วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2564

รองผู้ว่าการ ททท. เปิดงาน"REWIND 90's ย้อนวันกลับไปวันวาน" พบกับกิจกรรมต่างๆ และอาหารราคาพิเศษ ย้อนยุคไปในปี '90 ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แยกราชประสงค์

รองผู้ว่าการ ททท. เปิดงาน"REWIND 90's ย้อนวันกลับไปวันวาน" พบกับกิจกรรมต่างๆ และอาหารราคาพิเศษ ย้อนยุคไปในปี '90 ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แยกราชประสงค์





นางสาว ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการ ด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "Rewind 90's ย้อนวันกลับไปวันวาน" โดยมี ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย พันตำรวจเอก พันษา อมราพิทักษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน และนายณัฐพล ชำนิธุระการ นักวิชาการสุขาภิบาล ชำนาญการ ตัวแทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตปทุมวัน ร่วมพิธีเปิดงาน ที่ บริเวณลานกิจกรรมด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แยกราชประสงค์ ถนนพระราม 1 แขวงและเขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 2 เมษายน 2564





นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการ ททท. ด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. ได้ให้การสนับสนุนการจัดงานดังกล่าวขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวให้กลับมาสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ซึ่งภายในงานได้เปิดให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐาน SHA หรือAmazing Thailand Safety & Health Administrat รวมถึงการแสดงดนตรีโฟล์คซอง อะคูสติกส์ และกิจกรรมต่างๆ อาทิ โซนฉายภาพเก่า ชมหนังกลางแปลง ความสุขในวัยวันวานคงหนีไม่พ้นเรื่องของหนังเก่า ที่รวมความทรงจำดีๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตกแต่งโดยรอบให้นักท่องเที่ยวได้ประทับใจ ,โซนของเล่นแบ่งกันเด่น สนุกขนาดไหนหากได้เล่นของเล่นในความทรงจำ กับเพื่อนอีกครั้ง ทั้งตู้เกม เครื่องเกม Play ทามาก็อตจิ และอีกมากมาย ที่ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวของความทรงจำ ,โซนย้อนวัยกลับไปวันวาน กับภาพจากกล้องฟิล์มมุมถ่ายรูปสุดเก๋ที่ถูกแต่งเติมไปด้วยสีสัน และกลิ่นอายวินเทจ ที่จะมาเติมเต็ม ,โซนตู้ถ่ายรูปสติ๊กเกอร์ ภาพถ่ายที่ทำให้คิดถึง ยามเด็กเรามักจะชวนเพื่อนไปถ่ายด้วยกันเสมอ หรือแม้กระทั่งคู่รักที่ในสมัยนั้นคงจะต้องมีรูปคู่ติดกระเป๋ากันเกือบทุกคน ,โซน 90's Songs แนวเพลงขุด 90 อีกหนึ่งเสน่ห์ของความคลาสสิก แนวเพลงยุค 90 อีกหนึ่งเสน่ห์แห่งความคลาสสิก เทปเพลงคาสเซ็ท และศิลปินในยุคนั้นที่น่าหลงใหล และโซน 90's Street Market ตลาดที่ตกแต่งสไตล์วินเทจแบบ 90's เต็มไปด้วย ของเล่นโบราณ ขนม และอาหารแสนอร่อยในวันวานที่หลายคนต่างคิดถึง นอกจากนี้ภายในงานยังแต่งกายธีมแฟชั่นย้อนยุค 90's จึงเชิญชวนให้ร่วมกิจกรรมทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ "Rewind 90's ย้อนวันกลับไปวันวาน"






สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าวในพื้นที่ต่างจังหวัดนั้น จะต้องประเมินสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกครั้ง แม้ว่าจะมีผู้ให้ความสนใจเข้ามาสอบถามถึงการจัดงานในโซเชียลเป็นจำนวนมากก็ตาม





งาน "Rewind 90's ย้อนวันกลับไปวันวาน" จะจัดขึ้นที่บริเวณลานกิจกรรมด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แยกราชประสงค์ ถนนพระราม 1 แขวงและเขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 2-4 เมษายนนี้ จึงขอเชิญชวนผู้ที่อยู่ในยุค 90 ทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้ โดยมีกิจกรรม และมีของรางวัลให้ร่วมสนุกอีกมากมาย

รมว.ท่องเที่ยว ร่วมกิจกรรม “อะเมซิ่งไทยแลนด์ ซิตี้รัน...มันส์ฟันเว่อร์” หวังกระตุ้นความคึกคัก 5 เมืองใหญ่ ก่อนเปิดประเทศช่วงปลายปี

รมว.ท่องเที่ยว  ร่วมกิจกรรม “อะเมซิ่งไทยแลนด์ ซิตี้รัน...มันส์ฟันเว่อร์” หวังกระตุ้นความคึกคัก 5 เมืองใหญ่ ก่อนเปิดประเทศช่วงปลายปี

                การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม “ซิตี้รัน...มันส์ฟันเว่อร์” ส่งท้ายไตรมาสแรกของปี สุดประทับใจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ปลื้มกระแสซิตี้รันพุ่ง มีผู้มาร่วมกิจกรรมรวมทะลุเป้าเกิน 13,000 คน มั่นใจเดินถูกทาง มอบนโยบายให้ ททท. จัดกิจกรรมปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงกีฬาเพิ่มเติมทั้ง 4 ภาค หวังกระตุ้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวไทยให้ต่อเนื่อง ก่อนเปิดประเทศช่วงตุลาคม 2564 นี้ ด้านรองผู้ว่า ททท. ขานรับเตรียมตั้งคณะทำงานศึกษาข้อมูลเพื่อนำเสนอต่อไป เบื้องต้นคาดใช้ 5 เมืองท่องเที่ยวหลัก จ.ภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่ พัทยา สมุย หวังปั้นเป็นกิจกรรมกระตุ้นกระแสท่องเที่ยวเชิงกีฬารูปแบบใหม่ คาดมีผู้ร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่าครึ่งแสนคน


                 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), นางทิพวรรณ นิธิเจษฎาวงศ์ ผู้อำนวยการมิชลินไกด์ ประเทศไทย, นายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยแลนด์ไตรลีก ผู้จัดงานฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร, เหล่านักวิ่งจากชมรมวิ่งทั่วกรุงเทพฯ และสื่อมวลชน ร่วมกิจกรรมวิ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬารูปแบบใหม่ ภายใต้ชื่อ “อะเมซิ่งไทยแลนด์ ซิตี้รัน...มันส์ฟันเว่อร์” ที่ถูกจัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นสัปดาห์สุดท้ายของกิจกรรม  ณ เสาชิงช้า กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2564

          โดยคณะได้เริ่มวิ่งจากเสาชิงช้า เพื่อไปเก็บคะแนนในจุดเช็คพ้อยท์ตลอดเส้นทาง อาทิ ลานคนเมือง กรุงเทพมหานครเข้าสู่ถนนกัลยาณ-ไมตรี (กระทรวงกลาโหม), สะพานปีกุน โดยระหว่างทาง รัฐมนตรีฯ ยังได้แวะทักทายร้านอาหารชื่อดังที่ได้รับการรับรองจาก “มิชลิน ไกด์” เช่น ร้านแซ่พุ้น, ร้าน ก.พานิช ก่อนที่จะมาแวะรับประทานอาหารเช้าที่ ร้านยี่ สับ หลก ร้านอาหารชื่อดังในย่านดังกล่าว และมอบของที่ระลึกเป็นกำลังใจให้แก่ร้านชื่อดังทั้ง 3 ร้านอีกด้วย


         นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา   กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นหนึ่งในกระทรวงหลักที่มีหน้าที่เตรียมความพร้อมในการเปิดรับกลุ่มนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ภายใต้เงื่อนไขด้านการสาธารณสุขที่ต้องระมัดระวังขั้นสูงสุด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่สามารถเกิดขึ้นภายในประเทศได้อีกเป็นระลอก ดังนั้น การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเดินทางมาท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ภายในประเทศ จึงต้องออกแบบให้ดี และมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งทางด้านการสาธารณสุขและด้านเศรษฐกิจควบคู่กันไป


             “กิจกรรมวิ่งถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนในภาคเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นการทำให้เกิดกระแสการเดินทางมาท่องเที่ยวข้ามภูมิภาคได้เป็นอย่างดี เห็นได้จากความสำเร็จของการจัดมาราธอนที่บุรีรัมย์ ที่สามารถดำเนินการไปได้อย่างคู่ขนานไปกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิค-19 มีประชาชนเดินทางไปร่วมแข่งขันถึง 20,000 คน ก็ถือเป็นตัวอย่างที่ดี และสร้างความมั่นใจในการบริหารงานด้านการท่องเที่ยวและสาธารณสุขของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี”


              ตนขอแสดงความชื่นชน ททท. ที่สามารถจัดกิจกรรมนำร่องในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังอยู่ในช่งงเฝ้าระวังสูง เมื่อปลายปี 63 ที่ผ่านมา โดยสามารถจัดงานออกมาได้ดี มีการป้องกันตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขในทุกขั้นตอน จนทำให้ประชาชนทั่วไป และเหล่านักวิ่งเป็นจำนวนมากออกมาร่วมในกิจกรรม ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมนำร่องให้ส่วนภูมิภาคต่างๆ นำเอาโมเดลของการจัดงานแบบนี้ไปใช้ได้ และได้มอบหมายให้ ททท. จัดทำโครงการวิ่งซิตี้รัน ในรูปแบบนี้ โดยให้ไปจัดในภาคต่างๆ ทั้ง 4 ภาค โดยให้แนวคิดคร่าวๆว่า ....จากเมืองกรุง สู่เมืองรอง.... และตั้งเป้าว่าจะมีประชาชนที่ชื่นชอบในสุขภาพโดยเฉพาะการวิ่งมาร่วมในโครงการสัก 1 แสนคน 


                   ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า กิจกรรม ซิตี้รัน...มันส์ฟันเว่อร์” ถือเป็นกิจกรรมที่มีจุดขายของตัวเอง เพราะนอกจากจะสามารถดึงดูดให้ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยหรือชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย ให้ความสนใจและออกมาร่วมกิจกรรมทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ของทุกๆ สัปดาห์แล้ว ยังก่อให้เกิดการใช้สอยขึ้น เพราะระหว่างทางทุกคนต้องแวะซื้อน้ำ แวะทานอาหาร ฯลฯ ซึ่งถือว่านอกจากจะช่วยให้ประชาชนเกิดสุขภาพที่ดี แข็งแรง และปลอดภัยโรคภัยไข้เจ็บแล้ว ยังเป็นการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

             จากโครงการนำร่องนี้ ททท. จะตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อศึกษาถึงรายละเอียดต่างๆ ในการนำเอากิจกรรม “อะเมซิ่งไทยแลนด์...ซิตี้รัน” ไปจัดในส่วนภูมิภาคต่างๆ แล้วจะรีบนำมาเสนอท่านรัฐมนตรีฯ ต่อไป คิดว่าจะนำไปจัดในจังหวัดเป้าหมายที่ ททท. กำหนดเป็นจังหวัดนำร่องในการรับนักเที่ยวต่างชาติ นั่นคือ จังหวัดภูเก็ต, จังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดกระบี่, เมืองพัทยา และเกาะสมุย คาดว่าจะสามารถจัดได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 (เดือนกรกฎาคม-กันยายน) เพื่อใช้เป็นกิจกรรมสร้างกระแสความตื่นตัวด้านการท่องเที่ยวโดยใช้กิจกรรมกีฬาเป็นเครื่องมือ ตั้งเป้าหมายว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 50,000 คน ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก

วันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2564

สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด (สร.ปณท.) ร้องสื่อมวลชน กรณีบริหารงานของไปรษณีย์ไทยขาดทุน และการสรรหา กจป. ไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด (สร.ปณท.) ร้องสื่อมวลชน กรณีบริหารงานของไปรษณีย์ไทยขาดทุน และการสรรหา กจป. ไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล 


        สืบเนื่องจากการแข่งขันทางการค้าในตลาดโลจิสติกส์และอีคอมเมิร์ซมีการแข่งขันกันมากขึ้นจนทำให้ผลประกอบการของไปรษณีย์ไทยประสบปัญหาการขาดทุนอย่างต่อเนื่องทุกปี หากปล่อยให้ เหตุการณ์ดำเนินไปในเมืลักษณะนี้ต่อไป อาจทำให้ไปรษณีย์ไทยเกิดการล่มสลายเหมือนกับรัฐวิสาหกิจบางแห่ง และสุดท้ายก็จะนำไปสู่ความเดือดร้อนของสมาชิกสหภาพแรงงานและพนักงานลูกจ้างรวมไปถึงสมาชิกในครอบครัวที่มีจำนวนไม่น้อยกว่า 100,000 คน สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด (สร.ปณท.) มีความกังวลใจต่อสถานการณ์ของไปรษณีย์ไทยเป็นอย่างมาก จึงเปิดเวทีเพื่อแสดงความคิดเห็นว่า "เราจะทำอย่างไรให้ไปรษณีย์ไทยอยู่ได้" 



                 นายวิเลิศ การสะสม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (สร.ปณท.) กล่าวว่า บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัดเกิดการขาดทุนทุกปี เนื่องจากสาเหตุดังนี้คือ 1. มีบริการมากเกินไป ทำให้เพิ่มรายจ่าย  2.  ระบบไอทีของไปรษณีย์ไทยไม่สามารถต่อสู้กับคู่แข่งได้ ไปรษณีย์ไทยลงทุนด้านไอทีสูงมากและไม่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบ NEW CA POS มีการว่าจ้างบริษัทที่ขาดคุณสมบัติและไม่มีประสบการณ์เข้ามาพัฒนาระบบ ตอนนี้เป็นคดีความอยู่กับไปรษณีย์ไทย 3. การจ้างบริษัทที่ปรึกษามากเกินความจำเป็น ทำให้รายจ่ายไปรษณีย์ไทยค่อนข้างสูงปัจจุบันจ้างบริษัทที่ปรึกษาไว้ 8 โครงการ ค่าใช้จ่าย 145 ล้านบาท ไม่รวมถึงบริษัทที่ปรึกษาอีก 1 รายที่บอร์ดพยายามจ้างอยู่ 4. การทุจริตภายในองค์กร



              โดยสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด  (สร.ปณท.) สมาชิก พนักงาน ลูกจ้างทั่วประเทศของไปรษณีย์ ขอเรียกร้องให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ทบทวนนโยบายที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่คุ้มค่าต่อไปรษณีย์ไทย  อย่างเช่น ควรยกเลิกบริษัทที่ปรึกษาไปรษณีย์ไทยซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 8 โครงการ มีมูลค่าสูงถึง 145 ล้านบาท โดยเอาเงินส่วนนี้มาเป็นสวัสดิการให้กับสมาชิกพนักงานและลูกจ้างแทน ขอให้ทบทวนและชะลอการนำเงินส่งรัฐไว้ก่อน เพื่อนำเงินส่วนนี้มาจัดทำโครงการเออรี่รีไทร์ เพื่อลดต้นทุนในด้านค่าตอบแทนแรงงานซึ่งสูงถึงเดือนละ 600 กว่าล้านบาท และสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้นกับไปรษณีย์ไทยขณะนี้เป็นเพราะไปรษณีย์ไทยขาดผู้นำที่มีความรู้ในเรื่องไปรษณีย์หรือไม่ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด (สร.ปณท.) และพี่น้องชาวไปรษณีย์ไทยทุกคนมีความมั่นใจว่าหากได้ผู้นำที่มีความรู้ในกิจการไปรษณีย์จะสามารถนำพาไปรษณีย์ไทยผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ 



           ส่วนการสรรหา กจป. สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัท ประเทศไทย จำกัด (สร.ปณท.) มีความเห็นว่า การสรรหาคนใหม่ที่จะเข้ามาบริหารไปรษณีย์ไทยในช่วงที่ไปรษณีย์ไทยประสบปัญหาการขาดทุนอยู่ในขณะนี้ ผู้ที่จะสามารถเข้ามาแก้วิกฤตปัญหานี้และรู้จักวัฒนธรรมขององค์กรเป็นอย่างดี น่าจะเป็นคนในมากกว่าคนนอก เพราะคนในมีประสบการณ์และ รู้จักวัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างดี หากบอร์ดตัดสินใจเลือกคนนอกที่ขาดประสบการณ์และไม่เคยสัมผัสกับวัฒนธรรมขององค์กรเข้ามาบริหาร จะทำให้เสียเวลาในการเรียนรู้งาน เรียนรู้คนและเสียเวลาในการปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งจะส่งผลให้ไปรษณีย์ไทยเสียโอกาสทางธุรกิจ หากบอร์ดยังใช้ความต้องการของตัวเองเป็นใหญ่ในการตัดสินใจเลือกคนนอกที่ขาดประสบการณ์ในด้านไปรษณีย์เข้ามาบริหารงาน หากเกิดความเสียหายขึ้นเหมือนครั้งก่อน บอร์ดจะแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกหรือไม่  



               ไปรษณีย์ไทยเป็นองค์กรขนาดใหญ่ไม่ใช่เป็นองค์กรที่จะมาลองผิดลองถูกหรือเป็นองค์กรที่ใช้เป็นทางผ่าน หากเกิดการผิดพลาดอีกครั้งหนึ่ง พี่น้องชาวไปรษณีย์ไทยและสมาชิกในครอบครัวไม่ต่ำกว่า 100,000 คน ต้องพบกับความเดือดร้อนอย่างแน่นอน 


      และมีข้อสงสัยในการสรรหา กจป. ในครั้งนี้เกี่ยวกับการเข้าสังเกตการณ์ของประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด (สร.ปณท.) โดยมีการตั้งเงื่อนไขไว้คือ 1. ไม่สามารถตั้งคำถามในระหว่างการรับฟังการแสดงวิสัยทัศน์ 2. ในช่วงการตอบข้อซักถามของคณะกรรมการสรรหา กจป. ท่านจะต้องออกจากห้อง จึงทำให้ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัท ไปรษณีย์ไทยจำกัด  (สร.ปณท.) ทำหนังสือขอถอนตัวออกจากการเป็นผู้สังเกตการณ์เพราะไม่อยากถูกเป็นตรายางให้กับบอร์ด "นี่หรือคือหลักธรรมาภิบาลที่บอร์ดไปรษณีย์ไทยถือปฏิบัติ" และทำไมบอร์ดต้องเร่งรีบสรรหา กจป. คนใหม่ โดยไม่รอให้รัฐมนตรีดิจิทัลฯ ท่านใหม่เข้ามาบริหารงานก่อน ตามมารยาททางการเมืองเมื่อเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการฯ จะต้องลาออกทั้งคณะจริงหรือไม่อย่างไร

     กว่า 7 ปีผ่านมา หากบอร์ดบริหารงานแล้วไปรษณีย์ไทยมีผลประกอบการที่ดีก็น่าสนับสนุนให้อยู่ต่อ แต่ถ้าอยู่และผลประกอบการยิ่งแย่ลง ต้องขอความอนุเคราะห์รัฐมนตรีดิจิทัลฯ ท่านใหม่เปลี่ยนบอร์ดทั้งคณะ ่เพื่อความอยู่รอดของไปรษณีย์ไทยและความอยูรอดของพี่น้องชาวไปรษณีย์ไทย 

















มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวพิษณุโลก  ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ ...