วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

DITP เปิดรับสมัครผู้ประกอบการไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ร่วมงาน “The Marché by STYLE Bangkok”

DITP เปิดรับสมัครผู้ประกอบการไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ร่วมงาน “The Marché by STYLE Bangkok” เพิ่มช่องทางเจรจาซื้อขายออนไลน์กับบายเออร์ทั่วโลกในช่วงโควิด

 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โดยสำนักส่งเสริมการค้าสินค้าไลฟ์สไตล์ เตรียมจัดงานแสดงสินค้า The Marché by STYLE Bangkok (เดอะ มาเช่ บาย สไตล์ แบงค็อก) ในรูปแบบ Virtual Trade Fair และกิจกรรมเจรจาการค้าออนไลน์ (Online Business Matching) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นไทย ได้มีเวทีเจรจาการค้า และซื้อขายกับผู้ซื้อ-ผู้นำเข้าจากทั่วโลกผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

โดยผู้ประกอบการสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น สามารถสมัครเข้าร่วมงานได้ฟรี และจะได้เข้าร่วมงานถึง กิจกรรมด้วยกัน ได้แก่ งานแสดงสินค้าออนไลน์ หรือ Virtual Trade Fair ซึ่งจะเปิดให้ผู้ซื้อ ผู้นำเข้าจากทั่วโลกเข้าชมระหว่างวันที่ 19-23 สิงหาคม 2564 ตามติดด้วยกิจกรรม Online Business Matching ระหว่างวันที่ 24-27 สิงหาคม 2564 และได้สิทธิ์เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าในงานซึ่งมีกำหนดจัดในช่วงปลายปี 2564 

ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่พร้อมคว้าโอกาสทางธุรกิจ สามารถสมัครได้ผ่านระบบฟอร์มออนไลน์ ทาง https://bit.ly/3wDWFtX สมัครฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ปิดรับสมัคร 20 กรกฎาคม 2564 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 081-446-2655 หรืออีเมล marchebystylebkk@gmail.com

 


ฟิตอย่างไรไม่ให้หัวใจล้มเหลว

ฟิตอย่างไรไม่ให้หัวใจล้มเหลว 

            เหล่านักกีฬาและแฟนตัวยงของการแข่งขันกีฬาชนิดต่างๆ คงเคยได้รับข่าวสารนักกีฬาเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว วูบเสียชีวิตคาสนามแข่งขันกีฬา หรือแม้กระทั่งคนทั่วไปที่สามารถเกิดเหตุการณ์เดียวกันนี้ได้ในขณะออกกำลังกาย ซึ่งทุกคนสามารถป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ด้วยการตรวจเช็กหัวใจเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอและครบทุกรายการตามคำแนะนำของแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจ 

         นพ.อนุสิทธิ์ ทัฬหสิริเวทย์ อายุรแพทย์หัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวว่า สถิติของประเทศสหรัฐอเมริการะบุว่า อาการวูบคาสนามทำให้นักกีฬามีโอกาสเสียชีวิตถึง 1 ใน 50,000 คนต่อการแข่งขันกีฬาระดับวิทยาลัยและอาจจะสูงถึง 1 ใน 5,000 คนในการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอล โดยในนักกีฬาที่อายุมากกว่า 35 ปีมีโอกาสเสี่ยงที่จะเสียชีวิตมากถึง 5% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุและมักพบในนักกีฬาผู้ชายมากกว่าผู้หญิง  โดยสาเหตุที่ทำให้นักกีฬาเกิดอาการวูบกลางสนามมีหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น 1) กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว ซึ่งป็นโรคที่พบได้ในนักกีฬาอาชีพ เกิดจากการหนาตัวของกล้ามเนื้อหัวใจห้องซ้ายล่างที่มีหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย หรือเกิดได้จากความผิดปกติทางพันธุกรรม 30% และจะพบได้มากในนักกีฬาผิวดำ โดยหากตรวจเจอว่ามีพังผืดในชั้นกล้ามเนื้อหัวใจแล้วลงแข่งกีฬาหนัก ๆ อาจเกิดแรงกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะและเพิ่มโอกาสในการเสียชีวิตแบบ Sudden Death ได้ เพราะเมื่อกล้ามเนื้อหัวใจหนาขึ้นมา จะไปขัดขวางระบบการไหลเวียนของเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้หัวใจทำงานหนัก และถ้านักกีฬาไม่ทราบมาก่อนว่าตนเองมีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนา แล้วต้องลงแข่งกีฬาเป็นเวลานาน ๆ และออกแรงมาก ๆ จะส่งผลให้หัวใจทำงานหนัก ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจวายแบบฉับพลันจนวูบกลางสนามได้  2) กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เกิดได้จากหลายสาเหตุ ที่พบบ่อยคือการติดเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นอันตรายรุนแรง จึงทำให้เป็นข้อห้ามในการออกกำลังกาย เพราะอาจกระตุ้นให้หัวใจห้องล่างซ้ายเต้นผิดจังหวะและหยุดเต้นได้ จะส่งผลให้ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตขณะออกกำลังกายได้สูง 3) หัวใจเต้นผิดจังหวะขณะออกกำลังกาย เพราะการแข่งขันในแต่ละครั้งต้องใช้เวลานาน ทำให้ร่างกายสูญเสียเกลือแร่จนส่งผลให้ระบบไฟฟ้าหัวใจเสียสมดุลและเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะตามมา ในบางกรณีคือไม่เคยทราบมาก่อนว่าตนเองมีภาวะหัวใจผิดปกติ โดยเฉพาะในคนที่อายุน้อยกว่า 35 ปี ทำให้ละเลยการตรวจเช็กสุขภาพหัวใจ รู้ตัวอีกทีอาจสายเกินไป 

            ในการออกกำลังกายจะมีการจัดโซนจากเบาที่สุดไปจนถึงหนักที่สุด โดยแต่ละโซนจะมีอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดต่อนาที (MPHR) ที่แตกต่างกัน การที่เรารู้ลิมิตของแต่ละโซนจะทำให้สามารถเลือกการออกกำลังกายที่เหมาะสมและดีต่อสุขภาพหัวใจได้ Zone 1 50 - 60% MPHR (Very Light) คือการออกกำลังกายเพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง จะไม่รู้สึกเหนื่อยมาก Zone 2 60 - 70% MPHR (Light) การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ช่วยดึงไขมันออกจากร่างกาย ดีต่อหัวใจและปอด Zone 3 70 - 80% MPHR (Moderate) ช่วยระบบเผาผลาญ เพิ่มความฟิต เหงื่อออกมาก เหมาะกับคนรักสุขภาพที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย Zone 4 80 - 90% MPHR (Hard) ช่วยเพิ่มความทนทานให้แก่กล้ามเนื้อ เพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย เกิดการหายใจเร็ว กล้ามเนื้อตึงล้ามาก เหมาะกับนักกีฬาหรือคนทั่วไปที่ต้องการเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ Zone 5 90 - 100% MPHR (Maximum) การเพิ่มศักยภาพในการออกกำลังกาย ทำให้รู้สึกเหนื่อย หายใจเร็ว กล้ามเนื้อเกิดการตึงล้า เหมาะกับนักกีฬาที่ฝึกซ้อมเพื่อเตรียมตัวลงแข่งขัน 

            การตรวจเช็กความฟิตของนักกีฬาก่อนลงแข่งมีความสำคัญอย่างมาก เพราะจะช่วยป้องกันอาการวูบคาสนามและหัวใจล้มเหลวขณะออกกำลังกายได้ โดยสามารถทำได้หลายวิธี เช่น 1) การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG - Electrocardiogram) เป็นการคัดกรองความผิดปกติของหัวใจ ด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในกล้ามเนื้อของหัวใจ ทำให้สามารถลดการเสียชีวิตในกลุ่มของนักกีฬาที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปีได้ถึง 90% 2) การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการวิ่งสายพาน (Exercise Stress Test) จะทำให้ทราบระบบไหลเวียนเลือดและกราฟไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกาย ซึ่งจะช่วยคัดกรองโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันในระยะที่มากกว่า 70% ได้ 3) ตรวจหัวใจด้วย MRI (Magnetic Resonance Imaging)แสดงการบีบตัวของหัวใจได้ใกล้เคียงอวัยวะจริงมากที่สุด สามารถแสดงตำแหน่งทางเดินของเส้นเลือดหัวใจว่าอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่ ที่สำคัญคือ ใช้ในการตรวจค้นหาภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ตรวจหาพังผืดในโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว เพื่อป้องกันหัวใจเต้นผิดจังหวะขณะออกกำลังกาย 4) ตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Calcium Scan: CAC)เป็นการประเมินความเสี่ยงการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดที่มีสาเหตุจากหลอดเลือดหัวใจตีบในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป  

            และในทุกการแข่งขันผู้จัดควรเตรียมอุปกรณ์การช่วยชีวิตให้พร้อม โดยเฉพาะเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator: AED) อุปกรณ์ที่ช่วยช็อกไฟฟ้ากระตุกหัวใจเพื่อหยุดการเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะ ช่วยให้หัวใจกลับมาเต้นในจังหวะที่ถูกต้อง และควรมีเจ้าหน้าที่ที่สามารถทำการช่วยชีวิตได้ทันทีหากมีเหตุฉุกเฉินขณะทำการแข่งขัน ซึ่งการช่วยเหลือจะต้องถูกวิธีและอยู่ระหว่าง 3 - 5 นาที เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิต ซึ่งก่อนช่วยเหลือควรตรวจสอบสภาพแวดล้อมว่าปลอดภัยหรือมีความเสี่ยงหรือไม่ โทรสายด่วน 1669 หรือรถพยาบาลสนามที่มีเครื่อง AED เพื่อทำการช่วยเหลือ โดยเริ่มจากการเรียกผู้ป่วยฉุกเฉิน ถ้าไม่มีการตอบสนองให้ทำการฟื้นคืนชีพโดยกดหน้าอกทันทีจนกว่าเครื่อง AED หรือทีมรถพยาบาลจะมาถึง 

            สำหรับนักกีฬาอาชีพสิ่งสำคัญคือการตรวจเช็กร่างกายอย่างสม่ำเสมอทุกปีเพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายพร้อมที่จะลงแข่ง โดยเฉพาะการตรวจเช็กสุขภาพหัวใจเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยอย่างเด็ดขาด ส่วนคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกายควรตรวจเช็กสุขภาพทุกปี ที่สำคัญหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายจะได้พบแพทย์ได้ทันท่วงที สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ รพ.หัวใจกรุงเทพ โทร. 02-310-3000 โทร.1719  หรือ HEART CARE LINE Official : @hearthospital  





 

วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

พาณิชย์ไทยกับเมืองโคฟุ ญี่ปุ่น เซ็น MOU Mini-FTA ฉบับแรก ดันอัญมณี-เครื่องประดับไทยผงาดในตลาดโลก

พาณิชย์ไทยกับเมืองโคฟุ ญี่ปุ่น เซ็น MOU Mini-FTA ฉบับแรกดันอัญมณี-เครื่องประดับ

ไทยผงาดในตลาดโลก

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการเป็นพันธมิตรในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และเมืองโคฟุ จังหวัดยามานาชิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการเซ็น MOU แบบ Online โดยมี นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และนายยูอิชิ ฮิงุชิ นายกเทศมนตรีเมืองโคฟุ ประเทศญี่ปุ่น ร่วมในพิธี ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2564

โดย นายจุรินทร์ ประธานในพิธีและเป็นสักขีพยาน กล่าวว่า ท่ามกลางภาวะวิกฤตโควิด-19 และวิกฤติเศรษฐกิจของโลก การส่งออกของไทยในช่วง 5 เดือน (มกราคม.-พฤษภาคม) ที่ผ่านมา สามารถทำรายได้จากการส่งออกเป็นมูลค่า 3.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.78%  โดยเฉพาะภาคการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ประเทศไทยสามารถส่งออก มูลค่า 67,578 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.8% โดยเฉพาะเครื่องประดับเงินของไทยสามารถทำการส่งออกได้เป็นลำดับที่ 1 ของโลก และพลอยสีเป็นลำดับที่ 3 ของโลก

สำหรับการค้าไทย-ญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าที่มีความสำคัญเป็นอันดับ 2 ของไทยและตลาดญี่ปุ่นถือว่าเป็น 1 ใน 6 ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญที่สุดของไทย 5 เดือนแรกของปีนี้ ไทยสามารถส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไปญี่ปุ่นมูลค่า 2,432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.84% ตนได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ทางการค้าเชิงลึกกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก นอกจากระบบในการค้าปกติหรือรูปแบบการทำ FTA ตนมอบนโยบายความสัมพันธ์ทางการค้าเชิงลึกหรือการลงนามบันทึกความเข้าใจที่สามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ของไทยกับมณฑลของรัฐหรือเมืองที่มีความสำคัญ

การลงนามระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับเมืองโคฟุ จังหวัดยามานาชิ จึงเกิดขึ้นถือเป็นก้าวสำคัญของการเริ่มต้นนโยบายขยายความสัมพันธ์การค้าเชิงลึกของกระทรวงพาณิชย์ประเทศไทย เป็นการลงนามตามนโยบายเป็นครั้งแรก ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะได้ประโยชน์ร่วมกัน

ประการที่หนึ่ง มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านการพัฒนาธุรกิจการผลิตอัญมณีเครื่องประดับทางการตลาด และการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างการในส่วนของ SMEs ของทั้งสองฝ่าย เมืองโคฟุเก่งเรื่องเทคโนโลยีการขึ้นตัวเรือนแต่ประเทศไทยเก่งในเรื่องการเจียระไนอัญมณี

ประการที่สอง ร่วมมือกันทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดร่วมกันทั้งในประเทศไทยและญี่ปุ่นเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันต่อไป ประการที่สาม ตนหวังว่ามูลค่าการค้าระหว่างกันในเรื่องอัญมณีระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในปี 2564 นี้จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ตัวเลขปีที่แล้วสามารถทำมูลค่าการค้าระหว่างกันไทย-ญี่ปุ่น ด้านอัญมณี 14,754 ล้านบาท  บวก 2% แต่ปี 64 ตั้งเป้าว่าจะทำมูลค่าการค้าระหว่างกันด้านอัญมณีและเครื่องประดับให้ได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5  ไม่ต่ำกว่า 15,500 ล้านบาท

ขอขอบคุณเมืองโคฟุ จังหวัดยามานาชิ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศกรุงโตเกียว ที่ร่วมกันผลักดันสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างกันขึ้นในวันนี้เชื่อว่าจะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการค้าและพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไปและขอให้พี่น้องชาวโคฟุประสบแต่ความสุขโดยทั่วกันด้วย

โดยช่วงหนึ่งของบรรยากาศในงานวันนี้ ทางนายยูอิชิ ฮิงุชิ นายกเทศมนตรีเมืองโคฟุ กล่าวผ่านระบบถ่ายทอดสัญญาณสดจากประเทศญี่ปุ่นว่า เมืองโคฟุมีประชากรราว 190,000 คนถือเป็นศูนย์กลางด้านการเมืองเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของจังหวัดยามานาชิ เมืองโคฟุเป็นแหล่งผลิตผลึกแก้วคริสตัลที่มีการพัฒนาการเจียระไนและแปรรูปให้เป็นแหล่งแปรรูปอัญมณี เมืองโคฟุเป็นศูนย์กลางแห่งอัญมณีและเครื่องประดับ โดยก่อนนี้ในปี 2562 ตนได้มีโอกาสเดินทางมาประเทศไทยและได้ก็จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจที่กรุงเทพเพื่อประชาสัมพันธ์เครื่องประดับของเมืองโคฟุให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น แม้ปัจจุบันจะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดที่ส่งผลต่อการเดินทางระหว่างประเทศ แต่การลงนาม MOU ในวันนี้จะช่วยเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องประดับทั้งไทยและเมืองโคฟุมากยิ่งขึ้นต่อไป และหวังว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดจะคลี่คลายโดยเร็วและอุตสาหกรรมจิวเวลรี่ของสองประเทศจะพัฒนามากยิ่งขึ้นต่อไป

และหลังจากนั้นอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กับ นายกเทศมนตรีเมืองโคฟุได้ลงนาม MOU ท่ามกลางสักขีพยาน เช่น นายสุริยน ศรีอรทัยกุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นางประพีร์ สรไกรกิติกูล ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มอัญมณี เครื่องประดับและโลหะมีค่า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ เป็นต้น

หลังเสร็จพิธี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กล่าวต่อสื่อมวลชนว่า " การลงนามนี้ถือเป็น Mini FTA ฉบับแรกที่ตนได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์สร้างความสัมพันธ์ทางการค้าเชิงลึก เมืองโคฟุเป็นศูนย์กลางการค้าด้านอัญมณีและเครื่องประดับของประเทศญี่ปุ่น การลงนามจะก่อให้เกิดประโยชน์หลายประการทั้งส่งเสริมภาคการผลิต ทำการตลาดร่วมกันระหว่างไทยกับญี่ปุ่นและถ่ายทอดเทคโนโลยีต่างๆระหว่างกัน ทั้งการเจียระไน ขึ้นตัวเรือนและซอฟท์แวร์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการผลิต

Mini FTA ฉบับต่อไปที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าคือทำกับมณฑลไหหลำของประเทศจีน และรัฐเตลังกานาของประเทศอินเดียและอื่นๆ คาดว่าจะสามารถลงนามได้ในช่วงเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ และได้คุยกับภาคเอกชน ในช่วง 4-5เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นมียอดสั่งซื้อมากขึ้นประมาณ 30% จากที่คาดไว้และตนได้หารือกับภาคเอกชนและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมีความเป็นไปได้ที่ช่วงเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ อาจไปจัดการส่งเสริมการขายที่จังหวัดภูเก็ตในบางจุดที่มีความเหมาะสม เพื่อให้นักท่องเที่ยวหรือผู้ประสงค์นำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับจากประเทศไทยเดินทางมาที่ภูเก็ตเพื่อส่งเสริมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์และส่งเสริมการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของประเทศไทยด้วย l

 

วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “บรรเทาทุกข์” ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟมและพลาสติก ย่านกิ่งแก้ว จ.สมุทรปราการ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติอาสาสมัครดับเพลิงที เสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง บรรเทาทุกข์” ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟมและพลาสติก ย่านกิ่งแก้ว จ.สมุทรปราการ 

พร้อมมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติอาสาสมัครดับเพลิงที

เสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจ



นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพแก่ญาตินายกรสิทธิ์ ลาวพันธ์ (น้องพอส) วีรบุรุษอาสาสมัครดับเพลิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟมและพลาสติก ย่านกิ่งแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)  โดยมี ดร.ปภัสรา เตชะไพบูลย์  อาสาสมัครกิตติมศักดิ์  พร้อมด้วย นางสาวอัญชลี จงคดีกิจ (ปุ๊-อัญชลี) อาสาสมัครศิลปินมูลนิธิฯ และอาสาสมัครกู้ภัย ร่วมในพิธีมอบ ณ วัดทุ่งครุ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564


โดยเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 ภายหลังจากที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 64 ทีผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางศิริพร กระจ่างหล้า หัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงพื้นที่มอบกากอนามัย จำนวน 500 กล่อง ถุงมือยาง จำนวน 200 กล่อง และชุดป้องกันโควิด ประกอบด้วย หน้ากากอนามัย ปรอทวัดไข้ และเจลแอลกอฮอล์  จำนวน 1,000 ชุด รวม 3 รายการ รวมมูลค่า 68,500 บาท (หกหมื่นแปดพันห้าร้อยบาทถ้วน) โดยมีนางลาวัลย์ ปุณะศิริ รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่  พร้อม นางสาวจุฑามาศ  ไอยะ หัวหน้า ปภ.จังหวัดสมุทรปราการ เป็นผู้รับมอบ ณ ที่ทำการ องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่  (หลังเก่า) อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

                มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอแสดงความอาลัยและเสียใจอย่างสุดซึ้งแก่การจากไป และขอส่งกำลังใจให้ผู้กล้าที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง 1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

แรมโบ้เฮิร์บมอบสมุนไพรกระชายขาว ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.พระราชวัง

แรมโบ้เฮิร์บมอบสมุนไพรกระชายขาว

ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.พระราชวัง

เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสโควิด-19

หลังมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจติดเชื้อ


จากกรณีที่มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในสถานีตำรวจนครบาลพระราชวังติดเชื้อโควิด-19 หลายราย พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช (สารวัตรแรมโบ้) อดีตนายตำรวจมือปราบชื่อดัง ที่ปรึกษาบริษัท แรมโบ้ เฮิร์บ จำกัด  ได้มอบหมายให้คุณฐิติณ์ชญา เจษฎาเดช  กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ พร้อมด้วย เค-ภัทรพล พิชญตม์ แก้วสกุณี ดารา/นักแสดงสายบุญยอดกตัญญูชื่อดังจากละครสารวัตรใหญ่ทางช่อง 7 สี นำอาหารเสริมสมุนไพรกระชายขาวแรมโบ้ เฮิร์บ (กระชายเหลืองหรือกระชายสีทองฟ้าทะลายโจร และขิง) เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันไวรัสโควิด -19 สเปร์ยแอลกอฮอล์ และหน้ากากอนามัย มามอบให้กับสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง โดยมี พ.ต.ต.ปรัชญา จันทร์เกิด สารวัตรอำนวยการ สน.พระราชวัง เป็นผู้รับมอบ  เพื่อมอบต่อให้ข้าราชการตำรวจในสังกัด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโควิด-19 เมื่อวันที่ กรดฎาคม 2564


พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช (สารวัตรแรมโบ้) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ยังคงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ดังนั้นการรู้เท่าทันเพื่อเตรียมรับมือให้ถูกวิธีจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย สิ่งที่ควรคำนึงถึงและสำคัญที่สุดในการป้องกันคือ หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการติดเชื้อ ซึ่งทำได้ด้วยการใส่หน้ากากอนามัย ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ การเว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่แออัด เลี่ยงการสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ที่มีความเสี่ยงสูง และทานอาหารเสริมสมุนไพร กระชายขาว (กระชายเหลืองหรือกระชายสีทอง) ฟ้าทะลายโจร และขิง เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันไวรัสโควิด -19


จากผลการวิจัยทางการแพทย์ล่าสุดว่า กระชายขาว (กระชายเหลืองหรือกระชายสีทอง)  ทานแล้วสามารถสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกัน และต้านทานการติดเชื้อโควิด-19 ได้ดีที่สุด” ทาง บริษัท แรมโบ้ เฮิร์บ จำกัด จึงได้นำกระชายขาว (กระชายเหลืองหรือกระชายสีทอง)  ฟ้าทะลายโจร และขิง ,kบรรจุลงในแคปซูล โดยได้นรับเครื่องหมาย อย. เอกสารที่ 30-1-13758-5-0050 อย่างถูกต้อง จากคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณะสุข จึงเชื่อมั่น และมั่นใจได้ว่า ปลอดภัย 100 %  ซึ่งก่อนหน้านี้ ร.ต.อ.มนัส ศรีประภาคาร   เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่าสืบสวน สน.ภาษีเจริญ รวมทั้งผู้ต้องขังในทัณฑสถานกลางจำน;นหลายรายที่มีความเสี่ยงติดโควิด-19 ได้ทานสมุนไพรไทย "กระชายขาว" จนมีภูมิต้านทาน คุ้มกันโควิด-19 จนหายเป็นปกติ

ดังนั้นทางบริษัท แรมโบ้เฮิร์บ จำกัด นำโดย คุณฐิติณ์ชญา  เจษฏาเดช กรรมการผู้จัดการ พ.ต.อ. สุรโชค เจษฎาเดช (สารวัตรแรมโบ้) ประธานที่ปรึกษาบริษัทฯ และน้องเค-ภัทรพล ดารา/นักแสดงละคร จึงมีความห่วงใยและได้ช่วยดูแลตอบแทนสังคมด้วยการนำผลิตภัณฑ์สมุนไพรกระชายขาวของบริษัทฯ นำไปแจกจ่ายให้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่บ้านไพรสาลี หมู่ที่ 1 ตำบลดอนเมือง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และนำออกแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและครอบครัวรวมทั้งกลุ่มผู้สุ่มเสี่ยงเชื้อโควิด-19 ทั่วไปอีกหลายแห่ง

             ถ้าบริษัท ห้างร้าน หรือใครที่สนใจ ต้องการนำไปแจกจ่าย หรือสั่งผลิตเพื่อจำหน่าย สามารถติดต่อได้ที่ 

คุณฐิติชญา เจษฏาเดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท แรมโบ้เฮิร์บ จำกัด โทร.092-496-1924 และ 081-498-3999

                 ท้ายสุดนี้ ประชาชนทั่วไปควรฉีดวัคชีนให้ครบ เข้ม และยังยกการด์สุงตลอดเวลาเหมือนเดิม 100/: ไม่จำเป็นควรอยุ่บ้าน ทำงานที่บ้านดีที่สุด เพราะถึงจะฉีดวัคชีนป้องกันโควิด-19 แล้วก็ตาม ก็ยังมีโอกาสสูงที่จะติดโควิด-19 ได้อีก แต่จะไม่หนักรุนแรงสาหัสหรือถึงเสียชีวิตง่ายๆ เพราะในร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากวัคชีนในร่างกาย เพราะฉะนั้นก็ยังต้องยกการด์สูง ใส่หน้ากาก ตลอดเวลา ล้างมือ ไม่พยายามเข้าไปในที่ชุมขุน ห้ามสัมผัสมือกับผู้ใด รับสิ่งของจากผู้อื่นต้องล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ และสิ่งของที่ซื้อมาก็ต้องเข็ดล้างด้วยเจลแอลกอฮอล์ ให้สะอาด เพราะเชื้อโรคจะมาจากการสัมผัสจากผู้ติดเขื้อ

รับประทานสมุนไพรกระชายขาวเสริมสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสโควิด-19

ผลิตภัณฑ์สมุนไพรบริษัท แรมโบ้เฮิร์บ จำกัด มี อย. มั่นใจได้ว่า ปลอดภัย 100 %แน่นอน


วันอังคารที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

แม็คโครขานรับภาครัฐหนุน “ยิ่งใช้ ยิ่งได้ ยิ่งคุ้มกว่า” จัดเต็มสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม 3 ต่อ ช่วยเหลือผู้ประกอบการ ลูกค้าประชาชน

แม็คโครขานรับภาครัฐหนุน “ยิ่งใช้ ยิ่งได้ ยิ่งคุ้มกว่า” จัดเต็มสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม 3 ต่อ ช่วยเหลือผู้ประกอบการ ลูกค้าประชาชน

             หลังประกาศเข้าร่วมโครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” หนึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) เผยสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม 3 ต่อ “ยิ่งใช้ ยิ่งได้ ยิ่งคุ้มกว่า” หนุนผู้ประกอบการร้านค้า ลูกค้าประชาชน ลดภาระค่าใช้จ่ายแบบคุ้มค่า กับแม็คโครทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคมนี้

          สำหรับสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม 3 ต่อของแม็คโคร ประกอบด้วย

 คุ้มที่ 1 รับบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Voucher) สูงสุด 7,000 บาท จากโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม-31 ธันวาคม 2564  คุ้มที่ 2 พบกับสินค้าอุปโภคบริโภคราคาพิเศษ ลดสูงสุดกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ครั้งเดียวในรอบปี  คุ้มที่ 3 พิเศษเฉพาะสมาชิกแม็คโคร ที่ดาวน์โหลดแม็คโครแอปพลิเคชั่นและเข้าใช้เป็นครั้งแรก รับส่วนลดรวมมูลค่า 500 บาท พร้อมสะสมแม็คโครพอยท์ เพื่อแลกรับส่วนลดสูงสุดมูลค่า 500 บาท จนถึงวันที่ 7 กันยายนนี้

           ทั้งนี้ แม็คโครทุกสาขาได้ติดตั้งแอปพลิเคชั่น “ถุงเงิน” สำหรับอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” ที่ใช้จ่ายผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ G-wallet บนแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง”  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่แผนกบริการลูกค้า ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร 02-335-5300 หรือ www.siammakro.co.th



วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

แพ็กเกจตรวจสุขภาพบีพลัส “B+” Check Up สุขภาพตามช่วงวัย กับ Shopee 7.7 Non-Stop Free Shipping Sale ตั้งแต่วันนี้ – 20 กรกฎาคม 2564

แพ็กเกจตรวจสุขภาพบีพลัส “B+” Check Up สุขภาพตามช่วงวัย กับ Shopee 7.7 Non-Stop Free Shipping Sale ตั้งแต่วันนี้ – 20 กรกฎาคม 2564

       โรงพยาบาลกรุงเทพ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพของท่านและคนที่ท่านรัก กับแพ็กเกจตรวจสุขภาพบีพลัส B+ Check Up สุขภาพตามช่วงวัย กับแคมเปญ Shopee 7.7 Non-Stop Free Shipping Sale ด้วย 3 ชุดตรวจ



อาทิ แพ็กเกจ B+ Basic Check Up 3,000 บาท เหมาะสำหรับเพศชายและหญิงที่มีอายุระหว่าง 20-40 ปี แพ็กเกจ B+ Connect Male Check Up 9,500 บาท เหมาะสำหรับเพศชายที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และ แพ็กเกจ B+ Connect Female Check Up 13,500 บาท เหมาะสำหรับเพศหญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปมาพร้อมกับการตรวจวัดพื้นฐาน หาค่าดัชนีมวลกาย BMI การทำงานของตับและไต ตรวจระดับไขมันในเลือด ตรวจฮอร์โมนไทรอยด์ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์ปอดและหัวใจ อัลตราซาวนด์อวัยวะในช่องท้องทั้งหมด และชุดตรวจเพิ่มเติมสำหรับเพศหญิง อาทิ ตรวจมะเร็งเต้านมและอัลตราซาวนด์ ตรวจมะเร็งปากมดลูก โดยสูตินรีแพทย์ ฯลฯ โดยสามารถเลือกรับบริการตรวจสุขภาพนี้ได้ที่ รพ. กรุงเทพ 20 สาขาทั่วประเทศที่ร่วมรายการ* สามารถสั่งซื้อคูปอง  E – Coupon ทางออนไลน์ผ่านร้านออฟฟิเชียลสโตร์บน Shopee Mall โดยค้นหาหน้าร้าน BangkokHospital_official ได้ตั้งแต่วันนี้ – 20 กรกฎาคม 2564  คูปองจะมีอายุการใช้บริการ 180 วัน นับจากวันที่ซื้อ สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ รพ.กรุงเทพ (ซ.ศูนย์วิจัย) Contact Center โทร. 1719 หรือ แอดไลน์ @bangkokhospital 



*หมายหตุ: ชุดตรวจสุขภาพบีพลัส B+ ที่ซื้อผ่าน Shopee Mall สามารถรับบริการได้ที่รพ. กรุงเทพ  20 สาขาในประเทศไทย คือ รพ. กรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ซอยศูนย์วิจัย, กลุ่มภาคตะวันตก : รพ. กรุงเทพสนามจันทร์ รพ. กรุงเทพเมืองราช รพ. กรุงเทพเพชรบุรี รพ. กรุงเทพหัวหิน, กลุ่มภาคตะวันออก :  รพ. กรุงเทพพัทยา รพ. กรุงเทพระยอง รพ. กรุงเทพจันทบุรี รพ. กรุงเทพตราด  กลุ่มภาคเหนือและอีสาน :  รพ. กรุงเทพเชียงใหม่ รพ. กรุงเทพเชียงราย รพ. กรุงเทพอุดร รพ. กรุงเทพราชสีมา รพ. กรุงเทพขอนแก่น รพ. กรุงเทพพิษณุโลก, กลุ่มภาคใต้ : รพ. กรุงเทพภูเก็ต รพ. กรุงเทพสมุย รพ. กรุงเทพหาดใหญ่ รพ. กรุงเทพสิริโรจน์  และ รพ. กรุงเทพหาดใหญ่ 


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก  ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ ...