มีประวัติอันยาวนาน ก่อตั้งมากว่า 110 ปี อีตั้นนำเสนอโซลูชันพลังงานที่มีประสิทธิภาพเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการกับพลังงานไฟฟ้า และเครื่องจักรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีความยั่งยืน โดยอีตั้นให้บริการลูกค้าในกว่า 175 ประเทศทั่วโลกรวมไปถึงประเทศไทย

นายปริญญา พงษ์รัตนกูล  ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อีตั้น อิเล็คทริค (ประเทศไทย) จำกัด (EATON) ได้เปิดเผยว่า “ด้วยนโยบายของรัฐบาลไทยที่พร้อมเปิดประเทศ รวมไปถึงทั่วโลกต่างมุ่งมั่นที่จะอยู่ร่วมกับโรคระบาดและทำให้ชีวิตกลับสู่ปกติที่สุด ทำให้นโยบายครึ่งหลังของปีนี้ อีตั้น ประเทศไทย พร้อมขยายตลาดด้านพลังงานทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ตัดต่อ จ่ายไฟ และสำรองไฟอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในเซ็กเม้นท์หลักของเราอันได้แก่ สาธารณูปโภค อาคารสูง โรงพยาบาล ดาต้าเซ็นเตอร์ และอุตสาหกรรม พร้อมเปิดตัวสินค้าที่เป็นนวัตกรรมล่าสุดเพื่อเติมเต็มในสิ่งที่ลูกค้ากลุ่มนี้มองหา ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ EV Charger หรือ ผลิตภัณฑ์ไมโครดาต้าเซ็นเตอร์


นอกเหนือจากตลาดในประเทศไทย เมื่อเร็วๆนี้ เราได้กลับมาโฟกัสตลาดประเทศกัมพูชาที่จัดว่าเป็นตลาดที่เติบโตเป็นอย่างมากซึ่งเราได้เคยเปิดตลาดไว้แล้ว แต่ด้วยในสถานการณ์ของโรคระบาด จึงทำให้ไม่สามารถโฟกัสได้อย่างเต็มที่ โดยได้มีโอกาสพบกับตัวแทนจำหน่ายหลักรวมไปถึงพาร์ทเนอร์อื่นๆ และได้เจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เพิ่มเติม ซึ่งถือว่าได้รับผลตอบรับที่ดีมาก

สำหรับเรื่องแผนการการตลาด ขณะนี้เรากลับมาทำการตลาดในลักษณะการจัดงานอีเว้นท์และพบปะกับลูกค้าได้เป็นปกติแล้ว แต่ก็ยังคงมีการโฟกัสในส่วนของตลาดที่เป็นออนไลนเช่นกันเพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างและติดตามผลได้ง่าย โดยเป็นสัดส่วนออนไลน์อยู่ที่ประมาณ 30% เปอร์เซนต์ และออฟไลน์อยู่ที่ประมาณ 70% เปอร์เซนต์ ในส่วนการเติบโตของยอดขายอีตั้น (EATON) ในครึ่งหลังของปีนี้ เรามองว่าเราสามารถเติบโตได้เป็นสองเท่าของ GDP ประเทศ โดยนอกจากการเปิดตลาดในประเทศกัมพูชาในครั้งนี้แล้ว เรายังมีแผนระยะยาวที่จะขยายต่อออกไปในกลุ่ม AEC ที่เหลือที่เราดูแลอีกด้วย ทั้งนี้เพราะเรามองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้ในด้านของเทคโนโลยีของอีตั้นที่จะเข้าไปสนับสนุนความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในประเทศเหล่านี้ อีกทั้งอีตั้นก็ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกมาเติมเต็มตลาดอยู่เสมออีกด้วย”

ดีพร้อม ร่วมมือ โตโยต้า ช่วยเอสเอ็มอีฝ่าวิกฤตต้นทุน ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG โชว์กึ๋น อัพสกิล คาราคุริ ไคเซ็น ด้วย Metaverse

ดีพร้อม ร่วมมือ โตโยต้า ช่วยเอสเอ็มอีฝ่าวิกฤตต้นทุน ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG โชว์กึ๋น อัพสกิล คาราคุริ ไคเซ็น ด้วย Metaverse



กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผนึกความร่วมมือกับ โตโยต้า ประเทศไทย ร่วมฝึกอบรมการใช้ระบบคาราคุริ ไคเซ็น ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติต้นทุนต่ำในภาคการผลิต เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการในการลดต้นทุนด้วยนวัตกรรมที่สามารถปรับใช้ได้งานในองค์กร สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG โดยจัดอบรมในรูปแบบ Metaverse ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถทดลองปฏิบัติภายใต้เทคโนโลยีเสมือนจริง ทั้งยังสามารถลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19


นายเจตนิพิฐ รอดภัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า แรงสะท้อนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ประกอบกับมาตรการล็อคดาวน์ในจีน กระทบต่อภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับเศรษฐกิจในไทย ที่ประสบกับวิกฤตต้นทุนภาคการผลิตเพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากต้นทุนค่าเชื้อเพลิงพลังงาน และต้นทุนวัตถุดิบในภาคการผลิตที่สูงขึ้น และปรากฎการณ์ค่าเงินบาทที่อ่อนตัวต่ำสุดในรอบ 16 ปี ซึ่งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เฝ้าติดตามสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้สั่งการให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เร่งหาแนวทางเพื่อช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบ


ดีพร้อม จึงร่วมมือกับ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับระบบอัตโนมัติต้นทุนต่ำของประเทศญี่ปุ่น หรือ ระบบคาราคุริ ไคเซ็น (Karakuri Kaizen) ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติที่ปราศจากการใช้พลังงานการเคลื่อนที่โดยปราศจากการใช้พลังงานไฟฟ้า นำมาผสานเข้ากับความรู้การปรับปรุงกระบวนการผลิตตามแนวทางของ Toyota Production System (TPS) มาใช้กับสถานประกอบการไทยผ่านเทคโนโลยี Metaverse ที่มองว่าเป็นเทคโนโลยีที่สามารถเสริมสร้างแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของวิทยากรและผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งภาคการบรรยายและภาคปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจแบบ BCG ที่มุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นการพัฒนานวัตกรรมในภาคการผลิตที่สามารถลดต้นทุนด้านพลังงาน ลดต้นทุนในการจัดซื้อนวัตกรรม รวมทั้งเป็นการฝึกฝนทักษะการแก้ปัญหาของบุคลากร ซึ่งจะช่วยพัฒนากระบวนการผลิตให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น


การอบรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผ่านระบบ Metaverse โดยผู้เข้าสัมมนาสามารถฝึกปฏิบัติได้ทันทีผ่านเทคโนโลยีเสมือนจริงทั้ง 9 ฐานกิจกรรม อีกทั้งวิทยากรยังสามารถดูแลและตอบข้อซักถามของผู้เข้าร่วมอบรมได้ใกล้ชิด โดยผู้ที่เข้าร่วมสัมมนาและคณะวิทยากรสามารถอยู่ในที่ตั้งของตนเองได้ เป็นการหลีกเลี่ยงการแออัดในสถานที่ฝึกอบรมมีผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้ากิจกรรมมากกว่า 50 คน

 

เผยโฉม ”ป๊อบ-ปิโยรส ชูชัยแสงรัตน์” สาวทรง เสน่ห์ มาดเท่ หนึ่งเดียวในผู้เข้าประกวด Mrs.Thailand World 2022

เผยโฉม ”ป๊อบ-ปิโยรส ชูชัยแสงรัตน์” สาวทรง

เสน่ห์ มาดเท่ หนึ่งเดียวในผู้เข้าประกวด  Mrs.Thailand World 2022

เจ้าแม่โรงจำนำ  “ป๊อบ ปิโยรส ชูชัยแสงรัตน์” สาวมาดเท่ทรงเสน่ห์  หลังปรากฏกายเป็นหนึ่งในผู้สมัค Mrs.Thailand World 2022 ด้วยความโดดเด่นของเธอ เธอจึงก้าวเข้าสู่รอบ30 คน อย่างไม่ยากเย็นนัก และมีสิทธิ์ลอยลำเข้าสู่รอบ 15 คนสุดท้ายอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งแน่นอนว่า เธอถูกจับตามอง ..อาจจะเป็นเต็งหนึ่ง บนเวที Mrs. ในปีนี้ ซึ่งจะจัดขึ้น ณ โรงแรม ฮอลลิเดย์ อินน์ หัวหิน ในวันที่ 20 สิงหาคม 2526 ที่จะถึงนี้

            ด้วยดีกรีที่ไม่ทำธรรมดา “ป๊อบ ปิโยรส ชูชัยแสงรัตน์” จบการศึกษาสายตรงธุรกิจ Master of Business Administration  (MBA) จากสหรัฐอเมริกา ก่อนที่เธอจะไปเขย่าเวทีนางสาวไทย เมื่อปี 2547 และ มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สในปีถัดมา  และถึงแม้เธอจะพลาดทั้งสองมง จะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่ ด้วยเสน่ห์ที่แตกต่างจนโดนเด่น เธอจึงกลายเป็น icon ของสาวใหญ่มาดเท่ วัยทำงาน ซึ่งก็ไม่แปลกที่จะเจอพ่อม้าย ไฮโซดัง รวมไปถึงสาวเล็ก สาวใหญ่  ตามขายขนมจีบซาลาเปา  กันไม่เว้นแต่ล่ะวัน 

อควา จับมือ ธนบุรี รีแฮบ เซ็นเตอร์ สนองนโยบายรัฐบาลคืนคนดีสู่สังคม เปิดสถานฟื้นฟูยาเสพติด พื้้นที่ภาคเหนือ

อควา จับมือ ธนบุรี รีแฮบ เซ็นเตอร์ 

สนองนโยบายรัฐบาลคืนคนดีสู่สังคม

เปิดสถานฟื้นฟูยาเสพติด พื้้นที่ภาคเหนือ 

ปัจจุบันประเทศไทยประสบกับปัญหายาเสพติดมาอย่างยาวนานเข้าสู่ภาวะวิกฤตและทวีความรุนแรงมากขึ้นในสองปีที่ผ่านมา จากรายงานของกรมสุขภาพจิตพบว่าในปี 2562 มีผู้เสพยาเสพติดจำนาน 11 ล้านคน และในปี 2564 พบผู้เสพยาเสพติดถึง ล้านคบ เพิ่มสูงขึ้นถึง 100% และส่วนใหญ่มีช่วงอายุไม่เกิน 35 ปี สูงถึง 50% นับเป็นกลุ่มประชากรที่เป็นอนาคตและกำลังสำคัญของชาติ ตัวเลขดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาภายในสังคมมากมาย อาทิ ทำร้ายตนเอง ก่ออาชญากรรม ลักทรัพย์ทำลายข้าวของและทรัพย์สิน ล้วนส่งผลกระทบต่อคนใกล้ชิด สังคมตลอดจนกระทบความมั่นคงของชาติในทุกด้าน ถือเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วน ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าว มีเพียง 10% ที่ยินยอมและได้เข้ารับการบำบัดรักษาอย่างจริงจัง กลุ่มคนดังกล่าวเพียงแค่หลงผิด คนเหล่านี้ควรได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกต้องเพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง

                จากผลพวงที่ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่กฎหมายเกี่ยวกับคดียาเสพติดใหม่ 2 ฉบับ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 ตามมาตรา 113 คือ การสมัครใจเข้าบำบัด โดยผู้ป่วยสามารถไปสถานพยาบาลยาเสพติด ศูนย์คัดกรอง หรือศูนย์บำบัดได้ด้วยตนเอง ซึ่งเมื่อบำบัดสำเร็จแล้วจะได้รับการรับรองจากศูนย์ และจะไม่มีความผิด ส่วนและมาตรา 114 หากเจ้าหน้าที่ของรัฐตรวจพบสารเสพติด จะถูกส่งตัวไปยังศูนย์คัดกรอง ประเมินความรุนแรงของการเสพติด และส่งต่อไปยังสถานพยาบาล หากบำบัดสำเร็จจะได้ใบรับรอง และจะไม่มีความผิด ซึ่งตามมาตรา 114 วรรค 2 หากถูกตรวจพบสารเสพติด และไม่สมัครใจบำบัดจะถูกส่งตัวดำเนินคดีตามระบบปกติโดยพนักงานสอบสวนส่งเรื่องให้อัยการและชั้นศาล

ต่อไป

ล่าสุดกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด และกองบัญชาการตํารวจภูธรภาค 5 ร่วมกับภาคเอกชน บริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ธนบุรี รีแฮบ เซ็นเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันแถลงข่าว "พิธีลงนามสัญญาในการดำเนินการสถานฟื้นฟูสมรรถภาพ "The Hills Rehab Chiangmai by Thonburi Rehab Center" ระหว่าง บริษัท ธนบุรี รีแฮบ เซ็นเตอร์ จำกัด กับ บริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)" โดยได้รับเกียรติจากนายฉาย บุนนาค  ตัวแทนบริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น จำกัด และ  ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.พรชัย มาตังคสมบัติ ตัวแทนบริษัท ธนบุรี รีแฮบ เซ็นเตอร์ จำกัเ ร่วมลงนามบันทึกสัญญาในการร่วมดำเนินการ โดยมี นพ.บุญ วนาสินพล.ต.ท.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยานพ.สุทธิพันธ์ ตรรกไพจิตร และนายอภิวุฒิ ทองคำ ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามสัญญาในครั้งนี้ ณ บริเวณลาน ชั้น โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง กรุงเทพฯ


ซึ่งในการลงนามครั้งนี้ ยังมีตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แก่ พล.ต.ท.พรชัย เจริญวงศ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษด้านปราบปรามยาเสพติด และพล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 มาร่วมกล่าวถึงสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในประเทศไทย รวมถึงศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อมาร่วมสังเกตการณ์

การลงนามครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ภาคเอกชนจะร่วมผนึกกำลังผ่านธุรกิจเพื่อช่วยเหลือสังคม ผ่านความร่วมมือเป็นภาคีกับ บริษัท ธนบุรี รีแฮบ เซ็นเตอร์ จำกัด ในโครงการพัฒนาสถานฟื้นฟูสมรรถภาพ "The Hills Rehab Chiangmai by Thonburi Rehab Center" อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานพื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดสารเสพติดแบบผู้ป่วยในแบบสมัครใจ เพื่อช่วยเหลือผู้ติดสารเสพติดให้ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องมอบโอกาสให้กลุ่มคนเหล่านี้สามารถกลับไปดำเนินชีวิตปกติในสังคมได้อีกครั้ง อีกทั้งช่วยลดปัญหาทางสังคมและเสริมสร้างประเทศให้มีความมั่นคงต่อไป

ททท.เอาใจสายมูเตลู จับมือหมอช้าง จัดกิจกรรม “เที่ยวฟินเสริมดวง” ไหว้ท้าวเวสสุวรรณ 5 เมืองรอง ลุ้นรางวัลรับวัตถุมงคล ฟรี

ททท.เอาใจสายมูเตลู จับมือหมอช้าง 

จัดกิจกรรม “เที่ยวฟินเสริมดวง”

ไหว้ท้าวเวสสุวรรณ 5 เมืองรอง 

ลุ้นรางวัลรับวัตถุมงคล ฟรี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จับมือ อาจารย์ช้าง ทศพร ศรีตุลา เอาใจสายมูเตลู พาเที่ยวเสริมสิริมงคล ในกิจกรรม “เที่ยวฟินเสริมดวง” ภายใต้โครงการเมืองรองต้องไปปี 2565 โดยร่วมกับ บริษัท ครองประทีป จำกัด จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองรอง ทั้ง 5 ภูมิภาค เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับการท่องเที่ยวในประเทศ



            สำหรับกิจกรรม “เที่ยวฟินเสริมดวง” ได้จัดทำตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยวสักการะท้าวเวสสุวรรณ  5 เส้นทาง ใน 5 จังหวัดเมืองรอง ประกอบด้วยอท้าวโชคดี และท้าวปลดหนี้ วัดเถรพลาย และท้าวเวสสุวรรณสีทอง องค์ใหญ่ วัดพังม่วง ทั้ง 2 วัด ตั้งอยู่ใน อ.ศรีประจันต์  จ.สุพรรณบุรีวัดเกาะเปริด อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรีวัดสุชน ต.สิชล อ.สิชล  จ.นครศรีธรรมราชศาลหลักเมือง ต.หมากแข้ง จ.อุดรธานี และวัดแสงแก้วโพธิญาณ ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย โดยเชิญ อ.ช้าง ทศพร ศรีตุลา Influencer สายมูเตลูชื่อดัง บอกเล่าเรื่องราวเคล็ดลับการบูชาท้าวเวสสุวรรณที่ถูกต้อง และแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจใกล้เคียง



กิจกรรม “เที่ยวฟินเสริมดวง” ยังเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ร่วมสนุก กับการลุ้นรับวัตถุมงคล “ท้าวเวสสุวรรณ” ฟรี!  โดยผู้ร่วมกิจกรรมเลือกเดินทางไปยังแหล่งใดก็ได้เพื่อสักการะท้าวเวสสุวรรณ ในเส้นทางเที่ยวฟินเสริมดวง พร้อมถ่ายรูป หรือวิดีโอ และโพสต์ลงบน Social Media ของตนเอง ใส่แฮชแท็ก #เที่ยวฟินเสริมดวง และหรือ #ไหว้ท้าวเวสสุวรรณ พร้อมตั้งค่าโพสต์เป็นสาธารณะ (Public) เพื่อลุ้นรับเซ็ตวัตถุมงคลท้าวเวสสุวรรณ


สามารถติดตามข้อมูลผ่านเว็บไซต์ www.tourismthailand.org/tiewfin Facebook Fanpage : หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา และ YouTube Channel : Morchang TV

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก  ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ ...