วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

ททท.เชียงราย ชวนเที่ยวงาน มหกรรมชาติพันธุ์ล้านนาตะวันออก (Eastern Lanna Ethnic Fair 2022)

ททท.เชียงรายชวนเที่ยวงาน

มหกรรมชาติพันธุ์ล้านนาตะวันออก

(Eastern Lanna Ethnic Fair 2022)

                    ายศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย นายวราดิศร อ่อนนุช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย , นางสาวนิติยา พงษ์พานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ , นายกฤชเพชร เพชระบูรณิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน , นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย , และนางนิภาพรรณ ณ ลำปาง รักษาราชการแทนท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมชาติพันธุ์ล้านนาตะวันออก Eastern Lanna Ethnic Fair 2022” ภายใต้แนวคิด “ข่วงชาติพันธุ์ วิถีบรรพกาล ตำนานบรรพชน” ณ ห้องประชุม waterside ชั้น 2 โรงแรมเอ็มทู โฮเทล วอเตอร์ไซด์ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา

               การจัดงานมหกรรมชาติพันธุ์ล้านนาตะวันออก (Eastern Lanna Ethnic Fair2022) จะจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 12 - 16 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ลานอเนกประสงค์หลังเทศบาลเมืองพะเยา ต.เวียง อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา

                        นายศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน (จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน) หรือกลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออก เป็นกลุ่มจังหวัดที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างยาวนาน รวมทั้งมีกลุ่มชาติพันธุ์หลายชนเผ่าอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างหลากหลาย ก่อให้เกิดศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่สนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีศักยภาพสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ และก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ท้องถิ่นและประเทศ

                     สำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ในกลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออกนั้น มีมากกว่า 18 กลุ่มชาติพันธุ์ จังหวัดพะเยา โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา ดำเนินโครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด จัดงาน “มหกรรมชาติพันธุ์ล้านนาตะวันออก Eastern Lanna Ethnic Fair 2022” ขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชาติพันธ์ในกลุ่มล้านนาตะวันออก สนับสนุนส่งเสริมชุมชนที่มีชาติพันธุ์ต่างๆ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และสร้างจิตสำนึกให้เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ของกลุ่มชาติพันธุ์ ตลอดจนเกิดการสืบทอด หวงแหนมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่สืบไปอย่างยั่งยืน   

                นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเชียงราย กล่าวว่า งานมหกรรมชาติพันธุ์ล้านนาตะวันออก จะมีกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์คือขบวนแห่อลังการชาติพันธุ์ ล้านนาตะวันออก, การแสดง แสง สี เสียง ชุด “ข่วงหลวงชาติพันธุ์ ปิติบุรศรัทธะสถาน อุษาล้านนา มหาจินตนาฎกรรม จิตวิญญาณ แห่งบรรพชน”,แฟชั่นโชว์ เครื่องแต่งกายทางชาติพันธุ์ การประกวดเครื่องแต่งกายชาติพันธุ์ ,การประกวดนางงามชาติพันธุ์ และการแสดงศิลปิน “ไม้เมือง” นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ การสาธิตวิถีชีวิตชาติพันธุ์,การแสดงศิลปวัฒนธรรม การละเล่น การแสดงวงดนตรีของชาติพันธุ์,การจำหน่ายสินค้าชาติพันธุ์และอาหารถิ่นของพี่น้องชนชาติพันธุ์ถึง 18 ชาติพันธุ์กว่า 80 ร้านค้าที่ “ข่วงการศิลป์ชาติพันธุ์ และ “ข่วงกาดหมั้วชาติพันธุ์”  การจัดงานในครั้งนี้จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาจังหวัดพะเยา แพร่ น่าน และเชียงรายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและการท่องเที่ยวในจังหวัดพะเยา รวมถึงกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 แต่การจัดงานในครั้งนี้ยังอยู่ภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไรวัสโควิด-19 ตามมาตราการของสาธารณสุข

               นอกจากนี้ในช่วงดังกล่าวจังหวัดพะเยา ยังมีการจัดงานเวียนเทียนกลางน้ำ (หนึ่งเดียวในโลก) ในวันมาฆบูชา ระหว่างวันที่ 13-16 กุมภาพันธ์ 2565 อีกงานด้วย

ททท. ชวนตามรอยซีรีส์ “สปาร์คใจนายจอมหยิ่ง ซีซั่น 2” เที่ยววิถีชุมชนสุดประทับใจ

ททท. ชวนตามรอยซีรีส์ 

“สปาร์คใจนายจอมหยิ่ง ซีซั่น 2” 

เที่ยววิถีชุมชนสุดประทับใจ


                    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  และบริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด ชวนฟินต้อนรับเดือนแห่งความรัก ตามรอยซีรีส์ “สปาร์คใจนายจอมหยิ่ง ซีซั่น 2” ในบรรยากาศสุดโรแมนติกของเขื่อน และตอกย้ำความฟินกับสถานที่ถ่ายทำหลักทั้ง 3 แห่ง คือ โรงไฟฟ้าใต้ดินแห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองไทย วิวมุมสูงกับกังหันลมยักษ์สุดอลังการบนอ่างพักน้ำตอนบน ของโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา โรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดที่ใหญ่ที่สุดในโลก เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี และทุ่งดอกบัวตองเหมืองแม่เมาะ จ.ลำปาง

           โดยซีรีส์ “สปาร์คใจนายจอมหยิ่ง ซีซั่น 2” จะเริ่มออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ทุกวันเสาร์ เวลา 10.10-10.25 น. และวันอาทิตย์ เวลา 10.15-10.30 น. หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง We TV

                  พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมท่องเที่ยวตามรอยซีรีส์ สนุกกับจุดเช็กอินสุด Unseen แหล่งท่องเที่ยวและอุดหนุนสินค้าชุมชน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ

#สปาร์คใจนายจอมหยิ่งซีซั่น2 #Unseennewseries

#ททท. #กฟผ. #บรอดคาร์ซ

ททท. จัดโครงการ “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล” จัดทำโปรนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวแก้ชง

ททท. จัดโครงการ “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล” จัดทำโปรนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวแก้ชง


            กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ บริษัท ยูชุ่นลี่ 168 จำกัด เปิดตัวโครงการ “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล” ตอบโจทย์ท่องเที่ยวสายความเชื่อศรัทธา จัดทำโปรนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล ตามหลักความเชื่อด้านโหราศาสตร์จีน โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดงานและแถลงข่าว  โดยมีนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. นายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) อาจารย์ธนากร ตันอาวัชนการ และดีเจบุ๊คโกะ-ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล ให้เกียรติเข้าร่วมเสวนา ณ เดอะ ล้ง ๑๙๑๙ ริเวอร์ไซด์ เฮอริเทจ เดสติเนชั่น คลองสาน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565


                     นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า โครงการ “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล” นี้ เป็นความร่วมมือของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. กับภาคเอกชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และบริษัททัวร์ ที่เล็งเห็นถึงความเหมาะสมในการจัดกิจกรรมเสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่รูปแบบ New Normal เนื่องจากประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นเฉพาะตัว และหลายสถานที่ยังถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนมักจะเดินทางไปทำบุญไหว้พระ จึงจัดโครงการ “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล” ขึ้น โดยนำหลักความเชื่อด้านโหราศาสตร์จีน ผนวกกับเรื่องของการเดินทางท่องเที่ยว จัดทำเป็นเส้นทางท่องเที่ยวแก้ชง เสริมสิริมงคล ทั่วประเทศไทย และโปรแกรมทำนายดวงชะตา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่สนใจในเรื่องศาสตร์ ความเชื่อ ทั้งช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ และขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้ กลับมาแข็งแรงอย่างยั่งยืน ตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

                 ด้าน นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วงปีใหม่จนมาถึงเทศกาลตรุษจีน คนไทยออกเดินทางแบบ 1 วัน (One Day Trip) ระยะใกล้ และการเดินทางไปไหว้พระ ไปสักการะ เทพเจ้าตามศาลหรือวัดต่างๆ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และเพื่อตอบโจทย์ความสนใจของนักท่องเที่ยว

              ททท. จึงได้จัดโครงการ “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล” ทำบุญ ไหว้พระ สร้างเสริมสิริมงคลผ่านกิจกรรมจัดทำเส้นทางพิเศษ “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล” ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยมีอาจารย์ธนากร ตัน อาวัชนการ (ซิน แสมังกร) ป็นผู้ออกแบบเส้นทาง โดยการนำหลักความเชื่อเรื่องดวงชะตาผนวกกับศาสตร์การตรวจดวงชะตา เสริมดวงผ่านเส้นทางการท่องเที่ยว เพื่อช่วยแก้ชงพร้อมกับเสริมดวงชะตาในด้านต่างๆ พร้อมรับยันต์ไท่ส่วยเอี้ยพิเศษ ของโครงการ เพื่อให้นักท่องเที่ยวรับความปังได้ทั่วไทย



                  ส่วน นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ททท. ยังได้จัดทำเว็บไซต์ www.tourismthailand.org/luckytourthailand ที่ได้รวบรวมความรู้ คำแนะนำเคล็ดลับต่างๆ ในการไหว้เทพเจ้า การไหว้แก้ปีชงจากผู้เชี่ยวชาญ เพียงกรอกวัน เดือน ปี และเวลาเกิด ก็จะสามารถทราบพื้นฐาน ดวงชะตา ลักษณะอุปนิสัยของตนเองและข้อควรระวังในการดำเนินชีวิต ทั้งมีคำทำนายดวงชะตาของแต่ละราศี ประจำปี 2565 และวิธีส่งเสริมดวง ไม่ว่าจะเป็นด้านการงาน การเงิน อำนาจบารมี สุขภาพ การเรียน พร้อมแนะนำแหล่งท่องเที่ยวแก้ชง เสริมสิริมงคลแบบง่ายๆ ในแหล่งท่องเที่ยวประเภทศาลเจ้า วัด รวมไปถึงแหล่งท่องท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น อุทยาน ป่าไม้ ทะเล ร้านอาหาร

                   นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรม “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลชีวิตปีขาล” โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปได้ร่วมสนุก เพียงออกเดินทางตามรอยเส้นทางแก้ชง และเคล็ดลับต่างๆ จากอาจารย์ธนากร ตันอาวัชนการ (ซินแสมังกร) และโพสต์รูปภาพหรือวิดีโอบน Social Media ของตนเอง พร้อมตั้งค่าเป็นสาธารณะ (Public) และใส่แฮชแท็ก #เที่ยวแก้ชง #เที่ยวเสริมมงคลปีขาล #เที่ยวแก้ชงเสริมมงคลปีขาล เพียงเท่านี้ก็มีสิทธิ์ลุ้นไปเที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล กับอาจารย์ธนากรในภาคเหนือหรือภาคใต้ พร้อมรับยันต์ไท้ส่วย จำนวน 5 รางวัล รวมเป็น 10 รางวัล หรือลุ้นรับยันต์ ไท้ส่วย จากอาจารย์ธนากร เพื่อเสริมมงคลให้กับตนเองด้วย ผู้โชคดีจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซี.นป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 2 เข็ม และแสดงหลักฐานผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี Antigen Test Kit (ATK) ผลเป็นลบไม่เกิน 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ทั้งนี้ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ tourismthailand.org/luckytourthailand


            ทางด้าน นายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) กล่าวว่า ทางสมาคม สธทท. ก็ได้จัดทำโปรแกรมเส้นทาง “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล” ตามที่ ททท. กำหนด ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดเช่นกัน โดยสามารถจองโปรแกรมทัวร์เส้นทาง “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล” ได้ที่บริษัทท่องเที่ยวที่เป็นสมาชิกของ สธทท. ทั่วประเทศ

WORLD CANCER DAY 2022 วันมะเร็งโลก Close The Care Gap : เติมเต็มทุกการรักษาเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง

 WORLD CANCER DAY 2022 วันมะเร็งโลก

Close The Care Gap : เติมเต็มทุกการรักษาเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง

เนื่องในวันมะเร็งโลก หรือ World Cancer Day 2022 ที่ตรงกับ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปี โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ อยากให้ทุกคนเข้าใจถึงการรักษาโรคมะเร็งและดูแลป้องกันตนเองให้มีสุขภาพแข็งแรง ห่างไกลโรคมะเร็งไปด้วยกัน ซึ่งในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาการรักษาโรคมะเร็งเพื่อคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้ป่วยจึงไม่เคยหยุดยั้ง ซึ่งหากรู้เร็ว รักษาเร็ว ย่อมช่วยเพิ่มโอกาสการหายและการรอดชีวิต ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะของโรค ชนิดเซลล์มะเร็ง อายุ และสุขภาพของผู้ป่วย

ศาสตราจารย์พิเศษ นายแพทย์ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ กล่าวว่า โรคมะเร็งเป็นโรคที่สามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ เป็นโรคที่เกิดจากการมีเซลล์ผิดปกติในร่างกายและเซลล์เหล่านี้มีการเจริญเติบโตรวดเร็วเกินปกติ ร่างกายควบคุมไม่ได้ จึงเจริญลุกลามและแพร่กระจายทั่วร่างกาย ส่งผลให้เซลล์ปกติของเนื้อเยื่อ อวัยวะต่างๆ ล้มเหลว ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เป็นสาเหตุให้เสียชีวิตในที่สุด ได้แก่ ปอด ตับ สมอง ไต กระดูก และไขกระดูก ในปีที่ผ่านมามะเร็งที่พบมากที่สุดในโลกคือมะเร็งปอด และมะเร็งที่พบมากที่สุดในคนไทยคือ มะเร็งตับและท่อน้ำดี และมะเร็งเต้านมพบมากที่สุดในผู้หญิง ซึ่งการรักษาโรคมะเร็งที่มีประสิทธิภาพคือ การรักษาที่เข้าถึงผู้ป่วยมะเร็งทุกคนได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยเป้าหมายที่ต้องการให้ผู้ป่วยกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างยืนยาว ปิดทุกช่องว่างสุขภาพ เติมเต็มการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง

ซึ่งปัจจุบันการรักษามะเร็งมีหลายวิธี ได้แก่ 1) การผ่าตัด (Surgery) เป็นวิธีรักษามะเร็งเฉพาะที่ ซึ่งมีการพัฒนาการผ่าตัดให้ไม่สูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียน้อยที่สุด ที่สำคัญปัจจุบันมีเทคโนโลยีผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก ที่ให้ผลการรักษาเทียบเท่าการผ่าตัดแบบแผลเปิด แต่แผลเล็ก เจ็บน้อย เสียเลือดระหว่างผ่าตัดลดลง ฟื้นตัวไว ลดการเกิดผลแทรกซ้อนและการติดเชื้อจากการผ่าตัด ผู้ป่วยมะเร็งจึงคลายความกังวลจากการผ่าตัดรักษาได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์เป็นสำคัญ

2) รังสีรักษา (Radiotherapy) หรือการฉายแสงเป็นการใช้รังสีกำลังสูงเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็งในตำแหน่งที่กำหนด โดยแพทย์รังสีรักษาจะวางแผนการให้ปริมาณรังสีที่มีผลข้างเคียงกับผู้ป่วยน้อยที่สุด การใช้รังสีรักษาสามารถรักษามะเร็งบางชนิดให้หายขาด บรรเทาอาการจากมะเร็ง อาทิ ลดความเจ็บปวด หยุดการไหลของเลือด เป็นต้น อีกทั้งยังรักษาภาวะเร่งด่วนที่เกิดจากโรคมะเร็งได้ ซึ่งปัจจุบันรังสีรักษาได้พัฒนาไปมากเพื่อให้รักษาได้ถูกต้องตรงตำแหน่งและลดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย

3) เคมีบำบัด (Chemotherapy) เป็นการรักษาโดยการให้ยา (สารเคมี) เพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง โดยยาเคมีบำบัดจะเข้าไปขัดขวางการแบ่งเซลล์มะเร็งที่แบ่งตัวเร็วกว่าเซลล์ปกติจึงอาจมีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก การรักษาด้วยยาเคมีบำบัดถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันนอกจากยาเคมีบำบัดจะช่วยให้หายขาด ยังสามารถให้ก่อนผ่าตัดเพื่อลดขนาดก้อนมะเร็ง และใช้รักษาเสริมหลังผ่าตัดเพื่อลดโอกาสมะเร็งกลับมาเป็นซ้ำ

4) ฮอร์โมนบำบัด (Hormonal Therapy) เป็นการใช้ฮอร์โมนเพื่อยับยั้งหรือยุติการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ซึ่งใช้ได้ในการรักษามะเร็งบางชนิดอย่างมะเร็งเต้านมที่อาจต้องกระตุ้นด้วยฮอร์โมนเพศหญิงและมะเร็งต่อมลูกหมากที่กระตุ้นด้วยฮอร์โมนเพศชาย เป็นต้น

5) การรักษาด้วยยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) จะเข้าไปออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงกับเซลล์มะเร็งเพื่อยับยั้งการแบ่งตัวและแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง มีประสิทธิภาพในการรักษาสูง ผลข้างเคียงน้อยกว่ายาเคมีบำบัด แต่ใช้ได้ดีกับเนื้อเยื่อมะเร็งที่มีเป้าจำเพาะต่อยาเท่านั้น จึงขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งเป็นสำคัญ

 6) การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) ใช้หลักการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายต่อสู้กับเซลล์มะเร็งเพื่อต่อต้านเซลล์มะเร็งได้ดียิ่งขึ้น วิธีนี้ใช้รักษามะเร็งได้หลายชนิด ขึ้นอยู่กับชนิด ลักษณะ และความรุนแรงของโรค ส่วนใหญ่ได้ผลดีในการรักษาและผลข้างเคียงต่ำ แต่ต้องขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็ง

 7) การปลูกถ่ายไขกระดูก (Bone Marrow/Stem Cell Transplantation) มีทั้งแบบการใช้เซลล์ต้นกำเนิดของตัวเองหรือของบุคคลที่มีความเข้ากันได้ของระบบภูมิคุ้มกัน ส่วนใหญ่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งระบบเลือดอื่น ๆ หรือมะเร็งเซลล์สืบพันธุ์บางชนิด

8) การรักษาแบบผสมผสาน (Combined Modality Therapy) เป็นการรักษาโรคมะเร็งโดยใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อเพิ่มโอกาสหายและรอดชีวิต แต่จะใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับระยะ ความรุนแรงของโรค และสุขภาพของผู้ป่วย โดยแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งจะประเมินการรักษาอย่างละเอียดเพื่อให้ผลการรักษาเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

นอกจากนี้การดูแลสุขภาพที่ดี ทานอาหารที่มีประโยชน์ ถูกสุขอนามัย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ไม่ตากแดดจ้า ไม่ทานปลาน้ำจืดดิบและตรวจสุขภาพร่างกายอย่างเป็นประจำ จะช่วยให้สามารถป้องกันมะเร็งและสุขภาพที่แข็งแรงได้ เนื่องในวัน World Cancer Day 2022 อยากให้ทุกคนป้องกันมะเร็งด้วยการดูแลสุขภาพให้ห่างไกลมะเร็งและหมั่นตรวจเช็กร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะมะเร็งหากรู้เร็ว รักษาเร็ว เพิ่มโอกาสหายได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ รพ.มะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ โทร. 02-755-1188 Contact Center โทร 1719  หรือ add line : @bangkokcancercare

สทท. แถลงข่าว “มั่นใจ 2022 ปีทองท่องเที่ยวไทย ชู Tourism Clinic หัวใจการพลิกฟื้น พร้อมเปิดเกมรุกตลาดต่างประเทศ”

สทท. แถลงข่าว มั่นใจ 2022 ปีทองท่องเที่ยวไทย ชู Tourism Clinic หัวใจการพลิกฟื้น พร้อมเปิดเกมรุกตลาดต่างประเทศ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทย ไตรมาส 4/2564 โดยมี นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)  เป็นประธาน พร้อมด้วย นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี รองประธาน สทท. และนายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) นายวิชิต ประกอบโกศล รองประธาน สทท. ด้านการตลาด และ รศ.ผกากรอง เทพรักษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางคณะกรรมการ สทท. และสื่อมวลชนจำนวนมาก  การแถลงข่าวในครั้งนี้มีการถ่ายทอดสดผ่านระบบ ZOOM ด้วย ณ ห้องประชุมจารุวัสตร์ ชั้น 10 อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย


สถานการการณ์ท่องเที่ยวในไตรมาส 1/2565 เท่ากับ 63 สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการคาดว่าในไตรมาส 1/2565 สถานการณ์ท่องเที่ยวน่าจะดีกว่าไตรมาส 4/2564 ขึ้นมาอีกเล็กน้อย จํานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาส 4/2564 อยู่ที่ 342,024 คน รวมทั้งปี 2564 เป็นจำนวน  427,869 คน โดยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปีประมาณ 37,739.44 ล้านบาท


         

           นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า สทท. ขอขอบคุณรัฐบาลที่พยายามสร้างสมดุลทั้งด้านความปลอดภัยและการเดินหน้าเศรษฐกิจ เห็นได้ชัดว่าเมื่อตัวเลขความรุนแรงของ Omicron ลดลง ศบค. ได้มีการประกาศเปิด Test & Go ทันที อย่างมีระบบ สทท. มั่นใจว่าปี 2022 นี้จะเป็นปีทอง ที่พลิกฟื้นให้การท่องเที่ยวไทยกลับมาเดินหน้า และเป็นผู้นำของโลกได้อีกครั้ง เราพร้อมเดินหน้าตามนโยบาย Amazing Thailand New Chapter ของท่านนายกรัฐมนตรีและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยสิ่งที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ร้องขอมามี 2 เรื่องหลักคือ ความมั่นคงทางนโยบาย และการสนับสนุนในการ Restart ธุรกิจ โดยปัจจุบันประเทศไทยมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด 19 ที่เข้มแข็งมากและดีมากแล้วใน 3 ด้านได้แก่ การคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติ การจัดการในสถานประกอบการ และการฉีดวัคซีนให้ประชาชน ภาครัฐจึงควรมั่นใจในมาตรการเหล่านี้และให้ความสนใจกับการบังคับใช้มากกว่าการที่จะเปลี่ยนแปลงมาตรการบ่อยๆ เพราะการท่องเที่ยวต้องการความต่อเนื่องเพราะต้องมีการวางแผนในระยะยาวทั้งด้านกำลังคน การลงทุนและการตลาด และในการกลับมา Restart ธุรกิจใหม่อีกครั้ง สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการที่สุดคือเงินทุนและองค์ความรู้ในการปรับธุรกิจเพื่อรองรับการท่องเที่ยวยุคใหม่ที่เปลี่ยนไปจากเดิมมาก


ด้าน นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี รอง สทท. กล่าวว่า คนท่องเที่ยวเปรียบเสมือนคนหนุ่มที่เคยแข็งแรง ทำงานได้ดีเยี่ยมหาเงินเลี้ยงครอบครัวมาโดยตลอด แต่ต้องเจออุบัติเหตุเข้าไปอยู่โรงพยาบาล 2 ปี วันนี้คนหนุ่มคนนี้หายดีแล้ว กำลังจะกลับมาทำงานเป็นกำลังสำคัญอีกครั้ง แต่ 2 ปีที่ผ่านมา โลกเปลี่ยนไปมาก เราจำเป็นต้องทำการ Reskill / Upskill ใหม่ จำเป็นต้องพัฒนา ทั้งด้านสินค้า การเงิน การตลาด เทคโนโลยี เราใช้คำว่า Tourism Clinic เพราะเราต้องการทีมคุณหมอ มีพยาบาลมาช่วยฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ ให้ถูกโรค ให้ถูกปัญหา โดย สทท. เชื่อมั่นว่า Tourism Clinic จะเป็นหัวใจสำคัญในการพลิกฟื้นให้ท่องเที่ยวไทยกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง โดยเราจะทำตั้งแต่ การรวบรวมปัญหาช่วยเยียวยา เร่งพัฒนา ออกแบบแผนการฟื้นฟู ให้เหมาะสมกับผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มอาชีพ แต่ละพื้นที่ แต่ละราย ที่มีปัญหาแตกต่างกัน โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งภาควิชาการและภาคประสบการณ์เข้ามาช่วยให้ถูกจุด เพื่อให้ทุกคนกลับมาเข้มแข็ง โดยปัจจุบันเราได้เริ่มทำโครงการนำร่องที่ภูเก็ต กระบี่ พังงา และกำลังจะมีการดำเนินการต่อเนื่องทั่วประเทศ


ส่วน คุณวิชิต ประกอบโกศล รองประธาน สทท. ด้านการตลาด ชี้แจงว่าในปีนี้เราจะต้องเน้นการขยายตลาดเชิงรุกทั้งแบบ G2G  คือการสร้าง Travel Bubble และเปิดน่านฟ้ากับประเทศต่างๆ มากขึ้น สัปดาห์ที่ผ่านมา เรามีข่าวดีเรื่องการกลับมากระชับความสัมพันธ์กับประเทศซาอุดิอาราเบีย ซึ่งผู้ประกอบการก็ให้ความสนใจอย่างมากทั้งในเรื่องการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบ Halal และ Medical & Wellness โดย สทท. จะเร่งส่งเสริมการสร้าง B2B Partner – Roadshow ผ่านสมาคม / เครือข่ายผู้ประกอบการ รวมไปจนถึงการพัฒนาและนำเสนอสินค้าเพื่อเจาะตลาดกลุ่มใหม่ ที่มีมูลค่าสูงขึ้น เช่น Gastronomy / สายมู / GLBT / Wedding / Responsible / Workation และใช้ช่องทางการตลาดและสื่อการตลาดแบบใหม่ผสมผสาน Offline – Online  และ Metaverse  โดยเราจะมีการตั้งคณะทำงานทูตการท่องเที่ยวเจาะตลาดเชิงรุกร่วมกัน ของ ททท. และ สทท. เพื่อเจรจาสร้างโอกาส ลดอุปสรรค และเดินหน้าเปิดเกมรุกก่อนใครกับประเทศกลุ่มเป้าหมาย ทั้งผ่าน ททท. / Travel Agency / Influencer / และ Digital Media

นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธาน สทท. กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยหรือที่เรียกกันว่า “ค่าเหยียบแผ่นดิน” นั้น สทท. เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี นอกเหนือจากเรื่องการประกันภัยแล้ว ก็มีเป้าประสงค์ในการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบ ทั้งคน ทั้งแหล่งท่องเที่ยว สิ่งสำคัญคือการนำกองทุนนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกเหนือจากการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและบุคลากรแล้ว เราควรนำทุนส่วนหนึ่งมาพัฒนาผู้ประกอบการให้ Smart ขึ้น ให้กลับมามีขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น และนำมาพัฒนาแพลทฟอร์มท่องเที่ยวทั้ง eCommerce / BIG DATA / และ Metaverse แบบครบวงจร  และเก็บทุนสำรองส่วนหนึ่งไว้สำหรับการเยียวยาผู้ประกอบการท่องเที่ยวในกรณีฉุกเฉิน แบบที่กองทุนประกันสังคมได้ทำสำเร็จมาแล้วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยกองทุนนี้ควรให้ความสำคัญกับการให้ผู้แทนภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการจัดการกองทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย ในภาพรวม สทท. มั่นใจว่าช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่ดีที่เราจะ Restart วงการท่องเที่ยวให้เป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ เพราะการท่องเที่ยวคือเครื่องมือสำคัญที่จะสร้างการกระจายรายได้สู่ประชาชนได้มากที่สุด และเร็วที่สุด



      หลังจากการแถลงข่าวเสร็จสิ้น ทาง สทท. ยังได้มีการประชุมใหญ่กับสมาชิก สทท. ทั่วประเทศ ผ่านระบบ ZOOM เพื่อให้ได้รับข้อมูลข่าวสารในการแถลงข่าว มั่นใจ 2022 ปีทองท่องเที่ยวไทย ชู Tourism Clinic หัวใจการพลิกฟื้น พร้อมเปิดเกมรุกตลาดต่างประเทศ” ในครั้งนี้ พร้อมทั้งตอบข้อซักถามต่างๆ ที่สมาชิก สทท. สนใจ สงสัย หรืออยากทราบข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อความกระจ่างชัดเจน 




 

 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก  ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ ...