วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2563

เป็นไปตาม​คาด​ โผไม่พลิก! “โกจง-ชำนาญ ศรีสวัสดิ์” นักธุรกิจแดนใต้คว้าตำแหน่ง​ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) คนใหม่​ เผยมั่นใจ​นำสมาชิกสู่เป้าหมาย ​ตามนโยบายที่ชูไว้ก่อนเลือกตั้ง

เป็นไปตามคาด โผไม่พลิก! “โกจง-ชำนาญ ศรีสวัสดิ์” นักธุรกิจแดนใต้ 

คว้าตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) คนใหม่

เผยมั่นใจนำสมาชิกสู่เป้าหมาย ตามนโยบายที่ชูไว้ก่อนเลือกตั้ง



                เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2563 ที่ห้องประชุมจารุวัสตร์ ชั้น 10 อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้มีการเลือกตั้งประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) หลังจากนายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธาน สทท. ซึ่งได้บริหารงานมาครบวาระ 2 ปี สิ้นสุดลง การเลือกตั้งในครั้งนี้ มีผู้สมัครลงชิงตำแหน่งประธาน สทท. คนใหม่ จำนวน 3 ราย ได้แก่ นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร อดีตประธาน สทท. ที่เพิ่งหมดวาระลง นานชำนาญ ศรีสวัสดิ์ (โกจง) ประธานสมาคมสมาพันธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA) และนางสาวศิริรัตน์ เด่นวรพงษาสุข (ส้ม) เจ้าของโรงแรมอุบลบุรี และเป็นหนึ่งในผู้ที่เคยทำงานร่วมกับ สทท. มากว่า 10 ปี 



                
                การเลือกตั้งครั้งนี้มี พ.ต.ท.เธียรรัตน์ วิเชียรสรรค์ อดีตหัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน นายมงคล วิมลรัตน์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. ผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับกรมของสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและนางสมฤดี จิตรจง รองผู้ว่าการด้านบริหาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมลงคะแนนจำนวน 143 ราย เริ่มจากการลงคะแนนมนการเลือกผู้แทนเขตพื้นที่ 13 เขต ผู้แทนกลุ่มสาขาอาชีพ 13 กลุ่ม จากนั้นก็จะเป็นการลงคะแนนเลือกประธาน สทท. เป็นลำดับสุดท้าย โดยการเลือกตั้งประธาน สทท. ในครั้งนี้ใช้เวลานานกว่า 10 ชั่วโมง ลุ้นกันถึงเที่ยงคืนกว่าจะนับคะแนนและสรุปผลได้ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งก่อนเมื่อปี 2561 คิดว่าใช้เวลานานมากแล้วประมาณ 7-8 ชั่วโมง แต่ครั้งนี้กลับนานกว่า อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการเลือกตั้งครั้งนี้ แม้จะดูวุ่นวายเล็กน้อยก่อนเริ่มลงคะแนนเลือกตั้งผู้แทนเขตและผู้แทนกลุ่มสาขาอาชีพ แต่สุดท้ายก็เป็นไปอย่างเรียบร้อย และสะท้อนถึงการยกระดับมาตรฐานการเลือกตั้ง โดยผลการเลือกตั้งครั้งนี้ นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ (โกจง) นักธุรกิจจากจังหวัดกระบี่ ได้รับคะแนนสูงสุด เข้ารับตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) คนใหม่ ด้วยคะแนน 18 ต่อ 13 เบียดคะแนนเสียงของนางสาวศิริรัตน์ เด่นวรพงษาสุข (ส้ม) 





               สำหรับนายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ หรือ โกจง เริ่มเข้าสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว เริ่มจากการเป็นมัคคุเทศก์ จนเป็นผู้บริหารโรงแรม จนไดัรับฉายา “จากรากหญ้า สู่ห้าดาว” จากประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในธุรกิจท่องเที่ยวที่สัมผัสและทำมาทั้งชีวิต จนรู้ซึ้งถึงในธุรกิจท่องเที่ยวเป็นอย่างดี




              โกจง-นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธาน สทท. คนใหม่ กล่าว่า เมื่อพี่น้องสมาชิกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวทั่วประเทศ มีมติส่งผมลงสมัครประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ผมจึงขออาสาลงสมัครนั่งเก้าอี้ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เป็นตัวแทนของพี่น้องชาวท่องเที่ยวไทย และมั่นใจว่าสามารถเปลี่ยนวิกฤตเศรษฐกิจท่องเที่ยวให้ฟื้นคืนชีพ เพื่อผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วไทยสามารถขับเคลื่อนธุรกิจไปต่อได้ เพราะตอนนี้ “ผมเป็นประธานสมาพันธ์การท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA) ผมช่วยได้ทั้งภูมิภาค แต่ถ้าหากผมเป็นประธาน สทท. ผมสามารถช่วยได้ทั้งประเทศ” 



   
              โกจง-ชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวเพิ่มว่า ผมจะใช้ประสบการณ์ที่เก็บเกี่ยวคลุกคลีกับธุรกิจด้านการท่องเที่ยวมาทั้งชีวิต กล้าเปิดหน้าชนสภาวะ Tourism Crisis เมื่อผู้ประกอบการอยู่ในยามลำบาก จะเป็นเพื่อนแท้ เพื่อแก้วิกฤตการณ์โควิด-19 จากวันที่ประเทศต้อง Lock Down เศรษกิจประเทศหยุดชะงัก แรงงานภาคการท่องเที่ยวถูกลอยแพ และเป็นแรงงานกลุ่มสุดท้ายที่ได้รับการเยียวยา ในสภาวะวิกฤต พร้อมชู 5 นโยบายหลักในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้ฝ่าวิกฤตการณ์โควิด-19 (COVID-19) คือ 1. Tourism Subsidies 2. Tourism Fund 3. Tourism Clinic 4. Tourism Hub 5. Tourism Platform 




              "มั่นใจ ชูแผน Tourism Clinic ใช้ภาคการท่องเที่ยวเป็นหมอรักษาฟื้นฟูธุรกิจและสภาพคล่อง ผมจะจัดทำโครงการ Tourism Clinic เพื่อให้สภาอุตสาหกรรมต้องรับฟัง และเข้าใจเอกชนภาคการท่องเที่ยวอย่างถ่องแท้ ผ่านสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวแต่ละจังหวัด"




               และ Tourism Platform เป็นอีกหนึ่งแผนที่จะสร้างความมั่นใจแก่สมาชิกและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว วันนี้ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวไทยวิ่งตามหลังนวัตกรรมต่างชาติ ประเทศไทยจะต้องมี National Platform หรือพื้นที่ส่งเสริมการขายออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการการท่องเที่ยวไทย ที่จะช่วยรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย และรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ด้วยปัญหาเศรษฐกิจหรือวิกฤตโรคร้ายที่ไม่อาจนิ่งดูดายปล่อยผ่านได้




                   โกจง-ชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) คนใหม่ เลือดนักสู้ที่มีอยู่เต็มเปี่ยม พร้อมนำทัพยกระดับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยก้าวสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน โควิด-19 คือแรงผลักดัน สู้เพื่อการท่องเที่ยวไทย มั่นใจประเทศไทยมีจุดแข็งในตัว 


                   นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ หรือที่ทุกคนในวงการท่องเที่ยวรู้จักกันในนาม “ โกจง ” เป็นนักธุรกิจแถวหน้าของจังหวัดกระบี่ เจ้าของฉายา “จากรากหญ้าสู่ห้าดาว” และ “จากศูนย์สู่พันล้าน” คร่ำหวอดในวงการท่องเที่ยวมากกว่า 30 ปี ทำธุรโรงแรมขนาดเล็ก ต่อมาได้ต่อยอดธุรกิจร้านอาหาร และยังมีธุรกิจ Theme Park ที่มีชื่อว่า King Kong Park หน้าสระมรกต จังหวัดกระบี่ ทั้งยังเป็นเจ้าของเกาะพีพีทัวร์ และ หจก. ศรีสวัสดิ์ ทราเวล แอนด์ ทัวร์ ให้บริการนำเที่ยวทั้งทางบกและทางทะเล ทำธุรกิจเรือยอช์ท ปัจจุบันมีเรือกว่า 50 ลำ ทำธุรกิจรถขนส่ง มีรถกว่า 80 คัน"

วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ชวนเที่ยวงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563” ครั้งแรกกับการ “ชม ชิม ช้อป แชร์” ได้ทั้งในสถานที่จริง 4-8 ธ.ค. 2563 และโลกออนไลน์ 4-13 ธ.ค. 2563

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ชวนเที่ยวงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563”

ครั้งแรกกับการ “ชม ชิม ช้อป แชร์” 

ได้ทั้งในสถานที่จริง 4-8 ธ.ค. 2563 และโลกออนไลน์ 4-13 ธ.ค. 2563

                สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563” ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยเฝ้าฯ รับเสด็จ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา


                ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา และประธานกรรมการ บริหาร มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย กล่าวถึงการจัดงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563 ว่า  “มูลนิธิฯ กำหนดจัดงานขึ้น 2 รูปแบบ คือ การจัดงานในสถานที่จริง ระหว่างวันที่ 4-8  ธันวาคม 2563 ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร และการจัดงานเสมือนจริงทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ผ่านทาง www.เพื่อนพึ่งพา.com หรือ www.puengpafair.comระหว่างวันที่ 4-13 ธันวาคม 2563 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ประชาชนทั่วประเทศจะมีโอกาสเข้าชมงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ได้ทั้งความรู้ ความสนุกสนานเพลิดเพลิน และมีส่วนร่วมในการบริจาคและเลือกซื้อสินค้าเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ผ่านทางออนไลน์


“องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ  มีพระดำริให้ริเริ่มจัดงานเสมือนจริงทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์  เพื่อให้สอดรับกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019และกำหนดสถานที่จัดงาน ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านการอนุรักษ์ป่า การอนุรักษ์พันธุ์ไม้ และการรักษาปอดของเมืองใหญ่”


                       “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “25ปี แห่งการแบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน” ที่รวมกิจกรรมชมชิม ช้อป แชร์ ไว้ครบในงานเดียวกัน


ชมนิทรรศการพันธกิจของมูลนิธิฯ “เฝ้าระวัง บรรเทาทุกข์ ฟื้นฟู” ได้แก่ ภารกิจด้านการเฝ้าระวังป้องกันภัย ภารกิจด้านการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัย และภารกิจด้านการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของผู้ประสบภัยอย่างยั่งยืน รวมทั้งมุ่งเน้นให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบถึงความสำคัญของปัญหาอุทกภัย ได้เรียนรู้ถึงการนำเทคโนโลยีด้านโทรมาตรและสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการเฝ้าระวังป้องกันอุทกภัยและการเตือนภัย ร่วมกับการส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการภัยพิบัติในชุมชนของตนเอง รวมถึงผลการดำเนินงานของเครือข่ายมูลนิธิฯ ตลอดจนเครือข่ายชุมชนเตือนภัยเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)


ชิมพึ่งพา Royal Cuisine ตำหรับอาหารสูตรประทาน กรมหมื่นสุทธนารีนาถ “ตับบดเสวยพึ่งพา”  เมนูเลื่องชื่อที่มีจำหน่ายเฉพาะงานนี้เท่านั้น   ซีซาร์สลัด  ข้าวผัดเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ข้าวหมูย่างผงกะหรี่ข้าวคั่วไอศกรีม “กะทิอัญชันมะพร้าวน้ำหอม” สูตรของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ จากร้าน  มูลนิธิณภาฯเมนูเด่นจากโรงครัวพระราชทานอาทิ ข้าวไก่ทอด ข้าวหน้าไก่ ผัดซีอิ๊ว  แกงส้มปลาตะเพียนสาน จากร้านมูลนิธิเพชรรัตน – สุวัทนาอาหารโอทอป 5 ดาว  และอาหารอีกหลากหลายจากโรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ พร้อมร้านเชลล์ชวนชิมกว่า 20 ร้านค้า อาทิ โตเป็ดย่างบางโพ ขนมไทยแม่จิรา ส้มตำปาหนัน หมูสะเต๊ะจึงอังลัก พระรามสี่และร้านค้าอื่นๆ อีกมากมาย


ช้อปอุดหนุนสินค้าจากร้านพระบรมวงศานุวงศ์ อาทิ  ไตรโครงการ โครงการกำลังใจ โครงการหลวง  ดอยคำ ภูฟ้า วังเลอดิสสินค้าที่ระลึกจาก“ร้านพึ่งพา”ออกแบบลายพิเศษ คอลเลคชั่น “น้ำพึ่งเรือ”โดยครูโต - ม.ล.จิราธรจิรประวัติผลิตภัณฑ์ Upcycling จากเส้นใยขวดพลาสติก  เช่น กระเป๋าโน้ตบุ้ค กระเป๋าสะพาย  กระเป๋าใส่กล่องอาหาร  เพาเวอร์แบงค์  ร้านสมาคมภริยาและแม่บ้านเหล่าทัพร้านค้าชุมชนเครือข่ายเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)  เช่น  ผ้าตีนจก  ผ้าฝ้ายย้อมคราม   ผ้าทอเมืองน่าน ผ้าฝ้ายทอมือไทยพวน เสื้อผ้ากระเหรี่ยง  เครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง ชาห้วยน้ำกืน  และ กาแฟปางงุ้ง ฯลฯ


แชร์ร่วมแบ่งปันกับกิจกรรมบรรจุถุงยังชีพพระราชทานบริจาค 250 บาท  ร่วมบรรจุถุงยังชีพด้วยตนเองพร้อมถ่ายรูปติดบน Magnet เป็นที่ระลึก โดยถุงยังชีพนี้จะนำไปมอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยรายได้จากการจัดงานสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย  เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย


ผู้เข้าชมงานสามารถเลือกซื้อสินค้าและเลือกอิ่มอร่อยจากร้านค้าต่างๆ ได้ทั้งที่สถานที่จัดงานฯ และสั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ได้ทาง “Shopee”สั่งซื้ออาหารได้จาก “Lineman” และ “Wongnai”รวมถึงร่วมชมกิจกรรมพิเศษการแสดงคอนเสิร์ตในรูปแบบออนไลน์25 ปี เพื่อนพึ่ง (ภาฯ)ในวันที่ 6 ธันวาคม 2563 เวลา 17.00น.เป็นต้นไป   ผ่านทาง www.เพื่อนพึ่งพา.com หรือ www.puengpafair.com

 


           ครั้งแรกที่รวบรวมวงดนตรีชั้นนำจาก วงดุริยางค์ทหารบก วงดุริยางค์ทหารเรือ วงดุริยางค์ทหารอากาศวงดุริยางค์ตำรวจวงสุนทราภรณ์ และวงเฉลิมราชย์ พร้อมวง CU Band KU Band และมทร.อีสาน พร้อมศิลปินกว่า 15 ท่าน อาทิ ทอม อิศรา, กั้ง กรณ์, จ่อย รวมมิตร, ชีโน่ อธิภัทร, บิ๊กเอ็ม, กฤตฤทธิ์, แอ๊ค โชคชัย, อลิศ The Golden Song และ ธัช เพลงเอก

 

 

วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ถอยคนละก้าว! จนท.เขตป้อมปราบฯ ยังไม่รื้อ ตึกลุงกับป้า รอคำพิจารณาจากศาลปกครอง

ถอยคนละก้าว! จนท.เขตป้อมปราบฯ ยังไม่รื้อ

ตึกลุงกับป้า รอคำพิจารณาจากศาลปกครอง


จากกรณีที่ลุงกับป้า ออกมาร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากเจ้าหน้าที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ถือคำสั่งศาลชั้นต้นเข้ารื้อถอนอาคารส่วนที่ต่อเติมอย่างไม่เป็นธรรม ล่าสุดเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้ามารื้อถอน แต่ทางลุงกับป้าให้เหตุผลว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำพิจารณาจากศาลปกครอง เพื่อขอให้คุ้มครองชั่วคราว ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเข้าไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1ในการขอเลื่อนการรื้อถอนอาคารออกไป ขณะที่ลุงกับป้า ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ยึดคำพระราชดำรัสในหลวงรัชกาลที่ 9 "ความยุติธรรมมาก่อนกฎหมาย และอยู่เหนือกฎหมาย"

คุณลุงสมชาย และคุณป้าเพชรรัตน์ อุตมะวณิชย์ ก้มกราบพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อขอความเป็นธรรมในการไม่ให้เจ้าหน้าที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เข้ามาทำการรื้ออาคาร หลังจากทั้งคู่ได้ไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง ให้คุ้มครองชั่วคราว เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา


โดยคุณลุงสมชาย อุตมะวณิชย์ กล่าวว่า ตนเองได้รับแจ้งจากทางสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ว่าวันนี้ (วันที่ 2 ธันวาคม2563) จะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามารื้อถอนอาคารส่วนที่ต่อเติมในชั้น 5 และชั้น 6 ซึ่งอาคารดังกล่าวได้ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 ก่อนที่ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารจะออก และในส่วนที่เป็นข้อพิพาทนั้นได้สร้างขึ้นก่อนที่จะมีกฎหมายควบคุม อีกทั้งชาวบ้านบริเวณแถวนี้ก็อยู่อาศัยภายในอาคารลักษณะเดียวกัน แต่ทำไมถึงต้องมาสั่งให้ตนเองทุบชั้นที่ต่อเติมขึ้นมาแค่เพียงหลังเดียว แต่ว่าในเมื่อข้างบ้านก็มีการต่อเติมอาคารขึ้นมาเหมือนกันถึง 33 คูหา ถ้าจะให้ตนทุบ ก็ต้องทุบบ้านข้างเคียงด้วย จะได้เหมือนกัน เพราะการต่อเติมก็ทำเหมือนๆ กันทั้งหมด

สำหรับประวัติความเป็นมาของอาคารที่มีข้อพิพาทตามหลักฐานทางราชการ และที่ไปที่มาของการพิพาทของอาคารหลังดังกล่าว ซึ่งมีจุดเริ่มต้นของการเกิดข้อพิพาทจนถึงกับขั้นเป็นคดีความร้องเรียนกันมาจนถึงทุกวันนี้ คือเริ่มตั้งแต่ ปี พ.ศ.2507 ซึ่งภายในปีนั้นเองได้มีการก่อสร้างอาคารทั้งหมดจำนวน 33 คูหา ซึ่งเป็นลักษณะเป็นตึกสูง 6 ชั้น แล้วได้เลขที่บ้านของอาคารแต่ละหลังพร้อมกันทั้งหมด ซึ่งตรงนี้ทางเจ้าของอาคารคนปัจจุบันมีหลักฐานเป็นผังจัดสรร แล้วถัดมาในปี พ.ศ. 2562 ได้มีใบแจ้งประเมินภาษีทรัพย์สินจากทางสำนักงานเขตป้อมปราบฯ แล้วยังระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นอาคารสูง 6 ชั้น ซึ่งปลูกสร้างมา 43 ปีแล้ว และ ทั้งนี้ยังมีหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศ ของปี พ.ศ. 2517 ยืนยันว่า อาคารทั้งหมด 33 คูหา เป็นอาคารสูง 6 ชั้น เหมือนกันทั้งหมด พออยู่มาถึงปี พ.ศ. 2535 ทางเจ้าของเดิมมีการซ่อมลิฟท์ ที่ติดตั้งเอาไว้ภายในอาคาร ลิฟท์ที่ติดไว้มีความสูง 5 ชั้น มาถึงปี พ.ศ.2538-2541 เจ้าของเดิมได้ซื้ออาคารที่มีข้อพิพาทต่อมาจากบริษัทแห่งหนึ่ง แล้วถึงจะมีข้อพิพาท พอไม่นานก็ถูกร้องเรียน พอสักระยะเวลาประมาณนึงทางสำนักงานเขตก็ออกคำสั่งให้เจ้าของเดิม รื้อถอนอาคารของเจ้าของเดิมและคู่พิพาท แต่เจ้าของเดิมไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด จึงเป็นเหตุให้ถูกคำสั่งรื้ออาคารดังกล่าว ส่วนคู่พิพาทใช้สิทธิ์ภายในระยะเวลาตามกฎหมายเลยรอด 


พอมาถึงปี พ.ศ.2542-2547 ก็มีการฟ้องร้องกันในคดีแพ่งที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ในขณะนั้นทางศาลก็มีการเดินเผชิญสืบอาคารพิพาทเกิดขึ้น แล้วสืบเนื่องมาจนภายในปี พ.ศ.2547-2549 คุณลุงสมชายและคุณป้าเพชรรัตน์ก็ได้ตกลงซื้ออาคารต่อจากเจ้าของเดิม โดยไม่ทราบถึงเรื่องที่มีการฟ้องร้องหรือร้องเรียนกันอยู่ พอต่อมาไม่นานก็มีคนนำคดีไปฟ้องให้กับเจ้าหน้าที่เร่งรัดปฏิบัติตามคำสั่งให้รื้อถอน และทางสำนักงานเขตฯ ก็ออกคำสั่งให้กับคุณลุงสมชายและคุณป้าเพชรรัตน์ รื้อถอนอาคารในชั้นที่  5 และ 6 ออกทันที  ซึ่งทางคุณลุง คุณป้า จึงใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ และฟ้องคดีต่อศาลปกครองโต้แย้งคำสั่งจากทางศาลของเขตฯ ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งไม่มีผลใช้บังคับ และผลของคำสั่งศาลที่บังคับกับคุณลุงคุณป้ายังไม่ถึงที่สุด ต่อมาเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2563 คุณลุง คุณป้า จึงทำหนังสือร้องเรียน กรณีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นใช้อำนาจในตำแหน่งเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม



ทั้งนี้ หลังจากคุณลุง คุณป้า และทนายความ ได้พูดคุยเจรจากับทางเจ้าหน้าที่เขต เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่รื้อถอน เนื่องจากทางคุณลุงสมชาย และป้าเพชรรัตน์ ได้ยื่นหนังคำร้องที่ยื่นต่อศาลปกครองมายืนยัน และให้เหตุผลว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำพิจารณาจากศาลปกครอง เพื่อขอให้คุ้มครองชั่วคราว ทางเจ้าหน้าที่เขต จึงยังไม่ได้เข้ารื้อถอนอาคารดังกล่าว ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเดินทางไปที่สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 เพื่อ ลงบันทึกประจำวันทีไว้เป็นหลักฐานต่อไป


ทปอ. จับมือสยามสแควร์ รวมพลังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จ้ดงาน “SIAM YOUTH SQUARE”

ทปอ. จับมือสยามสแควร์ รวมพลังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จ้ด งาน “SIAM YOUTH SQUARE” เปลี่ยนพื้นที่กลางเมืองเป็นเวทีแจ้งเกิดของเยาวชนไทย       ที่...