เป็นไปตามคาด โผไม่พลิก! “โกจง-ชำนาญ ศรีสวัสดิ์” นักธุรกิจแดนใต้
คว้าตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) คนใหม่
เป็นไปตามคาด โผไม่พลิก! “โกจง-ชำนาญ ศรีสวัสดิ์” นักธุรกิจแดนใต้
คว้าตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) คนใหม่
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ชวนเที่ยวงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563”
ครั้งแรกกับการ “ชม ชิม ช้อป แชร์”
ได้ทั้งในสถานที่จริง 4-8 ธ.ค. 2563 และโลกออนไลน์ 4-13 ธ.ค. 2563
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563” ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยเฝ้าฯ รับเสด็จ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา และประธานกรรมการ บริหาร มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย กล่าวถึงการจัดงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563 ว่า “มูลนิธิฯ กำหนดจัดงานขึ้น 2 รูปแบบ คือ การจัดงานในสถานที่จริง ระหว่างวันที่ 4-8 ธันวาคม 2563 ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร และการจัดงานเสมือนจริงทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ผ่านทาง www.เพื่อนพึ่งพา.com หรือ www.puengpafair.comระหว่างวันที่ 4-13 ธันวาคม 2563 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ประชาชนทั่วประเทศจะมีโอกาสเข้าชมงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ได้ทั้งความรู้ ความสนุกสนานเพลิดเพลิน และมีส่วนร่วมในการบริจาคและเลือกซื้อสินค้าเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ผ่านทางออนไลน์

“องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ มีพระดำริให้ริเริ่มจัดงานเสมือนจริงทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สอดรับกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019และกำหนดสถานที่จัดงาน ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านการอนุรักษ์ป่า การอนุรักษ์พันธุ์ไม้ และการรักษาปอดของเมืองใหญ่”
ชมนิทรรศการพันธกิจของมูลนิธิฯ “เฝ้าระวัง บรรเทาทุกข์ ฟื้นฟู” ได้แก่ ภารกิจด้านการเฝ้าระวังป้องกันภัย ภารกิจด้านการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัย และภารกิจด้านการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของผู้ประสบภัยอย่างยั่งยืน รวมทั้งมุ่งเน้นให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบถึงความสำคัญของปัญหาอุทกภัย ได้เรียนรู้ถึงการนำเทคโนโลยีด้านโทรมาตรและสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการเฝ้าระวังป้องกันอุทกภัยและการเตือนภัย ร่วมกับการส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการภัยพิบัติในชุมชนของตนเอง รวมถึงผลการดำเนินงานของเครือข่ายมูลนิธิฯ ตลอดจนเครือข่ายชุมชนเตือนภัยเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)
ชิมพึ่งพา Royal Cuisine ตำหรับอาหารสูตรประทาน กรมหมื่นสุทธนารีนาถ “ตับบดเสวยพึ่งพา” เมนูเลื่องชื่อที่มีจำหน่ายเฉพาะงานนี้เท่านั้น ซีซาร์สลัด ข้าวผัดเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ข้าวหมูย่างผงกะหรี่ข้าวคั่วไอศกรีม “กะทิอัญชันมะพร้าวน้ำหอม” สูตรของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ จากร้าน มูลนิธิณภาฯเมนูเด่นจากโรงครัวพระราชทานอาทิ ข้าวไก่ทอด ข้าวหน้าไก่ ผัดซีอิ๊ว แกงส้มปลาตะเพียนสาน จากร้านมูลนิธิเพชรรัตน – สุวัทนาอาหารโอทอป 5 ดาว และอาหารอีกหลากหลายจากโรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ พร้อมร้านเชลล์ชวนชิมกว่า 20 ร้านค้า อาทิ โตเป็ดย่างบางโพ ขนมไทยแม่จิรา ส้มตำปาหนัน หมูสะเต๊ะจึงอังลัก พระรามสี่และร้านค้าอื่นๆ อีกมากมาย
ช้อปอุดหนุนสินค้าจากร้านพระบรมวงศานุวงศ์ อาทิ ไตรโครงการ โครงการกำลังใจ โครงการหลวง ดอยคำ ภูฟ้า วังเลอดิสสินค้าที่ระลึกจาก“ร้านพึ่งพา”ออกแบบลายพิเศษ คอลเลคชั่น “น้ำพึ่งเรือ”โดยครูโต - ม.ล.จิราธรจิรประวัติผลิตภัณฑ์ Upcycling จากเส้นใยขวดพลาสติก เช่น กระเป๋าโน้ตบุ้ค กระเป๋าสะพาย กระเป๋าใส่กล่องอาหาร เพาเวอร์แบงค์ ร้านสมาคมภริยาและแม่บ้านเหล่าทัพร้านค้าชุมชนเครือข่ายเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เช่น ผ้าตีนจก ผ้าฝ้ายย้อมคราม ผ้าทอเมืองน่าน ผ้าฝ้ายทอมือไทยพวน เสื้อผ้ากระเหรี่ยง เครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง ชาห้วยน้ำกืน และ กาแฟปางงุ้ง ฯลฯ
แชร์ร่วมแบ่งปันกับกิจกรรมบรรจุถุงยังชีพพระราชทานบริจาค 250 บาท ร่วมบรรจุถุงยังชีพด้วยตนเองพร้อมถ่ายรูปติดบน Magnet เป็นที่ระลึก โดยถุงยังชีพนี้จะนำไปมอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยรายได้จากการจัดงานสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
ผู้เข้าชมงานสามารถเลือกซื้อสินค้าและเลือกอิ่มอร่อยจากร้านค้าต่างๆ ได้ทั้งที่สถานที่จัดงานฯ และสั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ได้ทาง “Shopee”สั่งซื้ออาหารได้จาก “Lineman” และ “Wongnai”รวมถึงร่วมชมกิจกรรมพิเศษการแสดงคอนเสิร์ตในรูปแบบออนไลน์25 ปี เพื่อนพึ่ง (ภาฯ)ในวันที่ 6 ธันวาคม 2563 เวลา 17.00น.เป็นต้นไป ผ่านทาง www.เพื่อนพึ่งพา.com หรือ www.puengpafair.com
ถอยคนละก้าว! จนท.เขตป้อมปราบฯ ยังไม่รื้อ
ตึกลุงกับป้า รอคำพิจารณาจากศาลปกครอง
จากกรณีที่ลุงกับป้า ออกมาร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากเจ้าหน้าที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ถือคำสั่งศาลชั้นต้นเข้ารื้อถอนอาคารส่วนที่ต่อเติมอย่างไม่เป็นธรรม ล่าสุดเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้ามารื้อถอน แต่ทางลุงกับป้าให้เหตุผลว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำพิจารณาจากศาลปกครอง เพื่อขอให้คุ้มครองชั่วคราว ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเข้าไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1ในการขอเลื่อนการรื้อถอนอาคารออกไป ขณะที่ลุงกับป้า ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ยึดคำพระราชดำรัสในหลวงรัชกาลที่ 9 "ความยุติธรรมมาก่อนกฎหมาย และอยู่เหนือกฎหมาย"
คุณลุงสมชาย และคุณป้าเพชรรัตน์ อุตมะวณิชย์ ก้มกราบพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อขอความเป็นธรรมในการไม่ให้เจ้าหน้าที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เข้ามาทำการรื้ออาคาร หลังจากทั้งคู่ได้ไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง ให้คุ้มครองชั่วคราว เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา
โดยคุณลุงสมชาย อุตมะวณิชย์ กล่าวว่า ตนเองได้รับแจ้งจากทางสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ว่าวันนี้ (วันที่ 2 ธันวาคม2563) จะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามารื้อถอนอาคารส่วนที่ต่อเติมในชั้น 5 และชั้น 6 ซึ่งอาคารดังกล่าวได้ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 ก่อนที่ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารจะออก และในส่วนที่เป็นข้อพิพาทนั้นได้สร้างขึ้นก่อนที่จะมีกฎหมายควบคุม อีกทั้งชาวบ้านบริเวณแถวนี้ก็อยู่อาศัยภายในอาคารลักษณะเดียวกัน แต่ทำไมถึงต้องมาสั่งให้ตนเองทุบชั้นที่ต่อเติมขึ้นมาแค่เพียงหลังเดียว แต่ว่าในเมื่อข้างบ้านก็มีการต่อเติมอาคารขึ้นมาเหมือนกันถึง 33 คูหา ถ้าจะให้ตนทุบ ก็ต้องทุบบ้านข้างเคียงด้วย จะได้เหมือนกัน เพราะการต่อเติมก็ทำเหมือนๆ กันทั้งหมด
สำหรับประวัติความเป็นมาของอาคารที่มีข้อพิพาทตามหลักฐานทางราชการ และที่ไปที่มาของการพิพาทของอาคารหลังดังกล่าว ซึ่งมีจุดเริ่มต้นของการเกิดข้อพิพาทจนถึงกับขั้นเป็นคดีความร้องเรียนกันมาจนถึงทุกวันนี้ คือเริ่มตั้งแต่ ปี พ.ศ.2507 ซึ่งภายในปีนั้นเองได้มีการก่อสร้างอาคารทั้งหมดจำนวน 33 คูหา ซึ่งเป็นลักษณะเป็นตึกสูง 6 ชั้น แล้วได้เลขที่บ้านของอาคารแต่ละหลังพร้อมกันทั้งหมด ซึ่งตรงนี้ทางเจ้าของอาคารคนปัจจุบันมีหลักฐานเป็นผังจัดสรร แล้วถัดมาในปี พ.ศ. 2562 ได้มีใบแจ้งประเมินภาษีทรัพย์สินจากทางสำนักงานเขตป้อมปราบฯ แล้วยังระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นอาคารสูง 6 ชั้น ซึ่งปลูกสร้างมา 43 ปีแล้ว และ ทั้งนี้ยังมีหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศ ของปี พ.ศ. 2517 ยืนยันว่า อาคารทั้งหมด 33 คูหา เป็นอาคารสูง 6 ชั้น เหมือนกันทั้งหมด พออยู่มาถึงปี พ.ศ. 2535 ทางเจ้าของเดิมมีการซ่อมลิฟท์ ที่ติดตั้งเอาไว้ภายในอาคาร ลิฟท์ที่ติดไว้มีความสูง 5 ชั้น มาถึงปี พ.ศ.2538-2541 เจ้าของเดิมได้ซื้ออาคารที่มีข้อพิพาทต่อมาจากบริษัทแห่งหนึ่ง แล้วถึงจะมีข้อพิพาท พอไม่นานก็ถูกร้องเรียน พอสักระยะเวลาประมาณนึงทางสำนักงานเขตก็ออกคำสั่งให้เจ้าของเดิม รื้อถอนอาคารของเจ้าของเดิมและคู่พิพาท แต่เจ้าของเดิมไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด จึงเป็นเหตุให้ถูกคำสั่งรื้ออาคารดังกล่าว ส่วนคู่พิพาทใช้สิทธิ์ภายในระยะเวลาตามกฎหมายเลยรอด
พอมาถึงปี พ.ศ.2542-2547 ก็มีการฟ้องร้องกันในคดีแพ่งที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ในขณะนั้นทางศาลก็มีการเดินเผชิญสืบอาคารพิพาทเกิดขึ้น แล้วสืบเนื่องมาจนภายในปี พ.ศ.2547-2549 คุณลุงสมชายและคุณป้าเพชรรัตน์ก็ได้ตกลงซื้ออาคารต่อจากเจ้าของเดิม โดยไม่ทราบถึงเรื่องที่มีการฟ้องร้องหรือร้องเรียนกันอยู่ พอต่อมาไม่นานก็มีคนนำคดีไปฟ้องให้กับเจ้าหน้าที่เร่งรัดปฏิบัติตามคำสั่งให้รื้อถอน และทางสำนักงานเขตฯ ก็ออกคำสั่งให้กับคุณลุงสมชายและคุณป้าเพชรรัตน์ รื้อถอนอาคารในชั้นที่ 5 และ 6 ออกทันที ซึ่งทางคุณลุง คุณป้า จึงใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ และฟ้องคดีต่อศาลปกครองโต้แย้งคำสั่งจากทางศาลของเขตฯ ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งไม่มีผลใช้บังคับ และผลของคำสั่งศาลที่บังคับกับคุณลุงคุณป้ายังไม่ถึงที่สุด ต่อมาเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2563 คุณลุง คุณป้า จึงทำหนังสือร้องเรียน กรณีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นใช้อำนาจในตำแหน่งเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม
ทั้งนี้ หลังจากคุณลุง คุณป้า และทนายความ ได้พูดคุยเจรจากับทางเจ้าหน้าที่เขต เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่รื้อถอน เนื่องจากทางคุณลุงสมชาย และป้าเพชรรัตน์ ได้ยื่นหนังคำร้องที่ยื่นต่อศาลปกครองมายืนยัน และให้เหตุผลว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำพิจารณาจากศาลปกครอง เพื่อขอให้คุ้มครองชั่วคราว ทางเจ้าหน้าที่เขต จึงยังไม่ได้เข้ารื้อถอนอาคารดังกล่าว ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเดินทางไปที่สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 เพื่อ ลงบันทึกประจำวันทีไว้เป็นหลักฐานต่อไป
ทปอ. จับมือสยามสแควร์ รวมพลังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จ้ด งาน “SIAM YOUTH SQUARE” เปลี่ยนพื้นที่กลางเมืองเป็นเวทีแจ้งเกิดของเยาวชนไทย ที่...