วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2564

รพ. กรุงเทพ อยากให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจด้วยชุดตรวจสุขภาพ Caring Long COVID-19 Health Check up และชุดฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายภายหลังการติดเชื้อ COVID-19

รพ. กรุงเทพ อยากให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจด้วยชุดตรวจสุขภาพ Caring Long COVID-19 Health Check up และชุดฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายภายหลังการติดเชื้อ COVID-19

        เฮลท์ดีไซน์เซ็นเตอร์ โรงพยาบาลกรุงเทพ ส่งมอบความห่วงใยเพื่อให้คุณดูแลสุขภาพหลังจากการหายจากโรคโควิด-19 หรือภาวะลองโควิด (Long COVID) อาการที่หลงเหลือหลังติรึดเชื้อโควิด-19 บางรายสุขภาพไม่แข็งแรงเหมือนเดิม เพราะมีอวัยวะบางส่วนถูกทำลาย หรือมีภาวะแทรกซ้อนในขณะรับการรักษา จึงควรตรวจประเมินร่างกาย และฟื้นฟูร่างกายภายหลังการติดเชื้อ COVID-19 ด้วย ชุดตรวจสุขภาพ Caring Long COVID-19 Health Check up ให้คุณพร้อมกลับมาทำงานอย่างอุ่นใจ (Return to Work) สร้างความมั่นใจที่กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ ด้วยรายการตรวจสุขภาพ เช่น ตรวจระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด  เอนไซม์ตับ เพื่อประเมินการทำงานของตับ (SGPT/ SGOT) ค่าครีเอตินีนเพื่อตรวจประเมินการทำงานของไต และอัตราการกรองของไต ฮอร์โมนไทรอยด์ ค่าการอักเสบในร่างกาย เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพของการเกิดหลอดเลือดอุดตัน ระดับภูมิต้านทานต่อเชื้อ SAR-CoV-2 (IgM / IgG) ความสามารถในการจัดการเชื้อโรคของภูมิ (Neutralizing Antibody) เอกซเรย์ปอด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ พร้อมการตรวจประเมินร่างกายและรับคำแนะนำจากแพทย์เพื่อการฟื้นฟูร่างกายอย่างถูกต้อง  เลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับคุณ ในราคา 1,000 บาท 3,500 บาท 6,500 บาท 10,000 บาท  และ 19,000  บาท  รับบริการได้ที่ NON ARI Clinic (ชั้น 1 อาคาร R (Rehabilitation) ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน – 31 ธันวาคม 2564 กรุณานัดหมายล่วงหน้าก่อนมารับบริการอย่างน้อย 1 วัน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 023103812, 023103519

​      นอกจากนี้ เพื่อให้คุณมั่นใจมากยิ่งขึ้นในการกลับมาใช้ชีวิตหลังการติดเชื้อโควิด  ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลกรุงเทพ จัดเตรียม ชุดฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายภายหลังการติดเชื้อ COVID-19  ฟื้นฟูการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายตามอาการที่หลงเหลืออยู่ให้ดีขึ้น  โดยทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นักกายภาพบำบัดและนักกิจกรรมบำบัด ตรวจประเมินเพื่อออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายเฉพาะบุคคล อาทิ การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความทนทานของระบบการหายใจ หัวใจและหลอดเลือด หรือเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน โปรแกรมลดอาการปวด  โปรแกรมเพิ่มสมรรถนะการรับรู้และความจำ รวมไปถึงโปรแกรมฟื้นฟูอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับปัญหาความบกพร่องทางสมรรถภาพร่างกาย เป็นต้น  ในราคา 11,500 – 14,000 บาท รับบริการจำนวน 5 ครั้ง ครั้งละ 1 - 1.5 ชั่วโมง ได้ที่ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู (ชั้น 3 อาคาร R) ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน - 31 ธันวาคม 2564 กรุณานัดหมายล่วงหน้าก่อนมารับบริการอย่างน้อย 1 วัน สอบถามเพิ่มเติม โทร 0 2310 3031  หรือ Add line : https://lin.ee/Y67spls

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมแก่เยาวชนที่ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ประจำปี 2564

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมแก่เยาวชนที่ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ประจำปี 2564


        มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ และคณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ในระดับชั้นประถมศึกษา ประจำปี 2564 จำนวนทั้งสิ้น 118 สถาบัน จำนวน 1,500 ทุนๆ ละ 2,000 บาท เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน)  เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมตามที่มุ่งหวัง เติบโตพร้อมมีวิชาความรู้ สร้างอนาคตของตนเองและครอบครัว เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19  ซึ่งในปีนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มูลนิธิฯ ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการมอบทุนฯ โดยประสานกับคุณครูของแต่ละสถาบันเป็นผู้แทนเยาวชนและนัดหมายเข้ารับมอบระหว่างวันที่ 22-24 กันยายน 2564 เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย  กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2564


        ตลอดระยะเวลากว่า 110 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา  เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้านต่อไป



ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

 #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง 1418

วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2564

SHA @Home อยู่บ้านอุ่นใจ ปลอดภัยทั้งครอบครัว เพื่อเป็นแนวปฏิบัติในบ้านและที่พักอาศัยอย่างถูกสุขลักษณะตามมาตรฐาน SHA

ททท. จับมือกรมอนามัยดำเนินโครงการ SHA @Home อยู่บ้านอุ่นใจ ปลอดภัยทั้งครอบครัว เพื่อเป็นแนวปฏิบัติในบ้านและที่พักอาศัยอย่างถูกสุขลักษณะตามมาตรฐาน SHA

       นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ททท. และกระทรวงสาธารณสุข ร่วมแถลงข่าวการดำเนินงานโครงการ SHA ภายใต้แนวคิด SHA@Home อยู่บ้านอุ่นใจ ปลอดภัยทั้งครอบครัว เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในบ้านและที่พักอาศัยสำหรับภาคประชาชนทั่วไปและร่วมเป็นส่วนหนึ่งให้สถานการณ์การระบาดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ ไทยได้คลี่คลาย โดยถ่ายทอดการแถลงข่าวผ่านช่องทาง SHA at HOME อยู่บ้านอุ่นใจ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2564

      นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กระจายไปทั่วโลกและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ททท. ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และกรมการท่องเที่ยว จัดทำมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย Amazing Thailand Safety & Health Administration หรือ SHA เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมโรค ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผ่านการพิจารณาตามมาตรฐาน SHA แล้ว 16,000 กว่าราย  โดยเปิดให้มีการรับฟังเสียงจากนักท่องเที่ยวในการตรวจสอบและประเมิน The Best of SHA สถานประกอบการที่รักษามาตรฐานและคุณภาพการให้บริการในระดับดีเยี่ยม อีกทั้งส่งเสริมให้บุคลากรในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 70% ได้รับวัคซีนครบตามจำนวน เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นสู่มาตรฐาน SHA Plus เป็นการเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวตามนโยบายการเปิดประเทศของรัฐบาล มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย SHA ของภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เป็นที่ยอมรับในระดับสากลและได้รับการรับรองจากสภาการท่องเที่ยวโลก World Travel & Tourism Council (WTTC) ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิตประจำวันของภาคประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ มาตรการหนึ่งที่สามารถลดการแพร่ระบาดได้คือ การงดออกจากที่พักอาศัยตามช่วงเวลาที่กำหนด งดการเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่มีเหตุจำเป็น และมาตรการทำงานที่บ้าน (Work from Home)

           ด้วยเหตุนี้ ททท. จึงร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขดำเนินงานภายใต้แนวคิด SHA@Home อยู่บ้านอุ่นใจปลอดภัยทั้งครอบครัว ร่วมแสดงความห่วงใยด้วยการสื่อสารสาระข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ผ่านเว็บไซต์ www.shaathome.com และแฟนเพจ SHA at Home อยู่บ้านอุ่นใจ สำหรับเป็นแนวทางการปฏิบัติและวิธีจัดการที่พักอาศัยอย่างถูกสุขลักษณะตามมาตรการสาธารณสุข เพื่อให้ทุกคนพำนักอาศัยที่บ้านอย่างปลอดภัย และลดการติดเชื้อในบ้านและที่พักอาศัย ยึดหลักสำคัญตามมาตรฐาน SHA ในการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตวิถีปกติใหม่ (New Normal) ที่ทุกคนสามารถปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวันให้เกิดความเคยชิน เพื่อให้ทุกคนได้กลับมาดำเนินชีวิตอย่างมั่นใจได้โดยเร็ว

       น.พ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติได้ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโควิด เป็นโรคติดต่ออันตราย ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อพ.ศ.2558 เนื่องจากมีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง โดยกระทรวงสาธารณสุขได้รณรงค์ให้ประชาชนรักษาความสะอาดและปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยห่างไกลจากการแพร่ระบาด รวมทั้งยังได้จัดทำแนวทางการทำ Home Isolation ให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่แสดงอาการและไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ แยกกักตัวและสามารถรักษาตัวอยู่ที่บ้านได้อย่างถูกต้อง

      ทั้งนี้ การดำเนินงานภายใต้แนวคิด SHA@Home อยู่บ้านอุ่นใจ ปลอดภัยทั้งครอบครัว จะเป็นแนวทางปฏิบัติที่ทุกคนสามารถเฝ้าระวังสังเกตอาการของตนเอง ร่วมกันดูแลสมาชิกในครอบครัวจัดที่พักอาศัยและให้ความสำคัญกับการดูแลสุขลักษณะและอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยห่างไกลจากการแพร่ระบาด เพราะสุขอนามัยในบ้านและที่พักอาศัยจะเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นศูนย์รวมสำคัญ และความร่วมมือของประชาชนทุกคนในการปฏิบัติตนตามมาตรฐาน SHA อย่างเคร่งครัด จะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้สถานการณ์ทุกอย่างคลี่คลายลงได้และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้เช่นเดิม

      สามารถติดตามรายละเอียดหลักการปฏิบัติตัว การดูแลเคหสถาน และติดตามข่าวสารกิจกรรมโครงการ SHA@Home อยู่บ้านอุ่นใจ ปลอดภัยทั้งครอบครัว ได้ที่ www.shaathome.com และแฟนเพจ SHA at Home อยู่บ้านอุ่นใจ

#SHAThailand #SHAatHome

วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564

สัมมนาโครงการขยายการค้าการลงทุนสู่สากล ในหัวข้อ “Boost ธุรกิจ…ด้วยสิทธิประโยชน์ทางการค้า”

สัมมนาโครงการขยายการค้าการลงทุนสู่สากล ในหัวข้อ “Boost ธุรกิจ…ด้วยสิทธิประโยชน์ทางการค้า”



       กิจกรรมสัมมนาออนไลน์ภายใต้โครงการขยายการค้าการลงทุนสู่สากล ในหัวข้อ “Boost ธุรกิจ…ด้วยสิทธิประโยชน์ทางการค้า” ซึ่งจัดในรูปแบบ Video Conference ผ่านระบบ Zoom เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา เพื่อสอดรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs ผู้ผลิต ผู้ส่งออก รวมถึงผู้สนใจทั่วไป โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาจากทั่วประเทศกว่า 500 คน

        กรมการค้าต่างประเทศ ได้ขนทัพวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมากความรู้ความสามารถ ทั้งจากกรมการค้าต่างประเทศและภาคเอกชน มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ พร้อมแชร์ประสบการณ์การใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า การรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (Self-Certification)  เพื่อเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการไทยได้ใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ สร้างแต้มต่อทางภาษี ลดต้นทุนการนำเข้า-ส่งออก



         
             โปรดติดตาม สิทธิประโยชน์ทางการค้า สาระดี ดี เพื่อสร้างแต้มต่อ ขยายธุรกิจ สู่สากลสำหรับผู้ประกอบการ SME ทั้งขนาดกลางและขนาดย่อม ครั้งหน้าได้ในวันพุธที่ 22 กันยายน 2564 . เวลา 9.00-12.00น. ซึ่งจะเป็นการถ่ายทอดความรู้โดยนักวิชาการจากกรมการค้าต่างประเทศแบบครบเครื่องเรื่องสิทธิประโยชน์ทางการค้าและอัพเดทความตกลงการค้าเสรีต่างๆอย่าลืมติดตามและอย่าพลาดความรู้ดีดีจากกรมการค้าต่างประเทศได้ที่ http://www.dft.go.th/


 

                                                     





โครงการเก็บขยะตามชายหาด หนึ่งในโครงการ Sustainability Goals ของคุณปีเตอร์ Peter McAtee ผู้บริหาร เคพีพีเอ็ม โกลบอล

โครงการเก็บขยะตามชายหาด หนึ่งในโครงการ Sustainability Goals ของคุณปีเตอร์ Peter McAtee ผู้บริหาร เคพีพีเอ็ม โกลบอล




       ปักหมุดรักทะเลไทย ทีมงาน  เคพีพีเอ็ม โกลบอล กรุ๊ป นำทีมโดยคุณกฤติยาณี พรมแพง​ คุณพัฒพงศ์ พงศ์พาพัฒน์ สองบอสใหญ่ ร่วมกับน้องๆ นางงาม Miss Earth Thailand 2021 ทีมงานกรีนไลฟ์ และทีมงานโรงแรมเดอะล็อฟ ซีไซด์ ศรีราชา ร่วมทำกิจกรรมโครงการเก็บขยะตามชายหาด เริ่มปักหมุดที่แรก อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยร่วมกันทำกิจกรรมครั้งนี้ 2 วัน 1 คืน





           คุณกฤติยาณี พรมแพง กล่าวว่า โครงการเก็บขยะตามชายหาด เป็นหนึ่งในโครงการ Sustainability Goals ของคุณปีเตอร์ Peter McAtee หนึ่งในผู้บริหารของเคพีพีเอ็ม โกลบอล กรุ๊ป  โดยพวกเราจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อม ให้กลับมาสวยงามน่าอยู่ น่าเที่ยว  และต้องขอขอบคุณทีมงานกองประกวด Miss Earth ทีมงานกรีนไลฟ์ ทีมงานโรงแรมเดอะล็อฟ ซีไซด์ ศรีราชาทุกท่านด้วย ที่ได้ร่วมกันทำกิจกรรมเก็บขยะตามชายหาดในครั้งนี้

#KPPMGLOBAL 

#KPPMGLOBALRUBBER

#MissEarthThailand

#MyMedCare

#GreenLife

วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564

วันที่ 9 เดือน 9 ชุมพร...ก้าวสู่มหานครออร์แกนิคใจ

วันที่ 9 เดือน 9 ชุมพร...ก้าวสู่มหานครออร์แกนิค

     ชุมพร เป็นที่ชุมนุมพร เราจึงมีสิ่งดีๆ มากมาย จนเรียกได้ว่า “มหานครแห่งโอกาส” โดยเฉพาะโอกาสด้านการผลิจสมุนไพรและอาหาร ที่ผสมผสานกับการท่องเที่ยวท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว โดยจังหวัดชุมพรตั้งอยู่ในจุดเชื่อมโลกที่แคบที่สุดคือ จากปากน้ำหลังสวน จังหวัดชุมพรถึงอ่าวอ่าง ต.ราชกรูด จ.ระนอง ระยะทางเพียง 90 กิโลเมตร และรัฐได้กำหนดให้ชุมพร เป็นหนึ่งใน 4 จังหวัดภายใต้ SEC ซึ่งมีทั้งโครงการ ก่อสร้าง Smart Port ทั้ง 2 อ่าว พร้อมทั้งจะสร้าง Land Bridge ทางรถไฟและทางรถยนต์เชื่อมสองฝั่ง และยังมีโครงการ Thailand Rivera ซึ่งในอนาคต ชุมพรจะเป็นมหานครที่ผู้คนทั้งไทยและต่างประเทศจะหลั่งไหลเข้ามาหาสิ่งที่เขาต้องการ 


       ดังนั้น ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจึงเตรียมการด้านต่างๆ ไว้รองรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลมาชุมพร โดยเฉพาะการเตรียมการด้านอาหารออร์แกนิค ซึ่งภาครัฐ โดยสำนักงานเกษตรจังหวัด จัดทำโครงการ “เกษตรอินทรีย์วิถีชุมพร” ส่วนภาคเอกชนก็ทุ่มให้กับงานด้านนี้ โดยคุณทวีวัฒน์ เครือสาย นายกสมาคมประชาสังคมจังหวัดชุมพร ร่วมกับ สสส. ขับเคลื่อนเกษตรสุขภาวะ, ไสว แสงสว่าง ผู้จัดการธนาคารต้นไม้คนแรกของโลก ได้จัดตั้งสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืน SDGsPGS จังหวัดชุมพร ผลักดันเรื่อง “เกษตรอินทรีย์” แบบเต็มที่, คุณพิสิฐ ชำมะนาด เลขานุการสมาพันธ์ รวมทั้งกรรมการสมาพันธ์ประจำอำเภอทุกอำเภอ ก็จัดตั้งวิสาหกิจชุมชน เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อน “เกษตรอินทรีย์” ในพื้นที่ของตนเอง, คุณจเร-คุณอาภรณ์ พรหมมาศ ครอบครัวออร์แกนิค เจ้าของเขาอองฟาร์ม อำเภอหลังสวน ซึ่งเป็นสวนไม้ผลออร์แกนิคที่สามารถแก้ปัญหาและพัฒนาสวนไม้ผลจนถึงขั้นส่งออกผลไม้ไปมาเลเซีย สิงคโปร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรสตร์


   ประกอบกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ชาวโลกมีความห่วงใยในสุขภาพอนามัยและหันมาสนใจสมุนไพรและอาหารออร์แกนิค ในขณะที่กลุ่มหลานๆ กับธนาคารสมอง : Chumphon New Gen และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานเกษตรจังหวัดชุมพร, มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร ที่ได้รวมตัวกันเป็น “ครอบครัวออร์แกนิค” ได้ขับเคลื่อนงานด้านออร์แกนิคมาระยะหนึ่ง มีความเห็นร่วมกันว่า ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ในการขับเคลื่อน “ชุมพร...สู่มหานครออร์แกนิค” โดยเริ่มจากการจัดงาน “9 เดือน 9 ชาวชุมพร ก้าวสู่มหานครออร์แกนิค” ซึ่งมีกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น ครอบครัวออร์แกนิค โดยทีมงาน New Gen นำทีมโดยโอ๋ ออร์แกนิค ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค โดยจะบอกเล่าเรื่องราวของคนที่ทำเกษตรอินทรีย์เพื่อเผยแพร่ความรู้ เทคนิคในการผลิตและแปรรูปให้แพร่หลายไปสู่สายตาประชาชน และมี Organic Farm Outlet Delivery ทำหน้าที่ส่งมอบสินค้าออร์แกนิคผ่านช่องทางขนส่งไปสู่ผู้บริโภคโดยทีมงาน Kerry และSpider ที่จะช่วยขนส่งสินค้าออร์แกนิคจากฟาร์มไปสู่ครัวในแต่ละอำเภอ


พร้อมชมการสาธิตการทำอาหารจากครัวออร์แกนิค ที่เชฟคิงส์จะทำอาหารเมนูบ้านๆ อาหารออร์แกนิคที่เป็น Signature Menu นั่นก็คือ ซุปกุ้งน้ำใสและต้มข่า ด้วยกุ้งสดๆ จากลุ่มน้ำสวี ที่ออกแบบและปรุงโดยไม่ต้องใช้ กะทิ แต่ใช้เครื่องปรุงออร์แกนิค (อนาคตเราจะทยอยเปิดร้านอาหารชุมชนที่นำวัตถุดิบออร์แกนิคมาปรุงเป็นอาหารบริการผู้บริโภค เช่น "ครัวหิ้วชั้น" จากอำเภอละแมที่มีผู้บริโภคกว่าร้อยครัวเรือน คอยติดตามสั่งเมนูอร่อยๆไปทาน มีบริการส่งเสริฟถึงโต๊ะฟรี) และมีการถ่ายทอดสดผ่านเพจ:ครอบครัวออร์แกนิค ในวันที่ 9 กันยายน 2564 เวลา 07.00-11.00 น. ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร


      และเวลา 18.00-22.00 น. ณ เขาอองฟาร์ม อำเภอหลังสวน โดยจะมีกิจกรรมเสวนาโดยการ live สดผ่านเพจ:ครอบครัวออร์แกนิค เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ชาวชุมพรรู้เรื่องออร์แกนิค 100% หรือ “ชุมพร....ก้าวเข้าสู่มหานครออร์แกนิค คือ อะไร ? เป็นไปได้จริงหรือ ?” เพื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ สนใจและเข้ามาเป็น “ครอบครัวออร์แกนิค” เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนชุมพรให้เป็นมหานครออร์แกนิคตามวัตถุประสงค์ เป้าหมาที่กำหนดไว้ในแผนการขับเคลื่อนชุมพร..สู่มหานครออร์แกนิค” ภายในปี 2568 โดยจะดำเนินการเสวนาในลักษณะการพูดคุย โดยมีดร.สถิตย์ ลิ่มพงษ์พันธุ์ วุฒิสมาชิก เป็นวิทยากรมาพูดถึงนโยบาย, องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร จะมาพูดคุยถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยว, นายธีระศักดิ์ ยมสวัสดิ์ เกษตรจังหวัดชุมพร นายไสว แสงสว่าง ประธานสมาพันธ์ เกษตรกรรมยั่งยืน SDGsPGS จังหวัดชุมพร และนายวีระ ปัจฉิมเพ็ชร กรรมการสมาพันธ์ฯ จะมาพูดถึงการขับเคลื่อนนโยบาย และนางอาภรณ์ พรหมมาศ เจ้าของสวนออร์แกนิค เขาอองฟาร์ม เกษตรต้นแบบที่หักดิบการทำสวนเคมีไปสู่อินทรีย์ ทิ้งเงินล้านไปหาความสุขกายและสุขใจ แต่สุดท้ายขายทุเรียนสดส่งออกไปดูไบดำ มาเล สิงโปร์ ได้กิโลละ 300 กว่าบาท  จะมาพูดคุยถึงการปฏิบัติงานอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ  โดยมีนายวิโรจน์  แสงบางกา ประธานธนาคารสมอง จังหวัดชุมพร เป็นผู้ดำเนินการเสวนา


          เป็นเรื่องน่าสนใจมากๆ สำหรับ “ชุมพร....ก้าวเข้าสู่มหานครออร์แกนิค" ถ้ามีโอกาสก็ลไปท่องเที่ยวจังหวัดชุมพรกันนะครับ


วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2564

“ศาลทุจริตกลาง”รับนัดไต่สวนมูลคดี“วิระชัย”ยื่นฟ้อง“อดีตผบก.กองวินัย”ทำชวดเก้าอี้“เจ้ากรมปทุมวัน”

“ศาลทุจริตกลาง”รับนัดไต่สวนมูลคดี “วิระชัย”ยื่นฟ้อง“อดีตผบก.กองวินัย”ทำชวดเก้าอี้“เจ้ากรมปทุมวัน”

       “ศาลทุจริตกลาง” นัดไต่สวนมูลฟ้อง ระหว่าง “พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา” ยื่นฟ้อง “พล.ต.ต.นพพร ศุภพัฒน์” แสดงข้อมูลเท็จทำชวดถูกส่งประกวด “ผบ.ตร.” สั่งหาหลักฐานประกอบคำฟ้องให้แน่นหนาภายใน 15 วัน

     เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา ณ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีหมายเลขดำที่ อท.81/2564 ระหว่าง พล.ต..อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โจทก์ พล.ต.ต.นพพร ศุภพัฒน์ จำเลย กรณี พล.ต.ต.นพพร ศุภพัฒน์ ขณะดำรงตำแหน่งเป็นผูับังคับการกองวินัย และได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 24/2563 ลงวันที่ 21 มกราคม 2563 ตามคำสั่งของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น ได้ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต ดังต่อไปนี้

1. เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2563 เวลากลางวัน พล.ต.ต.นพพร ศุภพัฒน์ ทำหนังสือแสดงข้อความอันเป็นเท็จเสนอต่อจเรตำรวจแห่งชาติ ผ่านผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี โดยไม่ผ่านกระบวนการพิจารณาของนิติกรกองวินัย ตามหนังสือ กองวินัย ลับ ที่ 0006.2/3031 ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2563 อาทิ ว่า “พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา...มีพฤติการณ์ให้ข่าว...ได้ตัดประเด็นเรื่องชู้สาวความขัดแย้งเรื่องส่วนตัว และขัดแย้งเรื่องธุรกิจ โดยเป็นการให้สัมภาษณ์มุ่งประเด็น Biometrics และเปิดเผยความลับเกี่ยวกับคดี...เป็นการเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่อย่างร้ายแรง พฤติการณ์และการกระทำเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง” ซึ่งความจริงแล้ว พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา มิได้ให้สัมภาษณ์ตัดประเด็นแต่อย่างใด ทั้งยังให้สัมภาษณ์ยืนยันอีกด้วยว่า “...ครับในเรื่องนี้เราก็ดูทุกอย่างนะครับ ขณะนี้เนี่ยเราจะยังไม่ทิ้งประเด็นใดนะครับ แต่เพียงว่าประเด็นไหนให้น้ำหนักมากน้ำหนักน้อยเท่านั้นเองครับ แล้วก็ยังดูอยู่ทุกประเด็นครับ อย่างที่ท่านถามมาสักครู่นั้น เราก็ตรวจสอบอยู่เช่นเดียวกันครับ...” จึงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงสร้างหลักฐานอันเป็นเท็จเข้าสู่สำนวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง

2. เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2563 ระหว่างเวลาประมาณ 13.30 น. ถึง 15.30 น. พล.ต.ต.นพพร ศุภพัฒน์ ในฐานะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 6/2563 ว่า “การที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ให้สัมภาษณ์...มีเนื้อหาเป็นการตัดประเด็นเรื่องชู้สาว ความขัดแย้งเรื่องส่วนตัว และขัดแย้งเรื่องธุรกิจ โดยเป็นการให้สัมภาษณ์มุ่งประเด็น Biometrics ว่าอยู่ระหว่างสืบสวน...” ทั้งที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ไม่มีข้อความใดในคำสัมภาษณ์ที่โจทก์กล่าวถึง Biometrics ในคำสัมภาษณ์มีเพียงนักข่าวได้ถามถึงว่า “มีประเด็นเกี่ยวข้องว่า เกี่ยวข้องกับทุจริต Biometrics แล้วก็ทุจริตรถไฟฟ้าอัจฉริยะ มีประเด็นนี้หรือเปล่าครับ?” เท่านั้น ซึ่ง พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ก็ได้ตอบปฏิเสธไปว่า “...ยังสืบไปไม่ถึง...”

3. พล.ต.ต.นพพร ศุภพัฒน์ กับพวกร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต สรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำของ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา โดยได้ยืนยันข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จ ทั้งที่ทราบดีว่า การกระทำของ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ไม่ได้เป็นการกระทำผิดทั้งทางอาญาและวินัย

         การกระทำของ พล.ต.ต.นพพร ศุภพัฒน์ ทำให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ถูกสำรองราชการ ทำให้โจทก์ขาดคุณสมบัติในการได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เสื่อมเสียต่อประวัติที่ทำคุณงามความดีต่อประเทศชาติมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี การกระทำของ พล.ต.ต.นพพร ศุภพัฒน์ จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 172,173, 267 และ มาตรา 157 ฐาน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หลายกรรมต่างวาระกัน

      พล.ต.ต.วิระชัย ทรงเมตตา จึงฟ้องคดีนี้ เพื่อเสนอศาลพิจารณาและลงโทษตามกฎหมาย

          โดยการไต่สวนมูลฟ้องของศาลเป็นกระบวนการของศาลเพื่อวินิจฉัยถึงมูลคดี ซึ่งจำเลยต้องหาตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิอาญา มาตรา2 (12) ประกอบกับในชั้นตรวจฟ้องคดี ศาลอาจใช้ข้อเท็จจริงในรายละเอียดตามฟ้องและตามเอกสารที่โจทก์ หน่วยงานหรือบุคคลอื่นส่งต่อศาลประกอบการสั่งฟ้องด้วย อีกทั้งในการไต่สวนมูลฟ้องตาม ม.17 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.วิ ทุจริตฯให้สิทธิ์แก่จำเลยที่จะแถลงให้ศาลทราบถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายอันสำคัญที่ศาลควรสั่งว่าคดีไม่มีมูลได้ จึงให้โจทก์ดำเนินการดังต่อไปนี้ภายใน 15 วันนับแต่วันนี้เป็นต้นไป


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก  ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ ...